คำฟ้องและคำให้การ
ได้ความว่า จำเลยเป็นสามีเจ้าทุกข์จำเลยเอาขันลงหินไปตักน้ำล้างหน้า เจ้าทุกข์โกรธเพราะเคยห้ามไว้แล้ว จึงด่าจำเลยถึงบิดามารดา ด่าแล้วด่าอีก จำเลยอดโทษะไว้ไม่ได้ จึงใช้เท้าถีบหลังเจ้าทุกข์ ๑ ทีแล้วจับศีร์ษะโขกกับพรึง ๑ ที เป็นเหตุให้เจ้าทุกข์ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยทำแก่ภริยาเท่านี้เป็นการสมควรแก่เพื่อปราบปราม ไม่ควรลงโทษ จึงให้ยกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นผิดตามมาตรา ๒๕๔ แต่เห็นว่าจำเลยกระทำโดยถูกยั่วโทษะ จึงให้ลดโทษตามมาตรา ๕๕ กึ่ง ๑ และลดโทษตามมาตรา ๕๙ กึ่ง ๑ คงเหลือจำคุก ๓ วัน ปรับ ๑ บาท ยกโทษจำเสียตามมาตรา ๔๐ แต่ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์นาย ๑ ทำความเห็นแย้งว่า ไม่เป็นการข่มเหงอย่างร้ายแรงตามมาตรา ๕๕ โจทก์ฎีกาว่าไม่เข้าลักษณในมาตรา ๕๕
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่าพอถือได้ว่าเจ้าทุกข์ได้ข่มเหงจำเลยโดยไม่เป็นธรรมตามมาตรา ๕๕
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์