Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 889/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้ที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมในทรัพย์สินที่ยึดเพียง1ใน5แต่ยื่นคำร้องขอปล่อยทรัพย์สินที่ยึดทั้งหมดอ้างว่าไม่ใช่ของลูกหนี้ตามคำพิพากษาต้องชำระค่าขึ้นศาลตามมูลค่าแห่งตัวทรัพย์ทั้งหมด

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินตามสัญญากู้ สัญญาค้ำประกันและสัญญาจำนองแก่โจทก์ แต่จำเลยทั้งสามชำระเพียงบางส่วนและไม่ชำระหนี้ส่วนที่เหลือโจทก์จึงขอให้บังคับคดีและยึดที่ดินซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลหนองละลอกอำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง รวม 10 แปลง โดยอ้างว่าเป็นของจำเลยที่ 2 เพื่อบังคับชำระหนี้ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ที่ดินที่ยึดรวม 10 แปลง ดังกล่าวไม่ใช่เป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 2 หากแต่เป็นกรรมสิทธิ์ร่วมระหว่างผู้ร้องกับพวกรวม 5 คน ซึ่งมีคนละหนึ่งส่วนเท่า ๆ กันโดยผู้ร้องกับพวกตกลงมอบให้จำเลยที่ 2 เป็นตัวแทนซื้อที่ดินดังกล่าวและจดทะเบียนโดยลงชื่อจำเลยที่ 2 ในฐานะตัวแทนขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด โดยผู้ร้องชำระค่าขึ้นศาลจำนวน 49,380 บาทศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าทรัพย์ที่ยึดมีทุนทรัพย์ 9,875,900 บาท จะต้องเสียค่าขึ้นศาล 200,000 บาท ให้ผู้ร้องเสียให้ครบใน 15 วันก่อนครบกำหนดผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งเดิมและรับคำร้องของผู้ร้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ให้ยกคำร้อง ต่อมาผู้ร้องไม่ชำระค่าขึ้นศาลเพิ่มภายในกำหนด ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งไม่รับคำร้องผู้ร้อง อุทธรณ์ คำสั่งศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนผู้ร้อง ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่ผู้ร้องฎีกาว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมในทรัพย์สินที่ยึดทั้ง 10 รายการ เพียง 1 ใน 5ซึ่งคิดเป็นเงิน 1,975,180 บาท จึงต้องชำระค่าขึ้นศาลเพียง1 ใน 5 เป็นเงินจำนวน 49,380 บาท นั้น เห็นว่า แม้ผู้ร้องจะเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมในทรัพย์สินที่ยึดเพียง 1 ใน 5 ก็ตามแต่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอปล่อยทรัพย์สินที่ยึดทั้งหมด ผู้ร้องจึงต้องชำระค่าขึ้นศาลตามมูลค่าแห่งตัวทรัพย์ทั้งหมด คือตามจำนวนทุนทรัพย์ 9,875,900 บาท ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและพิพากษาให้ผู้ร้องชำระค่าขึ้นศาลในอัตราอย่างสูงจำนวน 200,000 บาทชอบแล้ว"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิธี อุปปาติก · ไพศาล รางชางกูร · ยรรยง ปานุราช
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6197/2550

การที่ผู้ร้องเสียค่าธรรมเนียมในการส่งตาม ป.วิ.พ. มาตรา 70 วรรคท้าย ให้แก่เจ้าพนักงานศาล มีผลเท่ากับผู้ร้องได้นำส่งสำเนาคำร้องตามคำสั่งศาลชั้นต้นแล้ว เจ้าพนักงานบังคับคดีได้รับหมายนัดและสำเนาคำร้องขัดท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 176/2530

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอต่อศาลให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดไว้ ศาลสอบคู่ความเกี่ยวกับราคาทรัพย์ที่พิพาทแล้วตีราคาตามที่เจ้าพนักงานบังคับคดีประเมิน และสั่งให้ผู้ร้องชำระค่าขึ้นศาลเพิ่มภายใน 15 วัน ดังนี้การที่ศาลสอบ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2883/2528

ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ซึ่งมีชื่อจำเลยและผู้ร้องเป็นเจ้าของรวมผู้ร้องได้ครอบครองที่ดินครึ่งหนึ่งทางทิศเหนือเป็นส่วนสัดมาตั้งแต่ได้รับการยกให้จากบิดา เมื่อโจทก์รับจำนองที่ดิน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3399/2527

การร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 288 จะต้องเป็นกรณีที่จำเลยหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาไม่ใช่เจ้าของทรัพย์สินที่ยึด หากจำเลยหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาเป็นเจ้าของทรัพย์สินที่ยึดร่…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2503 (เลขอ้างอิง 48135)

คดีร้องขัดทรัพย์ที่ผู้ร้อง 2 คนต่างยื่นคำร้องว่าที่ดินที่โจทก์นำยึด 2 แปลง เป็นที่ของผู้ร้องคนละแปลงโดยตีราคาที่ดินแปลงละห้าพันบาทนั้น เป็นคดีมีทุนทรัพย์เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องจะฎีกาในข้อเท็…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้