Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2505 (เลขอ้างอิง 86821)

พ.ศ. 2505 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เช่าที่ดิน 112 ตารางวาจากเจ้าของที่ดิน จำเลยบุกรุกเข้ามาปลูกบ้านในที่ดินบางส่วน จำเลยให้การว่าไม่ได้บุกรุก ที่ดินที่จำเลยปลูกบ้านนี้จำเลยขอเช่าจากเจ้าของ ๆ ให้จำเลยเข้าอยู่แล้ว จำเลยขอให้เรียกเจ้าของที่ดินเข้ามาเป็นจำเลยร่วมด้วย เจ้าของที่ดินเข้ามาเป็นจำเลยร่วมและขอถือเอาคำให้การของจำเลยกับขอให้การเพิ่มเติมว่าโจทก์เช่าเพียง 51 ตารางวาเท่านั้น การที่โจทก์ฟ้องอ้างสิทธิในการเช่าที่โจทก์ทำไว้กับจำเลยร่วมเช่นนี้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 538 บังคับว่าต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ มิฉะนั้น จะต้องฟ้องร้องให้บังคับคดีไม่ได้ เอกสารการเช่ารายนี้ คือ สัญญาหมาย 8 โจทก์ว่า ไม่ใช่สัญญาเช่าที่โจทก์ทำไว้กับจำเลยร่วม ซึ่งจำเลยและจำเลยร่วมยืนยันว่าใช่ ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่ว่าสัญญาเช่าหมาย 8 นี้เป็นสัญญาที่แท้จริง และใช้ได้ตามกฎหมายหรือไม่ ถ้าโจทก์ทำไว้จริงและใช้ได้แล้ว ก็ต้องฟังว่าโจทก์เช่า 51 ตารางวา ตามที่ปรากฏในสัญญา โจทก์จะนำพยานบุคคลมาสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารว่าความจริงโจทก์เช่า 112 ตารางวาย่อมไม่ได้ แต่โจทก์มีสิทธินำสืบได้ว่า สัญญานี้ปลอมหรือไม่ถูกต้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ได้เช่าที่ดินเนื้อที่ประมาณ ๑๑๒ ตารางวาเศษของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ จำเลยทั้งสองกับบริวารได้บุกรุกเข้ามาปลูกบ้านในตอนใต้เป็นเนื้อที่ ๔๕ ตารางเมตร กับ ๒๐ ตารางเมตร ขอให้ขับไล่ออกไปจากที่เช่าของโจทก์

จำเลยให้การต่อสู้อย่างเดียวกันว่าจำเลยไม่ได้บุกรุกที่ดินที่จำเลยปลูกบ้านอยู่นี้เป็นของสำนักงานทรัพย์สิน ฯ และจำเลยได้ขอเช่า สำนักงานทรัพย์สิน ฯ ให้จำเลยเข้าอยู่อาศัยได้ แล้ว

จำเลยยื่นคำร้องขอให้เรียกสำนักงานทรัพย์สิน ฯ เข้ามาเป็นจำเลยร่วม ศาลอนุญาต สำนักงานทรัพย์สิน ฯ จำเลยร่วมขอถือเอาคำให้การของจำเลยเป็นคำให้การของจำเลยร่วม และขอเพิ่มเติมคำให้การว่า จำเลยร่วมไม่เคยให้โจทก์เช่าที่ดินมีเนื้อที่ ๑๑๒ ตารางวา โจทก์เช่า ๕๑ ตารางวา นายส่วนจำเลยเช่า ๒๔.๙๙ ตารางวา นางประจวบจำเลยเช่า ๓๑ ตารางวา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่จำเลยทั้งสองออกจากสถานที่เช่าของโจทก์

