Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2501 (เลขอ้างอิง 87016)

พ.ศ. 2501 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การกระทำผิดต่างกรรมต่างวาระกันถึง 166 ครั้งนั้น เพื่อความสดวกศาลแขวงจะรวมคดีทั้ง 166 สำนวนพิจารณาพิพากษารวมกันก็ได้ และเมื่อศาลแขวงลงโทษจำคุกจำเลยแต่ละสำนวนโดยมีกำหนดโทษซึ่งอยู่ในอำนาจศาลแขวงที่จะลงแล้ว แม้ในที่สุดจำเลยจะต้องรับโทษถึง 2490 วัน ก็ย่อมทำได้ การลงโทษเรียงสำนวนทั้ง 166 สำนวน พึ่งให้นับโทษติดต่อกันไปไม่จำต้องรวมโทษทุกสำนวนเข้าด้วยกันแล้วคิดทอนจากวันเป็นปีเดือน เพราะจะทำให้จำเลยต้องรับโทษจริงเกินกว่าโทษที่จะต้องรับโดยการนับโทษติดต่อ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยสมคบกันยักยอกเงินของกระทรวงอุตสาหกรรม โดยแยกฟ้องเป็น ๑๖๖ สำนวน เพราะจำเลยกระทำผิดต่างวันเวลากัน จำเลยรับสารภาพตามฟ้องโจทก์ทุกสำนวน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแขวงนครราชสีมาพิพากษาว่าจำเลยผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒ และ ๘๓ ให้จำคุกจำเลยแต่ละสำนวนคนละ ๑ เดือน ลดกึ่งหนึ่งคงจำคุกแต่ละสำนวนคนละ ๑๕ วัน โดยให้นับโทษติดต่อกันไป ซึ่งเมื่อรวมโทษทั้ง ๑๖๖ สำนวนแล้ว เป็นโทษจำคุกคนละ ๖ ปี ๑๑ เดือน ให้จำเลยช่วยกันคืนหรือใช้เงินแก่เจ้าทรัพย์

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ว่า ความผิดของจำเลยเป็นการกระทำต่อเนื่องกันมา จึงเป็นกรรมเดียวกัน เมื่อศาลชั้นต้นซึ่งเป็นศาลแขวงรวมพิจารณาพิพากษาแล้วจะลงโทษจำเลย ๑๓ ปี ๑๐ เดือน ก็ไม่ได้

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาว่า เมื่อลดโทษแล้วจะลงโทษจำคุกจำเลยไปเพียงคนละ ๓ เดือน เท่านั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยกระทำผิดหลายกรรมต่างวาระกัน โจทก์ฟ้องเป็น ๑๖๖ สำนวน จำเลยรับสารภาพตลอดทุกสำนวน แม้การยักยอกจะกระทำต่อเนื่องกันมา ก็หาใช่เป็นกรรมเดียวกันดังจำเลยฎีกาไม่ ศาลแขวงพิจารณาพิพากษาคดีรวมกันก็เพื่อความสดวก เมื่อลดโทษแล้วเหลือจำคุกคนละ ๑๕ วัน ต่อ ๑ สำนวน ย่อมอยู่ในอำนาจศาลแขวงที่จะพิพากษาได้ โทษของจำเลยเมื่อรวมกันทุกสำนวนแล้วคงเป็น ๒๔๙๐ วัน แต่ที่ศาลล่างคิดคำนวนเป็น ๖ ปี ๑๑ เดือน โดยทอนจากวันเป็นปีเดือนนั้น ทำให้เป็นผลร้ายแก่จำเลยเพราะจำเลยจะต้องรับโทษจริงเกินกว่า ๒๔๙๐ วันไปศาลฎีกาเห็นว่าไม่จำเป็นต้องรวมโทษจำเลยทุกสำนวนแล้วคิดคำนวนเป็นปีเดือน

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษาแก้ให้จำคุกจำเลยแต่ละสำนวนคนละ ๑๕ วัน โดยให้นับโทษติดต่อกันไปเท่านั้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สารรักษ์ประนาท · ดุลยการณ์โกวิท · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ
ศาลล่าง
ศาลแขวงนครราชสีมา - นายรัตน์ ศรีไกรวิน
ศาลอุทธรณ์ - หลวงสุทธิเทศนฤบาล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2501 (เลขอ้างอิง 43828)

การกระทำผิดต่างกรรมต่างวาระกันถึง 166 ครั้ง นั้นเพื่อความสะดวกศาลแขวงจะรวมคดีทั้ง 166 สำนวนพิจารณาพิพากษารวมกันก็ได้และเมื่อศาลแขวงลงโทษจำคุกจำเลยแต่ละสำนวนโดยมีกำหนดโทษซึ่งอยู่ในอำนาจศาลแขวงที่จะลงแล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4527/2530

การกระทำความผิดหลายกรรม ถ้า โจทก์แยกฟ้องจำเลยแต่ละกระทงความผิด และศาลมีคำสั่งให้พิจารณาคดีทุกสำนวนรวมกัน ก็จะลงโทษจำเลยได้ไม่เกินกำหนดตาม ป.อ. มาตรา 91 แต่เมื่อโจทก์แยกฟ้องโดยศาลมิได้สั่งให้พิจารณาคดี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2174/2545

คำสั่งของคณะกรรมการสภาทนายความที่ให้จำหน่ายชื่อผู้ถูกกล่าวหาออกจากทะเบียนทนายความตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528 มาตรา 43 ย่อมมีผลให้ผู้ถูกกล่าวหาขาดจากการเป็นทนายความตามมาตรา 44 (4) ทันที แม้ผู้ถู…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7413/2544

ผู้ถูกกล่าวหายกข้อเท็จจริงขึ้นมาในชั้นฎีกาว่า การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาไม่ถือว่าเป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล และขอให้ศาลฎีกาพิพากษาปล่อยผู้ถูกกล่าวหาให้พ้นผิดไปนั้น เป็นที่เข้าใจได้ว่าผู้ถูกกล่าวหากลับ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2517/2541

โทษจำคุกที่ผู้กระทำความผิดจะต้องรับมีกำหนดเวลาเพียง 3 เดือน หรือน้อยกว่าดังที่บัญญัติไว้ใน ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 55 ต้องถือเอาโทษจำคุกที่ศาลลง ในแต่ละกระทงความผิด จะรวมโทษจำคุกทุกกระทงความผิดในคดีนั้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้