Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8793/2550

พ.ศ. 2550 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 125 ที่บัญญัติให้นายจ้าง ลูกจ้าง หรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้างซึ่งถึงแก่ความตายที่ไม่พอใจคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานที่ได้มีคำสั่งตามมาตรา 124 ต้องนำคดีไปสู่ศาลภายในสามสิบวันนับแต่วันทราบคำสั่ง มิฉะนั้น คำสั่งนั้นเป็นที่สุด คำสั่งที่จะเป็นที่สุดตามมาตรานี้ต้องเป็นคำสั่งในกรณีที่นายจ้างฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเกี่ยวกับสิทธิได้รับเงินอย่างหนึ่งอย่างใดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 123 เท่านั้น ตามคำฟ้องของโจทก์ที่ 2 เป็นการฟ้องเพื่อให้จำเลยปฏิบัติตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างและเรียกร้องค่าจ้างส่วนที่จะต้องได้รับเพิ่มขึ้นจากการที่จำเลยต้องปรับค่าจ้างเพิ่มตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างตาม พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 19 โจทก์ที่ 2 จึงหาจำต้องฟ้องเพิกถอนคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้เดิมศาลแรงงานกลางสั่งให้รวมพิจารณาเป็นคดีเดียวกันกับคดีหมายเลขแดงที่ 7076/2548 โดยให้เรียกโจทก์ในคดีดังกล่าวว่า โจทก์ที่ 1 และเรียกโจทก์ในคดีนี้ว่า โจทก์ และเรียกจำเลยทั้งสองสำนวนว่า จำเลย แต่คดีดังกล่าวยุติไปแล้วตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น คงขึ้นมาสู่ศาลฎีกาเฉพาะคดีนี้และให้เรียกชื่อคู่ความตามเดิม โจทก์ที่ 2 ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยปฏิบัติตามสัญญาจ้างแรงงาน หรือข้อบังคับ เกี่ยวกับการทำงานหรือข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างโดยนับแต่วันที่เกิดสิทธิเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสองจ่ายเงินค่าจ้างค้างจ่ายดังกล่าวพร้อมทั้งดอกเบี้ยในอัตราร้อยละสิบห้าต่อปี

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสอง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า โจทก์ทั้งสองไม่ได้ฟ้องพนักงานตรวจแรงงานเพื่อขอเพิกถอนคำสั่งดังกล่าวภายใน 30 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง คำสั่งพนักงานตรวจแรงงานจึงเป็นที่สุดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 125 จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดชำระเงินค่าจ้างตามที่โจทก์ทั้งสองฟ้อง พิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสอง โจทก์ที่ 2 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า มีปัญหาว่าการที่โจทก์ที่ 2 มิได้ฟ้องขอเพิกถอนคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานโจทก์ที่ 2 จะฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ได้หรือไม่ เห็นว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 125 ที่บัญญัติให้นายจ้าง ลูกจ้างหรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้างซึ่งถึงแก่ความตายที่ไม่พอใจคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานที่ได้มีคำสั่งตามมาตรา 124 ต้องนำคดีไปสู่ศาลภายในสามสิบวันนับแต่วันทราบคำสั่ง มิฉะนั้น คำสั่งนั้นเป็นที่สุด คำสั่งที่จะเป็นที่สุดตามมาตรานี้ต้องเป็นคำสั่งในกรณีที่นายจ้างฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเกี่ยวกับสิทธิได้รับเงินอย่างหนึ่งอย่างใดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 123 เท่านั้น

คดีนี้ปรากฏตตามคำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน กลุ่มงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานพื้นที่ 9 ที่ 40/2548 เรื่องค่าจ้างและเงินบำเหน็จค้างจ่าย ที่โจทก์ทั้งสองกับลูกจ้างอื่นได้ยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานว่าองค์การค้าของคุรุสภาซึ่งเป็นนายจ้างค้างจ่ายค่าจ้างและเงินบำเหน็จจึงขอให้พนักงานตรวจแรงงานมีคำสั่งให้นายจ้างจ่ายค่าจ้าง เงินบำเหน็จพร้อมดอกเบี้ย ซึ่งพนักงานตรวจแรงงานได้สอบข้อเท็จจริงแล้ววินิจฉัยส่วนที่เกี่ยวกับค่าจ้างว่ามูลเหตุการค้างจ่ายค่าจ้างมาจากนายจ้างไม่ปรับโครงสร้างค่าจ้างให้ลูกจ้างตามมติคณะรัฐมนตรีตามหนังสือด่วนที่สุดที่ นร 0504/16226 ลงวันที่ 3 พฤศจิกายน 2547 เรื่อง การปรับอัตราค่าจ้างลูกจ้างรัฐวิสาหกิจ เป็นกรณีที่นายจ้างไม่ปฏิบัติตามขัอตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์