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องอ้างสิทธิในการเช่าที่โจทก์ทำไว้กับจำเลยร่วม ซึ่งตามมาตรา ๕๓๘ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บังคับว่าต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ มิฉะนั้นจะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่ เอกสารเป็นหนังสือในการเช่ารายนี้ คือ สัญญาเช่าหมาย ๘ ที่จำเลยร่วมได้ส่งต่อศาลตามที่โจทก์ขออ้างและขอให้เรียกมา โจทก์ว่าเอกสารนี้ไม่ใช่สัญญาเช่าที่โจทก์ได้ทำไว้กับจำเลยร่วม ซึ่งจำเลยและจำเลยร่วมยืนยันว่าเอกสารนี้ คือสัญญาเช่าที่โจทก์ได้ทำไว้ ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่ว่า สัญญาเช่าหมาย ๘ นี้ เป็นสัญญาเช้าที่แท้จริงและใช้ได้ตามกฎหมายหรือไม่ ถ้าโจทก์ทำไว้จริงและใช้ได้แล้ว ก็ต้องฟังว่าโจทก์ได้เช่าที่ดินจากจำเลยร่วมเพียง ๕๑ ตารางวาเท่าที่ปรากฏชัดเจนอยู่ในสัญญาเช่านั้น

โจทก์จะนำพยานบุคคลมาสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารสัญญาเช่านั้นว่าความจริงโจทก์เช่าเป็นเนื้อที่ ๑๑๒ ตารางวาย่อมไม่ได้ เพราะต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๙๔ (ข) แต่ตามวรรคท้ายของมาตรานี้โจทก์ย่อมมีสิทธิที่จะสืบได้ว่าสัญญาเช่าหมาย ๘ นี้ เป็นสัญญาปลอมหรือไม่ถูกต้องทั้งหมดหรือแต่บางส่วน เมื่อวินิจฉัยข้อเท็จจริงด้วยแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประกอบ หุตะสิงห์ · คร้าม สิวายะวิโรจน์ · พจน์ ปุษปาคม
ศาลล่าง
ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายพจน์ สุนทรารชุน
ศาลอุทธรณ์ - หลวงวิชัยนิตินาท
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3018/2541

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินตามสัญญากู้รวม 3 ฉบับ จำนวนเงินฉบับละ 50,000 บาท40,000 บาท และ 110,000 บาท ตามลำดับ รวมแล้วเป็นเงินต้น200,000 บาท จำเลยที่ 3 ให้การว่า จำเลยที่ 1 กู้เงิน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 753/2537

ศาลชั้นต้นมิได้กำหนดประเด็นว่าโจทก์เป็นเจ้าของทรัพย์สินที่เอาประกันภัยอันจะถือว่าโจทก์เป็นผู้มีส่วนได้เสียหรือไม่ไว้ในชั้นชี้สองสถาน ซึ่งจำเลยได้โต้แย้งคัดค้านและอุทธรณ์คัดค้านต่อศาลอุทธรณ์แล้ว เมื่อจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2606/2536

จำเลยป่วยเป็นโรคกระดูกสันหลังเสื่อมหรือข้อกระดูกสันหลังติดมีอาการปวดหลัง แพทย์ให้การรักษาโดยวิธีกายภาพบำบัดและฝังเข็มความไม่ปรากฏตามความเห็นของแพทย์ว่า อาการป่วยของจำเลยรุนแรงถึงขนาดจำเลยลุกขึ้นเดินไป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 145/2533

สัญญาเช่าตึกแถวพิพาทกำหนดอัตราค่าเช่าเดือนละ 1,000 บาทเมื่อครบกำหนดอายุสัญญาเช่า 1 ปีแล้ว จำเลยผู้เช่ายังคงอยู่ในตึกแถวพิพาทโดยโจทก์ผู้ให้เช่าไม่ทักท้วง จึงถือว่าโจทก์จำเลยได้ทำสัญญาเช่าใหม่ต่อไปโดยไม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4757/2533

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์เป็นภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย และเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายตามคำสั่งศาล ที่ดินและตึกแถวพิพาทเป็นมรดกของผู้ตาย โดยตึกแถวพิพาทเป็นสินสมรสของผู้ตายกับโจทก์ เมื่อวันที่ 5 กุมภ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้