ฟ้องโจทก์กล่าวว่า"จำเลยบังอาจมีและขนน้ำสุรารัฐบาลซึ่งมีปริมาณเกินกว่า 10 ทะนานโดยไม่มีใบขนแสดงว่าซื้อมาจากผู้ที่ควรขายเป็นการผิดกฎหมาย ขอให้ลงโทษ" โดยโจทก์มิได้กล่าวว่าจำเลยซื้อน้ำสุราโดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นสุราที่ขายผิดต่อกฎหมาย จะ …
คำพิพากษาศาลฎีกา
87,416 คดี แยกตามกลุ่มคดี และเชื่อมโยงตัวบทกฎหมายรายมาตรา
ตาม พ.ร.บ.พาสีชั้นไนแก้ไขเพิ่มเติม พ.ส. 2467 ม. 4 วัค 3 บัญญัติไห้ผู้ครอบครองน้ำสุราเกินกว่า 5 ลิตร์ สแดงว่าได้ซื้อมาจากผู้ที่ควนขายนั้น เปนเพียงข้อสันนิถานของกดหมายไห้จำเลยมีหน้าที่นำสือบเท่านั้น หาไช่บทบัญญัติความผิดไม่.ฟ้องว่าจ …
ไม่มีกฎหมายใดบังคับว่าการพิสูจน์นำสุราของกลางจะต้องพิสูจน์โดยผู้ชำนาญการพิเศษ
ฟ้องโจทก์ กล่าวว่า จำเลยทำน้ำตาลเมามีแรงแอลกอล์สามารถดื่มกินได้เช่นเดียวกับสุราไว้ในความครอบครอง โดยรู้สึกว่าเป็นของผิดกฎหมายและท้ายฟ้องระบุบทขอให้ลงโทษฐานมีด้วยนั้น ศาลลงโทษจำเลยฐานมีน้ำตาลเมาได้ในกรณีที่จับของกลางในเวลาจับตัวผู้ …
โรงบิลเลียดเป็นสาธารณสถาน พรบ การพะนัน ยกเว้นไม่สันนิษฐานว่าผู้อยู่ในวงการเล่นเป็นผู้เล่นพะนันด้วย การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นฉะเพาะในเรื่องการริบทรัพย์เท่านั้นถือเป็นทางแก้ไขเล็กน้อย
กล่าวในฟ้องว่าจำเลยทำและมีไว้ในครอบครองซึ่งน้ำสุราสาโทอันเป็นของสามารถดื่มกินได้เช่นเดียวกับน้ำสุรา จำเลยรับว่าของกลางเป็นสาโทที่ทำขึ้นไม่ชอบด้วยกฎหมายดังนี้เป็นเข้าใจว่าจำเลยรับว่าของกลางเป็นสุราตามโจทก์ฟ้อง
การมีลูกแป้งเชื้อสุรานั้นจะต้องได้ความว่ามีไว้เพื่อทำสุราจึงจะเป็นความผิด กล่าวในฟ้องแต่เพียงว่าจำเลย มีลูกแป้งเชื้อสุราซึ่งเป็นเครื่องฟอกกลั่นทำสุราโดยผิดพระราชบัญญัติเช่นนี้ไม่พอจะทำให้เข้าใจได้ว่า จำเลยมีไว้ทำสุราหรือมีไว้เจตนา …
กรณีที่เกิดการทำร้ายกันในระหว่าง 2 คน และโจทก์ฟ้องว่าต่างฝ่ายต่างทำร้ายซึ่งกันและกันนั้นต้องวินิจฉัยว่าคนหนึ่งทำร้ายอีกคนหนึ่ง ต่างฝ่ายต่างทำร้ายกันซึ่งศาลลงโทษฐานทำร้ายร่างกายได้ อ้าง ฎีกาที่ 1057/2482
คดีที่ศาลชั้นต้นและ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโดยฟังข้อเท็จจริงไปคนละอย่างนั้น ฎีกาในข้อเท็จจริงได้
จำเลย 3 คนกินน้ำกระแช่ดองเมาอันเป็นผิดกฎหมายต้องปรับจำเลยเรียงตัวไป จะปรับรวมกันมิได้ ประมวลวิธีพิจารณาอาญา ม.191 ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลย 2 คนโดยพิพากษาว่าให้ปรับ 6 บาท ดังนี้ ถือว่าปรับรวมกัน ไม่ใช่ปรับรายตัว