พ.ศ.2518 หาใช่เป็นการค้างจ่ายค่าจ้างตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 70 ไม่ จึงมีคำสั่งว่าโจทก์ทั้งสองกับลูกจ้างอื่นไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้าง แต่ตามคำฟ้องของโจทก์ที่ 2 มีเนื้อหาว่าจำเลยไม่ปรับค่าจ้างให้แก่โจทก์ที่ 2 ตามมติคณะรัฐมนตรี ตามหนังสือด่วนที่สุดที่ นร 0504/16226 ลงวันที่ 3 พฤศจิกายน 2547 และไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงฉบับลงวันที่ 29 มิถุนายน 2525 ข้อ 17 ซึ่งจำเลยเคยปฏิบัติมาโดยตลอด เป็นการไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง และตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ที่ 2 ให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญาจ้างแรงงานหรือข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน หรือข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างโดยจ่ายค่าจ้างค้างพร้อมดอกเบี้ย

ดังนั้น แม้โจทก์ที่ 2 จะขอให้จำเลยจ่ายค่าจ้างค้างแต่ก็เห็นได้ว่าการที่จำเลยจะต้องจ่ายค่าจ้างตามที่โจทก์ที่ 2 ขอมาหรือไม่ ศาลแรงงานกลางจะต้องวินิจฉัยเสียก่อนว่า จำเลยมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามข้อตกลงฉบับลงวันที่ 29 มิถุนายน 2525 ข้อ 17 ซึ่งระบุว่า "เรื่องการพิจารณาความดีความชอบประจำปีของเจ้าหน้าที่องค์การค้านั้น การพิจารณาความดีความชอบในขณะใดๆ ให้องค์การค้าฯ พิจารณาโดยถือหลักเกณฑ์การพิจารณาตามมติคณะรัฐมนตรี หรือระเบียบของทางราชการที่กำหนดสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐวิสาหกิจในขณะนั้นๆ" หรือไม่ ซึ่งข้อความดังกล่าวเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง การที่โจทก์ที่ 2 ฟ้องจำเลยจึงมิใช่การฟ้องให้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน

พ.ศ.2541 มาตรา 70 ซึ่งเป็นที่สุดเพราะโจทก์ทั้งสองไม่ได้ฟ้องขอเพิกถอนคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานภายในสามสิบวันแต่อย่างใด แต่เป็นการฟ้องเพื่อให้จำเลยปฏิบัติตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างและเรียกร้องค่าจ้างส่วนที่จะต้องได้รับเพิ่มขึ้นจากการที่จำเลยต้องปรับค่าจ้างเพิ่มตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 19 โจทก์ที่ 2 จึงหาจำต้องฟ้องเพิกถอนคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานไม่ ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์ที่ 2 จึงไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ปัญหาดังกล่าวแม้โจทก์ที่ 1 จะมิได้อุทธรณ์แต่โจทก์ที่ 1 มีผลประโยชน์ร่วมกันในมูลความแห่งคดี ศาลฎีกาเห็นควรให้มีผลถึงโจทก์ที่ 1 ด้วยตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 53

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ให้ศาลแรงงานกลางพิจารณาคดีของโจทก์ทั้งสองแล้วพิพากษาใหม่ต่อไปตามรูปคดี

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บวร กุลทนันทน์ · วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์ · จรัส พวงมณี
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายสละ เทศรำพรรณ
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ร.150/2549
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ5485/2548
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ7076/2548
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกแรงงาน
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 39/2567

ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 12 หมายความว่า หากผู้รับเหมาช่วงซึ่งเป็นนายจ้างมีค่าจ้างหรือเงินอื่นที่ต้องจ่ายแก่ลูกจ้าง ผู้รับเหมาช่วงถัดขึ้นไปจนถึงผู้รับเหมาชั้นต้นต้องร่วมรับผิดกับผู้รับเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3871/2561

แม้จะไม่มีบทกฎหมายบัญญัติไว้โดยตรงว่าเมื่อลูกจ้างได้ใช้สิทธิยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานแล้วจะไม่มีสิทธิยื่นฟ้องนายจ้างต่อศาลแรงงานอีก แต่ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 123 ถึง มาตรา 125 เป็นก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15617/2558

โจทก์ฟ้องเรียกดอกเบี้ยของต้นเงินค่าชดเชย ค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี และเงินเพิ่มของต้นเงินค่าชดเชยตามคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานที่ 101/2549 นั้น เมื่อปรากฏว่าวันที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15467/2558

อ. ลูกจ้างโจทก์เคยใช้สิทธิเรียกร้องค่าล่วงเวลาที่พิพาทจากโจทก์พร้อมเงินอื่น เนื่องจากถูกโจทก์เลิกจ้างในคดีหมายเลขแดงที่ รย.310/2551 ของศาลแรงงานภาค 2 ซึ่งระหว่างการพิจารณาในคดีดังกล่าว อ. กับโจทก์ตกลง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13581/2557

ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 123 ถึง 125 มีลักษณะกำหนดให้ลูกจ้างจะต้องเลือกใช้สิทธิทางใดทางหนึ่งระหว่างใช้สิทธิฟ้องคดีต่อศาลแรงงานหรือจะยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานก็ได้แต่เพียงทางเดียว จ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้