Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8623/2558

พ.ศ. 2558 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดินให้ที่ดินพิพาททั้งสองแปลงกลับคืนมาเป็นทรัพย์มรดกเพื่อประโยชน์แก่โจทก์ซึ่งเป็นทายาทและผู้จัดการมรดกของ ส. เจ้ามรดก คดีของโจทก์จึงเป็นคดีที่มีคำขอ ให้ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ มีทุนทรัพย์ตามราคาที่ดินพิพาททั้งสองแปลง เมื่อจำเลยที่ 4 และที่ 5 อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นขอให้ยกฟ้อง จึงต้องชำระค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์อย่างคดีมีทุนทรัพย์ตามตาราง 1 (1) (ก) ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนรายการจดทะเบียนโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 14315 ตำบลสามวาตะวันออก อำเภอมีนบุรี (เมือง) กรุงเทพมหานคร ระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 และระหว่างจำเลยที่ 2 กับจำเลยที่ 3 เพิกถอนรายการจดทะเบียนโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 6488 ตำบลสามวาฝั่งตะวันออก อำเภอมีนบุรี (เมือง) กรุงเทพมหานคร ระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 และระหว่างจำเลยที่ 2 กับจำเลยที่ 4 และที่ 5 และเพิกถอนใบแทนโฉนดที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าวที่ออกให้ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2554 โดยให้ใช้ใบแทนโฉนดที่ดินที่ออกให้ครั้งแรกเป็นหลักฐานทางทะเบียนที่ดินต่อไป จำเลยที่ 4 และที่ 5 อุทธรณ์คำพิพากษา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ให้จำเลยที่ 4 และที่ 5 ร่วมกันเสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ในจำนวนทุนทรัพย์ 18,000,000 บาท ตามคำขอท้ายฟ้องก่อนจึงจะพิจารณาสั่งอุทธรณ์ จำเลยที่ 4 และที่ 5 อุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยที่ 4 และที่ 5 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 4 และที่ 5 ข้อเดียวว่า ฟ้องโจทก์เป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้หรือไม่ จำเลยที่ 4 และที่ 5 ฎีกาว่า โจทก์มิได้เรียกร้องให้ที่ดินพิพาททั้งสองแปลงเป็นของโจทก์ คงขอให้ที่ดินพิพาททั้งสองแปลงกลับมาเป็นทรัพย์มรดกตามเดิม จึงเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ จำเลยที่ 4 และที่ 5 ต้องเสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์เพียง 200 บาท เท่านั้น เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรม การโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 14315 ตำบลสามวาตะวันออก อำเภอมีนบุรี (เมือง) กรุงเทพมหานคร ระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 และระหว่างจำเลยที่ 2 กับจำเลยที่ 3 และเพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 6488 ตำบลสามวาฝั่งตะวันออก

อำเภอมีนบุรี (เมือง) กรุงเทพมหานคร ระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 และระหว่างจำเลยที่ 2 กับจำเลยที่ 4 และที่ 5 ในที่ดินพิพาททั้งสองแปลงกลับคืนมาเป็นทรัพย์มรดกเพื่อประโยชน์แก่โจทก์ซึ่งเป็นทายาทและผู้จัดการมรดกของนางสาวสรรเจ้ามรดก หากไม่สามารถดำเนินการได้ ให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ร่วมกันชดใช้ราคาที่ดินโฉนดเลขที่ 14315 เป็นเงิน 2,000,000 บาท กับให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 และที่ 5 ร่วมกันชดใช้ราคาที่ดินโฉนดเลขที่ 6488 เป็นเงิน 18,000,000 บาท แก่กองมรดก คดีของโจทก์จึงเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ มีทุนทรัพย์ตามราคาที่ดินพิพาททั้งสองแปลง สำหรับที่ดินโฉนดเลขที่ 6488 โจทก์ตีราคาตามคำขอท้ายฟ้องเป็นเงิน 18,000,000 บาท

เมื่อจำเลยที่ 4 และที่ 5 อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นขอให้ยกฟ้อง สำหรับที่ดินโฉนดเลขที่ 6488 โดยแยกยื่นอุทธรณ์กับจำเลยที่ 2 คนละฉบับกันเช่นนี้ จำเลยที่ 4 และที่ 5 จึงต้องชำระค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์อย่างคดีมีทุนทรัพย์ตามตาราง 1 (1) (ก) ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและคำพิพากษาให้จำเลยที่ 4 และที่ 5 ร่วมกันชำระค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ในทุนทรัพย์ 18,000,000 บาท นั้นชอบแล้ว คำพิพากษาศาลฎีกาที่จำเลยที่ 4 และที่ 5 อ้างมาข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ ฎีกาของจำเลยที่ 4 และที่ 5 ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อรรถพงษ์ กุลโชครังสรรค์ · ธัชพันธ์ ประพุทธนิติสาร · แก้ว เวศอุไร
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดมีนบุรี - นางจิราภรณ์ แสงจันทร์
ศาลอุทธรณ์ - นายเฉลียว พลวิเศษ
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.1456/2558
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ1554/2555
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ971/2556
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4300/2567

การกำหนดอัตราดอกเบี้ยตามกฎหมายเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 246 และมาตรา 252 จำเลยทั้งสองเป็นคู่ความร่วมใน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1048/2562

แม้ฟ้องโจทก์ระบุชื่อโจทก์ว่า ฉ. ที่ถึงแก่ความตายไปแล้วซึ่งไม่มีสภาพบุคคล ที่ถูกต้องระบุชื่อคู่ความว่า ล. ในฐานะผู้จัดการมรดกของ ฉ. โจทก์ก็ตาม แต่การบรรยายฟ้องเมื่ออ่านแล้วเป็นที่เห็นได้ว่า ล. ในฐานะผู…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8505/2561

จำเลยแก้ฎีกาว่า ฎีกาของโจทก์ตั้งแต่หน้า 10 ถึงหน้า 19 เป็นการคัดลอกมาจากอุทธรณ์ในหน้า 39 ถึงหน้า 55 ถือเป็นฎีกาที่ไม่ได้โต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้งนั้น ฎีกาของโจทก์ในหน้า 10 ถึงหน…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2561 (เลขอ้างอิง 624889)

ศาลจะเพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการตาม พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 40 วรรคสาม (1) (ง) ได้ เมื่อคู่พิพาทฝ่ายที่ขอให้เพิกถอนคำชี้ขาดสามารถพิสูจน์ได้ว่า คำชี้ขาดวินิจฉัยข้อพิพาทนั้นไม่อยู่ในขอบ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2560 (เลขอ้างอิง 616581)

พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 59 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การดำเนินการทางศาลตามหมวดนี้ ให้ยื่นต่อศาลแพ่งและให้นำ ป.วิ.พ. มาใช้บังคับโดยอนุโลม" และวรรคสอง บัญญัติว่า "ในการนี้ให้พนักงา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้