Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9239/2547

พ.ศ. 2547 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เหตุคดีนี้เกิดขึ้นในซอยบ่อนไก่ ถนนพิบูลสงคราม ตำบลสวนใหญ่ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี เพียงท้องที่เดียว สถานที่ที่จำเลยถูกจับกุมภายหลังการกระทำความผิดซึ่งอยู่ในเขตท้องที่สถานีตำรวจนครบาลเตาปูน หาใช่ท้องที่ที่เกิดการกระทำความผิดด้วยไม่ เมื่อที่เกิดเหตุอยู่ในเขตท้องที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมื่องนนทบุรีพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองนนทบุรีจึงมีหน้าที่เป็นผู้รับผิดชอบในการสอบสวนความผิดนี้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 18 วรรคสาม ป.วิ.อ. มาตรา 158 (6) เพียงแต่บังคับโจทก์ให้อ้างมาตราในกฎหมายซึ่งบัญญัติว่าการกระทำเช่นนั้นเป็นความผิดเท่านั้น หาได้บังคับให้โจทก์ต้องระบุวรรคของบทมาตราในกฎหมายด้วยไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้เดิมศาลชั้นต้นสั่งให้รวมพิจารณาเป็นคดีเดียวกันกับคดีอาญาหมายเลขดำที่ 362/2541 แต่คดีสำนวนดังกล่าวยุติไปแล้วตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น คงขึ้นมาสู่ศาลฎีกาเฉพาะคดีนี้

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83, 339, 340 ตรี ริบของกลาง และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนจำนวน 11,250 บาท แก่ผู้เสียหาย

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคสอง ประกอบมาตรา 340 ตรี, 83 จำคุก 15 ปี ริบของกลาง และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์จำนวน 11,250 บาท แก่ผู้เสียหาย

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาข้อต่อมาว่า พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองนนทบุรีไม่มีอำนาจสอบสวนคดีนี้นั้น เห็นว่า เหตุคดีนี้เกิดขึ้นในซอยบ่อนไก่ ถนนพิบูลสงคราม ตำบลสวนใหญ่ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี เพียงท้องที่เดียว สถานที่ที่จำเลยถูกจับกุมภายหลังการกระทำความผิดซึ่งอยู่ในเขตท้องที่สถานีตำรวจนครบาลเตาปูนหาใช่ท้องที่ที่เกิดการกระทำความผิดด้วยไม่ เมื่อที่เกิดเหตุอยู่ในเขตท้องที่สถานีตำรวจภูธรเมืองนนทบุรี พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองนนทบุรี จึงมีหน้าที่เป็นผู้รับผิดชอบในการสอบสวนความผิดนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 18 วรรคสาม ที่จำเลยฎีกาข้อต่อมาว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาลงโทษจำเลยเกินคำขอตามคำฟ้องของโจทก์นั้น

เห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องความว่า จำเลยร่วมกับพวก 1 คน มีอาวุธมีดปลายแหลม 1 เล่ม จี้ชิงทรัพย์ของผู้เสียหายหลายรายการรวมราคา 11,250 บาท โดยขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะใช้อาวุธมีดแทงประทุษร้ายเพื่อให้ความสะดวกแก่การชิงทรัพย์พาทรัพย์นั้นไป และจำเลยกับพวกใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะเพื่อกระทำความผิดและเพื่อให้พ้นจากการจับกุม ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83, 339, 340 ตรี คำฟ้องโจทก์ดังกล่าวมีรายละเอียดครบถ้วนตามที่บัญญัติในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 แล้ว อนุมาตรา (6) ของมาตราดังกล่าวเพียงแต่บังคับโจทก์ให้อ้างมาตราในกฎหมายซึ่งบัญญัติว่าการกระทำเช่นนั้นเป็นความผิดเท่านั้น หาได้บังคับให้โจทก์ต้องระบุวรรคของบทมาตราในกฎหมายด้วยไม่

