คำฟ้องและคำให้การ
จำเลยทั้ง ๓ คนสมคบกันไปลักโคเขา พอเจ้าทรัพย์ไล่ติดตามมาก็ทิ้งโคพากันหนีเจ้าทรัพย์ไล่ติดตามต่อไป ป.สดุดคันนาหกล้ม เจ้าทรัพย์ตรงเจ้าเงื้อพร้าหวดจะฟัน ส.จึงโดดเข้าคร่อม ป.ไว้แล้วชักมีดออกทำท่าจะแทงเจ้าทรัพย์ ๆ กลัวเลยถอยกลับ จำเลยก็พากันหนีไปดังนี้ ศาลเดิมตัดสินว่า ส.มีผิดฐานชิงทรัพย์ตาม ม.๒๙๙ ให้จำคุก ๓ ปี ส่วน ป.น.มีผิดฐานลักสัตว์พาหนะตาม ม.๒๙๔ ตอนท้ายให้จำคุก น.๒ ปีและ ป.๔ ปีรวมทั้งโทษที่เพิ่มด้วย ศาลอุทธรณ์ตัดสินแก้ว่า ส.มีผิดฐานลักทรัพย์ให้จำคุก ๒ ปีกะทงหนึ่ง และฐานพยายามทำร้ายร่างกายตาม ม.๒๕๔-๖๐ จำคุก มีกะทงหนึ่ง รวมเป็น ๓ ปี นอกนั้นยืนตามศาลเดิม
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษ ส.ฐานชิงทรัพย์
ศาลฎีกาเห็นว่า ส.ชักมีดจะแทงเจ้าทรัพย์เพื่อประโยชน์ส่วนตัวและของพวกตัวซึ่งจะได้หลีกเลี่ยงให้พ้นจากอาชญา และ ป.ก็ได้รับประโยชน์จากการกระทำของ ส.ด้วย ส.และ ป.ควรมีผิดตาม ม.๒๙๙ ให้จำคุก ส.๓ ปี แต่คดีส่วนตัว ป.ไม่มีฎีกาขึ้นมาให้เป็นยุติไป(ศรี-วิชัย-นล)