Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 897/2524

พ.ศ. 2524 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้จะมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ริบแร่ของผู้ร้องแล้วก็ตาม แต่เมื่อผู้ร้องได้ร้องขอแร่ของกลางเฉพาะส่วนของผู้ร้องคืน โดยอ้างว่ามิได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดซึ่งศาลฎีกาก็ได้พิพากษาชี้ขาดแล้วว่าคำพิพากษาที่ให้ริบแร่ของกลางเฉพาะส่วนของผู้ร้องไม่ผูกพันผู้ร้องซึ่งเป็นบุคคลภายนอกคดี ดังนั้นเมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิด และตามพระราชบัญญัติแร่ฯ ก็มีข้อบัญญัติมิให้ริบทรัพย์สินของผู้อื่นซึ่งมิได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิด จึงต้องคืนแร่ของกลางเฉพาะส่วนของผู้ร้องแก่ผู้ร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.อ. มาตรา 32 ป.อ. มาตรา 36 พ.ร.บ.แร่ พ.ศ.2510 มาตรา 10 พ.ร.บ.แร่ พ.ศ.2510 มาตรา 154 พ.ร.บ.แร่ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2516 มาตรา 8 พ.ร.บ.แร่ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2516 มาตรา 39

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยและริบแร่ดีบุกของกลางตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2510

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องให้ริบแร่ดีบุกจำนวน 20 กระสอบส่วนแร่ดีบุกอีก 100 กระสอบ หนัก 80 หาบให้คืนเจ้าของแร่

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้ริบแร่ดีบุกที่เหลือ 100 กระสอบ หนัก 80 หาบด้วย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ขณะคดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ผู้ร้องร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของแร่ดีบุกจำนวน100 กระสอบ หนัก 80 หาบ มิได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิด จึงขอให้คืนแร่ดีบุกของกลางจำนวน 100 กระสอบ หนัก 80 หาบแก่ผู้ร้อง ศาลชั้นต้นส่งสำเนาคำร้องให้โจทก์ และให้รอฟังคำพิพากษาฎีกาก่อน ต่อมาศาลฎีกาพิพากษายืนให้ริบแร่ดีบุกของกลางทั้งหมดโจทก์คัดค้านว่า ผู้ร้องจะเป็นเจ้าของแร่ดีบุกที่แท้จริงและถูกต้องหรือไม่โจทก์ไม่ทราบและไม่รับรอง ผู้ร้องไม่มีสิทธิขอคืนของกลาง เพราะศาลฎีกาพิพากษาให้ริบเพราะเป็นของต้องริบตามกฎหมายแล้วศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้แล้วให้งดการไต่สวนและมีคำสั่งยกคำร้องผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ในคดีเดิมนั้นผู้ร้องมิได้เป็นคู่ความด้วย

คำพิพากษาดังกล่าวจึงไม่ผูกพันผู้ร้องซึ่งเป็นบุคคลภายนอก พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดีโจทก์ฎีกาศาลฎีกาพิพากษายืนศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้องผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้ร้องฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่าที่ผู้ร้องฎีกาว่า ผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิดของจำเลยนั้นพิเคราะห์แล้วเห็นว่า แม้จะปรากฏตามคำพิพากษาอันเป็นที่สุดในคดีนี้ว่าพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2510 มาตรา 10 พระราชบัญญัติแร่ (ฉบับที่ 2)พ.ศ. 2516 มาตรา 8 บัญญัติว่า ในกรณีความผิดตามพระราชบัญญัติแร่ได้กระทำโดยตัวแทนหรือลูกจ้างให้ถือว่าผู้รับใบอนุญาตเป็นตัวการกระทำผิดนั้นด้วย และให้ริบแร่ของผู้ร้องแล้วก็ตามแต่เมื่อผู้ร้องได้ร้องขอแร่ของกลางเฉพาะส่วนของผู้ร้องคืนโดยอ้างว่าผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดศาลฎีกาก็ได้พิพากษาชี้ขาดว่าคำพิพากษาที่ให้ริบแร่ของกลางเฉพาะส่วนของผู้ร้อง