เมื่อโจทก์ฟ้องโดยบรรยายองค์ประกอบความผิดครบถ้วนต้องด้วยความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคสอง ประกอบมาตรา 340 ตรี, 83 และโจทก์นำสืบพยานหลักฐานฟังได้ตามฟ้อง ศาลย่อมพิพากษาลงโทษจำเลยตามบทมาตราที่โจทก์ขอโดยปรับวรรคที่ตรงกับลักษณะการกระทำนั้นได้โจทก์หาต้องระบุวรรคมาด้วยไม่ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 จึงไม่เกินคำขอ ที่จำเลยฎีกาข้อต่อมาว่าจำเลยป่วยเป็นโรคจิตประสาท ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ลงโทษจำเลยสูงเกินไป คำให้การของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา สมควรลดโทษแก่จำเลยและรอการลงโทษนั้น เห็นว่า แม้จะได้ความว่าจำเลยเคยป่วยเจ็บทางจิตประสาท แต่ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าขณะเกิดเหตุจำเลยมีความป่วยเจ็บถึงขาดไม่สามารถรู้ผิดชอบหรือไม่สามารถบังคับตนเองได้เพราะมีจิตบกพร่องหรือจิตฟั่นเฟือนจึงไม่มีเหตุให้กำหนดโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคสอง ประกอบมาตรา 340 ตรี, 83 มีระวางโทษจำคุกขั้นต่ำ 15 ปี ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้จำคุกจำเลย 15 ปี เป็นการลงโทษขั้นต่ำตามกฎหมายแล้ว ไม่อาจกำหนดโทษน้อยกว่านี้ได้ คดีนี้โจทก์มีทั้งประจักษ์พยานและพยานแวดล้อมใกล้ชิดกับเหตุการณ์ที่รู้เห็นเหตุการณ์ตั้งแต่เกิดเหตุและติดตามรู้เห็นการกระทำของจำเลยระหว่างหลบหนีหลังเกิดเหตุ จนกระทั้งจับกุมจำเลยได้แทบจะทันทีทันใดที่เกิดเหตุ ยากที่จำเลยจะปฏิเสธได้ คำรับของจำเลยจึงไม่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา และไม่เป็นเหตุบรรเทาโทษ ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะลดโทษให้จำเลย โทษจำคุกจำเลยตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 เกิน 3 ปี จึงรอการลงโทษไม่ได้ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทุกข้อฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กำธร โพธิ์สุวัฒนากุล · สุรชาติ บุญศิริพันธ์ · กิติศักดิ์ กิติคุณไพโรจน์
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3266/2538

ร้อยตำรวจโทอ. และพันตำรวจโทพ.เป็นพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา18วรรคสองและเป็นเจ้าหน้าที่ตามคำสั่งกรมตำรวจที่1502/2530เรื่องการจัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจป้องกันปราบปรามการปลอมหนังสือเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1543/2568

ฟ้องโจทก์ทั้งสองเดิมบรรยายว่า จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกกระทำผิดหน้าที่ด้วยการเบิกถอนเงิน จากบัญชีเงินฝากที่เปิดไว้ในนามผู้จัดการมรดกเพียงรายการเดียว 2,000,000 บาท โอนเข้าบัญชีเงินฝากส่วนตัวของจำเลยโดยท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1044/2568

โจทก์บรรยายฟ้องไว้ชัดเจนแล้วว่าจำเลยที่ 1 เป็นบุคคลคนเดียวกันกับจำเลยที่ 2 ในคดีหมายเลขดำที่ คม 1/2564 ของศาลจังหวัดเวียงสระ และจำเลยที่ 7 เป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยที่ 1 ในคดีหมายเลขดำที่ คม 1/2564 ของ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 298/2567

แม้อุทธรณ์ของโจทก์จะเป็นการขอให้ศาลวินิจฉัยในปัญหาข้อกฎหมายว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ แต่ก่อนที่ศาลจะวินิจฉัยในประเด็นดังกล่าวได้นั้น ศาลจำต้องวินิจฉัยในปัญหาข้อเท็จจริงเสียก่อนว่า ตราที่โจทก์ประทับใน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 52/2567

ฟ้องโจทก์ที่บรรยายว่า จำเลยที่ 1 ดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะตะเภา มีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาและอนุมัติเบิกจ่ายเงินในการจัดซื้อจัดจ้างโครงการส่งเสริมอนุรักษ์ประเพณีขึ้นธาตุเดือนเก้า (เหนือ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้