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยหลายคน+และดื่มน้ำเครื่องหมักแช่ซึ่งมีแรงแอลกอฮอลดื่มกินได้อย่างสุรา จำเลยบางคนรับสารภาพ บางคนปฎิเสธ แต่โจทก์มิได้นำสืบ+น้ำเครื่องหมักของกลาง+แรงแอลกอฮอลดื่มกินได้อย่างสุราหรือไม่ดังนี้ ถึงแม้ศาลจะลงโทษจำเลยรับสารภ …
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีสุราเถื่อนจำเลยให้การว่ามีสุราเถื่อนจริง เมื่อโจทก์ไม่สืบพะยานศาลก็ต้องยกฟ้องเพราะโจทก์มีหน้าที่ต้องนำสืบว่าจำเลยมีไว้โดยรู้ว่าเป็นน้ำสุราผิดกฎหมายจำเลยจึงจะมีผิด
กฎข้อบังคับของตระลาการผู้พิจารณาหนังสือใบอนุญาตร้านจำหน่ายสุราลงวันที่ 1 ธันวาคม 2460 ,ประมวลวิธีพิจารณาอาญา ม.192 ม.30 แห่งพ.ร.บ.ภาษีชั้นในนั้นเป็นบทกำหนดความผิดและโทษในการฝ่าฝืนข้อบังคับของอธิบดีกรมพระคลังที่ตั้งขึ้นตาม ม.29 หาใ …
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยรับประทานสุราเถื่อน จำเลยต่อสู้ว่าเป็นสุรารัฐบาล เป็นหน้าที่ของโจทก์จะต้องนำสืบให้สมฟ้องว่าเป็นสุราเถื่อน.
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีส่งสุราพะยานเบิกความเพียงว่าจับไหส่าสุราได้จากจำเลย 25 ไหดังนี้ จะฟังว่าจับส่าสุราได้จากจำเลยด้วยไม่ได้.
เมื่อมีอุทธรณ์ทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายแล้วประมวลวิธีมวลวิธีพิจารณาอาญา ม.194 ก็ใช้บังคับไม่ได้ศาลอุทธรณ์มีอำนาจฟังข้อเท็จจริงได้ โจทก์อุทธรณ์ทั้งข้อเท็จจริงและในข้อกฎหมายที่ศาลชั้นต้นยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้น …
บรรยายฟ้องว่าจับข้าวหมัก+สุราเถื่อนได้จากจำเลยได้กล่าวว่าของกลางนั้นเป็นเครื่องต้มกลั่นสุราแม้จะอ้างบทลงโทษฐานมีเครื่องต้มกลั่นสุรามาด้วย+ ลงโทษตามบทนี้มิได้, ฟ้องหาว่าจำเลยมีข้าวหมัก+สุราเถื่อนซึ่งมีแรงแอลกอฮอล์สามารถดื่มกินมึนเม …
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีน้ำสุราเถื่อน (น้ำตาล+เมา) ไว้ในครอบครองจำเลยให้การรับสารภาพ ลงโทษจำเลยได้อ้างฎีกาที่ 934/2480
จำเลยต้องหาว่าขายสุราเถื่อน ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ปรับทั้งผู้ขายแลผู้ซื้อเมื่อปรากฎว่ามิได้มีการขายสุราเถื่อนอันเป็นผิดกฎหมาย แม้ผู้ขายจะอุทธรณ์ขึ้นมาฝ่ายเดียว ศาลอุทธรณ์ก็มีอำนาจพิพากษาปล่อยตัวผู้ซื้อซึ่งมิได้อุทธรณ์ขึ้นมาด้วยได้