Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 860/2473

พ.ศ. 2473 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สัญญาเช่าทรัพย์ ผู้เช่าผิดสัญญา ผู้ให้เช่าเรียกค่าเช่าหรือเบี้ยปรับอย่างหนึ่งอย่างใดได้จะเรียกเอาทั้ง 2 อย่างไม่ได้ การพิเคราะห์ ม.381 นั้น ต้องพิเคราะห์รวมไปกับ ม.380 ด้วยวิธีพิจารณาแพ่ง การที่ศาลจะบังคับให้ฝ่ายที่แพ้ใช้ค่าธรรมเนียมแทนหรือไม่ อยู่ในดุลพินิจของศาล (เทียบฎีกาที่ 185/118 พ.ร.บ.ฎีกาอุทธรณ์ปัญหาข้อเท็จจริง คดีควรฟังว่าเพิ่มการกู้หนี้หรือการเช่าทรัพย์นั้นเป็นปัญหาข้อเท็จจริง การคัดค้านดุลยพินิจของศาลไม่ใช่ปัญหาข้อกฎหมาย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ได้ความว่าจำเลยทำสัญญาให้โจทก์ไว้ ๒ ฉะบับ ฉะบับหนึ่งว่าจำเลยได้ขายพิมพ์ดีดแก่โจทก์ ๑ เครื่อง ได้รับเงินไปเสร็จแล้ว อีกฉะบับหนึ่งว่าจำเลยได้เช่าพิมพ์ดีดไปจากโจทก์ ๑ เครื่องค่าเช่าเดือนละ ๑๕ บาท จำเลยจะส่งค่าเช่าในวันที่ ๑๐ ของเดือนหรือก่อนเสมอถ้าไม่ส่งจำเลยต้องส่งพิมพ์คืน มิฉะนั้นยอมให้ปรับวันละ ๕๐ สตางค์ บัดนี้จำเลยผิดสัญญา

โจทก์ฟ้องเรียกพิมพ์คืนและให้ใช้ค่าเช่าที่ค้างกับค่าปรับ และเรียกเงินค่าซื้อของเชื่อด้วย ศาลเดิมเห็นว่าสัญญาฉะบับหลังจำเลยทำด้วยความสำคัญผิดในสาระสำคัญ สัญญาเปนโมฆะ แต่จำเลยได้ใช้พิมพ์ของโจทก์ ศาลมีอำนาจกำหนดค่าเช่าให้ได้ตามควร จึงตัดสินให้จำเลยส่งพิมพ์หรือใช้ราคา ๑๕๐ บาทแก่โจทก์พร้อมด้วยค่าเช่าเดือนละ ๕ บาท กับให้จำเลยใช้เงินค่าซื้อของเชื่อ ๓๔ บาทแก่โจทก์ด้วย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์เห็นว่าสัญญาฉะบับหลังนั้น จำเลยทำโดยไม่ได้สำคัญผิด แต่ค่าปรับวันละ ๕๐ สตางค์ โจทก์จะเรียกเอาด้วยไม่ได้ จึงตัดสินแก้ให้จำเลยใช้ค่าเช่าเครื่องพิมพ์เดือนละ ๑๕ บาทแก่โจทก์ นอกจากนี้ยืนตาม (ไม่พูดถึงค่าธรรมเนียม) โจทก์จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฎีกาจำเลยที่ว่าคดีควรฟังว่าเปนการกู้เงิน ไม่ใช่เปนการเช่าเครื่องพิมพ์นั้นเปนการเถียงข้อเท็จจริง

จำเลยฎีกาไม่ได้ ส่วนฎีกาโจทก์มีใจความ ๒ ข้อ คือ ( ๑ ) คำตัดสินศาลอุทธรณ์ไม่ได้บังคับให้จำเลยใช้ค่าธรรมเนียม และ ( ๒ ) โจทก์ควรจะได้ค่าปรับวันละ ๕๐ สตางค์ด้วย ตามประมวลแพ่ง ม.๓๘๑ นั้น เห็นว่าฎีกาในข้อ ๑ อยู่ในดุลยพินิจของศาลตาม พรบวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.๑๔๑ และฎีกาที่๑๘๕/๑๑๘ การคัดค้านดุลยพินิจของศาลอุทธรณ์ไม่เปนปัญหากฎหมาย โจทก์มีสิทธิเลือกเอาค่าเช่าหรือค่าปรับข้อใดข้อหนึ่งได้ แต่จะเรียกเอาทั้ง ๒ อย่างไม่ได้ ศาลอุทธรณ์ให้จำเลยใช้ค่าเช่าแก่โจทก์ ๆ ก็มิได้ฎีกาคัดค้านขึ้นมาดังนี้ จึงตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิกรม · เทพ · พรหม
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - พระยารามบัณฑิตย์
ศาลอุทธรณ์ - นาย+
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7290/2548

จำเลยไม่นำเงินค่าธรรมเนียมการขายอ้อยและน้ำตาลทรายจำนวน 972,303.26 บาท ซึ่งได้รับคืนจากกรมสรรพากรเพื่อไปชำระให้แก่กองทุนโจทก์ตามระเบียบคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายฉบับที่ 4 และที่ 5 ว่าด้วยการเรียกเก็บค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5194/2539

ตามสัญญาลาไปศึกษาต่อมีข้อตกลงว่าเมื่อเสร็จการศึกษาแล้วจะกลับมารับราชการต่อไปหากลาออกก่อนกำหนดยอมใช้เงินเป็นจำนวน3เท่าหมายความว่าไม่ว่าจะสำเร็จการศึกษาหรือไม่ก็มีหน้าที่ต้องกลับมารับราชการต่อไปเมื่อจำเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2831/2539

ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2521ข้อ 49 ได้กำหนดหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจการจ้างไว้ว่า คณะกรรมการตรวจการจ้างมีหน้าที่ตรวจและควบคุมงานให้เป็นไปตามแบบรูปรายละเอียดและข้อกำหนดในสัญญา โดย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2654/2539

โจทก์ทำสัญญาซื้อขายเครื่องสูบน้ำสปริงเกอร์พร้อมท่อและอุปกรณ์ประกอบด้วยเครื่องยนต์กำลัง จำนวน 13 ชุด จากจำเลยที่ 1 ส่วนจำเลยที่ 2เป็นผู้ออกสัญญาค้ำประกันจำเลยที่ 1 ไว้ให้แก่โจทก์ ต่อมาปรากฏว่าจำเลยที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1878/2539

เงินทุนของรัฐบาลมาเลเซียซึ่งจำเลยที่1ได้รับโอนตรงจากประเทศมาเลเซียเป็นเงินทุนของการให้ความร่วมมือระหว่างรัฐบาลต่อรัฐบาลและถูกควบคุมดำเนินการโดยทางราชการตามระเบียบมิใช่เป็นเรื่องจำเลยที่1ได้รับทุนเป็นส…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้