ไม่ผูกพันผู้ร้องซึ่งเป็นบุคคลภายนอกคดี ซึ่งไม่มีโอกาสนำสืบพยานโต้แย้งหรือคัดค้านพยานหลักฐานของโจทก์ ผู้ร้องจึงมีสิทธินำสืบเป็นอย่างอื่นได้ เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า ขณะที่ผู้ร้องให้นายบุญช่วย ติ้วตระกูลนำแร่ดีบุกไปขายที่บริษัทจุติ จังหวัดภูเก็ต จำนวน 100 กระสอบ น้ำหนัก80 หาบ และมอบใบอนุญาตขนแร่ ใบเสร็จค่าภาคหลวงแร่ กับหนังสือกำกับแร่ไปด้วย ทั้งนี้โดยบรรทุกรถยนต์ซึ่งนายบุญพา ทองสกุล เป็นผู้ขับนั้น แร่ดีบุกยังมีจำนวน 100 กระสอบครบถ้วนถูกต้องตรงตามใบอนุญาตทุกอย่างทุกประการ นายบุญพา ทองสกุล ได้รับขนแร่ดีบุกของนายใข่ แซ่ติ๋ว อีกจำนวน20 กระสอบโดยไม่มีใบอนุญาตกำกับไปด้วย การรับขนแร่ดีบุกของนายใข่ แซ่ติ๋วจึงเป็นการกระทำนอกเหนือจากคำสั่งของผู้ร้อง เป็นการกระทำโดยพลการของนายบุญพา

ทองสกุล เอง ครั้นเมื่อเจ้าพนักงานตำรวจจับนายภิรมย์หรือพ่อ เกิดสุข จำเลยในคดีนี้มาดำเนินคดีเป็นคดีนี้ก็ไม่ปรากฏว่านายบุญช่วยติ้วตระกูล กับนายบุญพา ทองสกุล ลูกจ้างของจำเลยถูกดำเนินคดีแต่อย่างใด เมื่อนายภิรมย์หรือพ่อ เกิดสุข มิใช่ลูกจ้างหรือตัวแทนจำเลยจึงถือไม่ได้ว่าผู้ร้องมีส่วนรู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิดของนายภิรมย์หรือพ่อ เกิดสุข จำเลยในคดีนี้ เมื่อข้อเท็จจริงฟังว่าผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิดของนายภิรมย์หรือพ่อ เกิดสุข ประกอบกับพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2510 มาตรา 154 พระราชบัญญัติแร่ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2516 มาตรา 39 บัญญัติมิให้ทรัพย์สินของผู้อื่นซึ่งมิได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิด ดังนั้น ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งไม่คืนแร่ดีบุกของกลาง เฉพาะส่วนของผู้ร้องให้แก่ผู้ร้อง ศาลฎีกาจึงไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาผู้ร้องฟังขึ้นพิพากษากลับ ให้คืนแร่ดีบุกของกลางจำนวน 100 กระสอบ หนัก80 หาบ (เฉพาะส่วนของผู้ร้อง) แก่ผู้ร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประสาท บุณยรังษี · ไพบูลย์ ไวกาสี · วินิจ วินิจฉัยภาค
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12152/2558

คดีร้องขอคืนของกลางที่ศาลสั่งริบนั้น ประเด็นที่ต้องวินิจฉัยตามคำร้องของผู้ร้องมีเพียงว่าศาลจะสั่งคืนอาวุธปืนของกลางให้แก่เจ้าของซึ่งมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยหรือไม่เท่านั้นส่วนอา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6418/2558

ป.อ. มาตรา 36 บัญญัติว่า "ในกรณีที่ศาลสั่งให้ริบทรัพย์สินตามมาตรา 33 หรือมาตรา 34 ไปแล้ว หากปรากฏในภายหลังโดยคำเสนอของเจ้าของที่แท้จริงว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของแท้จริง มิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำควา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9546/2544

ผู้ร้องเป็นเจ้าของตู้คาราโอเกะ อันประกอบด้วยเครื่องรับโทรทัศน์สี เครื่องเล่นวิดีโอซีดี แผ่นวิดีโอซีดี และเครื่องเสียงพร้อมลำโพง ซึ่งศาลได้มีคำพิพากษาให้ริบตาม ป.อ. มาตรา 33 เพราะจำเลยได้นำไปฉายหรือให้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3617/2532

ผู้ร้องเคยยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งคืนรถยนต์ของกลางที่ศาลสั่งริบไว้แก่ผู้ร้องครั้งหนึ่งแล้ว แต่ศาลฎีกาพิพากษายกคำร้องเพราะผู้ร้องบรรยายคำร้องว่ารถยนต์ของกลางเป็นของผู้ร้องแต่ผู้เดียวจำเลยนำรถยนต์ของกลางไ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3203/2532

ประกาศของพนักงานเจ้าหน้าที่ในหนังสือพิมพ์รายวันเกี่ยวแก่การกระทำผิดของจำเลยไม่ได้ลงข้อความว่าจำเลยได้ใช้รถยนต์ของกลางเป็นยานพาหนะขนแร่ตะกั่ว และไม่มีข้อความว่าพนักงานอัยการได้ร้องขอต่อศาลขอให้ริบรถยนต…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้