คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นทนายความว่าต่างโจทก์ แล้วจำเลยรับเงินส่วนแบ่งและค่าธรรมเนียม ซึ่งศาลพิพากษาให้โจทก์ ไปจากศาลแทนโจทก์แล้วไม่ส่งมอบแก่โจทก์ จึงขอให้ศาลบังคับจำเลยต่อสู้ว่า ได้จ่ายเงินให้โจทก์แล้ว และฟ้องแย้งเรียกเงินจากโจทก์อีก 1,805 บาท 46 สตางค์ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ และให้โจทก์ชำระเงิน 1,329 บาท46 สตางค์ให้แก่จำเลย ฯลฯโจทก์และจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้โจทก์ใช้เงิน 1,505 บาท 46 สตางค์แก่จำเลย ฯลฯโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า คดีเรื่องนี้
โจทก์ฟ้องตั้งทุนทรัพย์เรียกเงินจากจำเลย 976 บาท 04 สตางค์ จำเลยกลับฟ้องแย้งขอให้บังคับโจทก์ใช้เงินให้จำเลย 1,805 บาท 46 สตางค์
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ และให้โจทก์ใช้เงินให้จำเลยตามฟ้องแย้ง 1,329 บาท 46 สตางค์ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงเช่นเดียวกับศาลชั้นต้น แต่แก้ให้โจทก์ใช้เงินแก่จำเลย 1,505 บาท 46 สตางค์ ฯลฯ จึงเป็นการแก้ไขเล็กน้อย จะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้ส่วนฎีกาข้อที่ว่า การรับจ่ายเงินโดยไม่มีหลักฐานการรับเงินเป็นหนังสือ ศาลรับฟังไม่ได้นั้น
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่า การที่ทนายจ่ายเงินส่วนได้ของลูกความที่ตนรับมาจากศาลให้แก่ลูกความนั้น ไม่มีกฎหมายบังคับว่าต้องมีหลักฐานเป็นตัวหนังสือ ดังนั้น จึงรับฟังคำพยานบุคคลได้ ดัง ศาลฎีกาเคยวินิจฉัยไว้แล้วในฎีกาที่ 282/2482 ฯลฯจึง
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน