Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 991/2473

พ.ศ. 2473 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ลูกหนี้ไปหลอกเอาโฉนดที่ให้เปนประกันเงินกู้จากเจ้าหนี้มาแล้วโอนขายให้ผู้อื่นต่อไปนั้น ลูกหนี้ไม่มีผิดฐานฉ้อโกง เจ้าพนักงานที่ดินไม่มีหน้าที่รับแจ้งความเรื่องการชำระหนี้สิน เมื่อผู้ใดไปแจ้งความเท็จแก่เจ้าพนักงานว่าได้ใช้เงินให้แก่เจ้าหนี้แล้ว จึงไม่มีผิดฐานแจ้งความเท็จ วิธีพิจารณาอาชญา แพ่ง ฟ้องคดีอาชญาปนแพ่งต้องเรียกค่าธรรมเนียมอย่างคดีแพ่งที่ดิน

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

อาชญา มาตรา 118 อาชญา มาตรา 226 อาชญา มาตรา 304 อาชญา มาตรา 309

คำฟ้องและคำให้การ

ได้ความว่า ส.จำเลย กู้เงินโจทก์ไป ๒๓๕๐ บาท และมอบโฉนดซึ่งมีชื่อ ส.และสามีให้ไว้เปนประกัน ต่อมา ส.ไปหลอกลวงโจทก์ว่าจะขอโอนโฉนดรับมฤดกสามี แล้วจะโอนที่ให้แก่โจทก์เพื่อเปนการชำระหนี้ โจทก์จึงนำโฉนดไปส่งให้เจ้าพนักงาน จำเลยทั้ง ๒ สมคบกันแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานว่า ส.ใช้เงินกู้แก่โจทก์แล้ว ขอให้ทำสัญญาโอนขายที่นี้ให้แก่ ต.จำเลย เจ้าพนักงานจึงทำสัญญาซื้อขายให้ บัดนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฉ้อโกง ฐานแจ้งความเท็จ ฐานปลอมหนังสือ และขอให้ทำลายการโอน กับให้จำเลยใช้เงิน ๒๘๐๐ บาท ศาลเดิมตัดสินว่าจำเลยมีผิดตาม ม.๒๒๖-๓๐๙ ให้จำคุกไว้คนละ ๑ ปี และให้ทำลายการโอน กับให้ ส.จำเลยใช้ต้นเงินและดอกเบี้ยแก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์ตัดสินกลับ ให้ยกฟ้องในคดีอาชญาคงตัดสินยืนในคดีแพ่งที่โจทก์ฟ้อง ส.จำเลย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลย

ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อที่จำเลยแจ้งแก่เจ้าพนักงานว่า ส.ใช้หนี้โจทก์แล้วนั้น เจ้าพนักงานที่ดินหามีหน้าที่รับแจ้งความเรื่องเช่นนี้ไม่ ฉะนั้นจำเลยจึงไม่มีผิดฐานแจ้งความเท็จ และการที่โจทก์ยึดโฉนดของ ส. ไว้ ก็เปนแต่ ส.แสดงหลักฐานแก่โจทก์เท่านั้น ส.มีสิทธิโอนให้ผู้ใดก็ได้ และเห็นต่อไปว่าที่ศาลเดิมวางบท ๒๒๖-๓๐๙ ลงโทษจำเลยก็ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงเรื่องนี้ จึงตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์ แต่คดีอาชญานี้โจทก์ตั้งทุนทรัพย์เปนคดีแพ่งปนมาด้วย ซึ่งจำเลยต้องเสียค่าธรรมเนียม จึงให้โจทก์เสียค่าธรรมเนียมแทนจำเลย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิชัย · พิพาก · พรหม
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - หลวงอินทธาดา
ศาลอุทธรณ์ - พระยาภะรต
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 226/2478

การนับอายุความการนับอายุความตามมาตรา 80 ในคดรเรื่องฉ้อโกงซึ่งการฟ้องต่อเนื่องมาจากคดีแพ่งอีกเรื่องหนึ่งว่าทรัพย์ที่จำเลยเอามาเป็นประกันเงินกู้นั้นเป็นของผู้อื่นจริงหรือไม่นั้น ต้องเริ่มนับอายุความเมื่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 961/2474

ยืมของเขาไปใช้ครั้นเจ้าของทวงถามกลับปฏิเสธมีผิดตาม ม.314 เทียบฎีกาที่ 592/66 ฟ้องขอให้ลงโทษฐานฉ้อโกงลงโทษฐานยักยอกได้ (เทียบฎีกาที่ 866 - 867 พ.ศ.2470)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 928/2474

ยื่นคำร้องขอประกันตัว จำเลยในคดีอาชญาว่ามีนา 10 ไร่ราคา 500 บาท เมื่อผิดสัญญาประกันแลนาก็ยังไม่ได้ขายไปดังนี้ โจทก์จะหาว่าแจ้งความเท็จโดยเข้าใจว่าราคานาที่ตีมาเกิดกว่าความจริงยังไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 911/2474

อย่างไรเรียกว่ามีเจตนาฉ้อโกง ตรวจมูลฟ้อง เมื่อศาลตรวจดูฟ้องโจทก์เห็นว่าไม่มีมูลเป็นคดีอาชญาศาลไม่รับฟ้องโจทก์ไว้พิจารณาได้ ปัญหากฎหมาย ฟ้องมีมูลเป็นคดีอาชญาหรือไม่เป็นปัญหากฎหมาย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 901/2474

จำเลยแจ้งความต่อตำรวจว่าโจทก์ขนของไปจากห้องที่โจทก์เช่าจำเลยอยู่ แลโจทก์ยังไม่ได้เสียค่าภาษีโรงร้าน จึงขอให้เป็นพะยานในการสำรวจของโจทก์ที่ยังเหลืออยู่ในห้องเช่า เพื่อป้องกันความเสียหายของจำเลย ๆ ยังไม…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้