Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 85/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยทำสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีไว้กับโจทก์ จำเลยตกลงยอมเสียดอกเบี้ยให้โจทก์สำหรับเงินที่เบิกเกินบัญชีร้อยละสิบห้าครึ่งต่อปีส่วนจำนวนเงินที่เบิกเกินวงเงินตามสัญญาจำเลยยอมเสียร้อยละสิบเก้าต่อปี เมื่อมีการเลิกสัญญาโจทก์จึงมีเหตุตามสัญญาที่จะเรียกดอกเบี้ย ร้อยละสิบห้าครึ่งต่อปีต่อไปได้โดยชอบด้วยกฎหมาย.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีไว้กับธนาคารโจทก์ในวงเงินไม่เกิน 280,000 บาท มีกำหนดเวลา 12 เดือน โดยยอมเสียดอกเบี้ยในอัตราร้อยละสิบห้าครึ่งต่อปี ส่วนที่เบิกเกินวงเงินยอมเสียอัตราร้อยละสิบเก้าต่อปีและยอมให้โจทก์คิดดอกเบี้ยทบต้นตามประเพณีของธนาคาร เพื่อเป็นประกัน จำเลยมอบใบรับฝากประจำจำนวนเงิน280,000 บาท โดยตกลงให้โจทก์หักเงินฝากประจำชำระหนี้ ปรากฏว่าจำเลยยังเป็นหนี้เบิกเงินเกินบัญชี 243,041.43 บาท หลังจากนั้นจำเลยมิได้นำเงินเข้าฝากและสั่งถอนเงิน คงมียอดดอกเบี้ยทบต้นถึงวันที่26 พฤษภาคม 2529 ซึ่งเป็นวันบอกเลิกสัญญาจำเลยเป็นหนี้เบิกเงินเกินบัญชี 339,398.08 บาท โจทก์ทวงถามจำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละสิบห้าครึ่งต่อปี

นับแต่วันที่ 27จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ตามสัญญาไม่มีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยในกรณีลูกหนี้ผิดนัด ผิดสัญญาหรือบอกเลิกสัญญาไว้โดยแจ้งชัด โจทก์จึงมีสิทธิคิดดอกเบี้ยได้เพียงร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7 ยอดเงินตามฟ้องไม่มีรายละเอียดการคำนวณให้ชัดแจ้งพอที่จำเลยจะต่อสู้คดีได้ฟ้องโจทก์ส่วนนี้จึงเคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 339,398.08 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละสิบห้าครึ่งต่อปีจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ในเรื่องดอกเบี้ยจำเลยมิได้ต่อสู้ว่าอัตราที่กำหนดไว้ในสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีและที่โจทก์เรียกร้องให้ชำระต่อมาภายหลังจากมีการเลิกสัญญาไม่ชอบด้วยกฎหมาย คงต่อสู้เพียงว่าสัญญาไม่มีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยในกรณีลูกหนี้ผิดนัด ผิดสัญญา หรือบอกเลิกสัญญาไว้โดยแจ้งชัด นับแต่วันที่26 พฤษภาคม 2526 โจทก์จึงคิดดอกเบี้ยได้เพียงร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7 เท่านั้น แต่หนี้เงินนั้นประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224 วรรคแรก บัญญัติว่า ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมายย

ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น โจทก์มี นางลินจงสุอัคคะพงศ์ ผู้จัดการธนาคารโจทก์ สาขาบ้านโป่ง เป็นพยานเบิกความประกอบสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีตามเอกสารหมาย จ.4 ว่า ตามสัญญาที่ทำกันไว้ จำเลยตกลงยอมเสียดอกเบี้ยให้โจทก์สำหรับเงินที่เบิกเกินบัญชีร้อยละสิบห้าครึ่งต่อปี ส่วนจำนวนเงินที่เบิกเกินวงเงินตามสัญญา จำเลยยอมเสียร้อยละสิบเก้าต่อปี เช่นนี้เมื่อมีการเลิกสัญญาโจทก์จึงมีเหตุตามสัญญาที่จะเรียกดอกเบี้ยร้อยละสิบห้าครึ่งต่อปีต่อไปได้โดยชอบด้วยกฎหมาย ตามบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวนั้น และตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 1808/2512 ระหว่างธนาคารนครหลวงไทย จำกัด โจทก์ บริษัท อเมอร์ไทย (1955) จำกัด กับพวกจำเลย ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า

โจทก์ไม่สืบแสดงให้ความปรากฏชัดว่าเมื่อโจทก์หักทอนบัญชีและเลิกสัญญาบัญชีเดินสะพัดกับจำเลยแล้วโจทก์มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยได้เกินไปจากอัตราปกติตามที่กฎหมายบัญญัติไว้อย่างไร โจทก์คงมีสิทธิเรียกเพียงดอกเบี้ยธรรมดา ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224 เท่านั้น และพิพากษาให้จำเลยชำระดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 27 พฤษภาคม2529 จึงไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมศักดิ์ วิธุรัติ · เสริมพงศ์ วรยิ่งยง · บุญศรี กอบบุญ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 708/2548

ประกาศธนาคารโจทก์ซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่องการกำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ปฏิบัติในเรื่องดอกเบี้ยและส่วนลด ฉบับลงวันที่ 20 ตุลาคม 2536 ซึ่งใช้บังคับขณะทำสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีระห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5296/2546

คำขอเปิดบัญชีกระแสรายวันมีข้อตกลงว่า เป็นการเปิดบัญชีกระแสรายวันเพื่อใช้เป็นบัญชีเดินสะพัด ถ้าเงินในบัญชีของจำเลยมีไม่พอจ่ายตามเช็ค ตามปกติโจทก์จะปฏิเสธการจ่ายเงินโดยสิ้นเชิง แต่ถ้าโจทก์ยอมผ่อนผันจ่าย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2654/2546

โจทก์เป็นธนาคารพาณิชย์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยจากลูกค้าในอัตราสูงสุดตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย และพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ฯ มาตรา 14ขณะจำเลยทั้งสองทำสัญญากู้ยืมเงินและสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีมีประกาศธน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2397/2545

จำเลยทำคำขอเปิดบัญชีเดินสะพัดกับโจทก์แบบไม่มีกำหนดเวลาสิ้นสุดจึงใช้บังคับได้จนกว่าจะมีการบอกเลิกสัญญาหรือมีการหักทอนบัญชีและเรียกให้ชำระหนี้ส่วนที่เป็นจำนวนคงเหลือ โดยจำเลยยอมเสียดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9223/2544

สัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีข้อ 2 กำหนดให้จำเลยต้องชำระดอกเบี้ยเป็นรายเดือนทุกวันที่สิ้นสุดของเดือน หากจำเลยผิดนัดไม่ชำระดอกเบี้ยก็มีข้อกำหนดไว้เป็นการเฉพาะในข้อ 3 ให้โจทก์มีสิทธินำดอกเบี้ยที่ค้างชำระทบเ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้