คดีความผิดเกี่ยวพันกัน เป็นอำนาจของศาลที่จะพิจารณาพิพากษารวมกันได้ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 25 หาจำต้องมีคู่ความฝ่ายใดร้องขอไม่ จำเลยกู้เงินโจทก์ 2 ครั้ง เพื่อนำไปลงทุนรับเหมาก่อสร้างอาคารของกรมตำรวจครั้งแรกกู้ 150 …
คำพิพากษาศาลฎีกา
87,416 คดี แยกตามกลุ่มคดี และเชื่อมโยงตัวบทกฎหมายรายมาตรา
ประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 12 ให้อำนาจควบคุมผู้ต้องหาในกรณีกระทำผิดต่อพระราชบัญญัติป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ฯ ได้เท่าที่จำเป็นแก่การสอบสวนเท่านั้น ไม่ใช่ให้ควบคุมโดยไม่มีกำหนด ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 87 วางหลักเ …
อ้างต้นฉบับเอกสารภาษาต่างประเทศที่บุคคลภายนอกทำขึ้นทั้งฉบับ แต่แปลเป็นไทยเฉพาะส่วนที่ผู้อ้างต้องการก็รับฟังเป็นหลักฐาน ได้ ไม่จำต้องแปลทั้งฉบับ เพราะหากอีกฝ่ายหนึ่งเห็นว่า มีข้อความอื่นในเอกสารเป็นประโยชน์แต่ตน ย่อมแสดงข้อความนั้น …
ในการกระทำผิดเรื่องปล้นทรัพย์รายเดียวกัน โจทก์ฟ้องจำเลย 2 คน เป็นสำนวนหนึ่งโดยกล่าวว่า เหตุเกิดที่ตำบลคลองชักพระ อำเภอตลิ่งชัน จังหวัดพระนคร (ซึ่งที่ถูกเป็นจังหวัดธนบุรี) แล้วฟ้องจำเลยอีกคนหนึ่งซึ่งร่วมกระทำผิดด้วยเป็นอีกสำนวนหนึ่ …
1. การร้องทุกข์นั้น ย่อมมอบอำนาจให้ร้องทุกข์แทนกันได้ (อ้างฎีกาที่ 890/2503) 2. ในคดีอาญา อัยการไม่มีอำนาจฟ้องขอให้เรียกดอกเบี้ยในจำนวนเงินที่จำเลยยักยอกไป เพราะดอกเบี้ยไม่ใช่ทรัพย์สินหรือราคาที่ผู้เสียหายสูญเสียไป เนื่องจากการกระ …
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจเข้าครอบครองที่ดินของรัฐในทุ่งเขาหน้าวัวซึ่งทางราชการสงวนไว้สำหรับให้ราษฎรใช้เลี้ยงสัตว์ โดยเข้าไปแผ้วถางปลูกพืชผลแล้วครอบครองที่ดิน โดยไม่มีสิทธิครอบครองและไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน กับทั้งระบุถึงวันเด …
ฟ้องว่าจำเลยเผาขยะและใบไม้กิ่งไม้แห้งในสวนยาง ในลักษณะอันน่าจะเกิดอันตรายแก่ทรัพย์ของผู้อื่น ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 220 โดยมิได้บรรยายเรื่องประมาทมาด้วย เมื่อศาลฟังข้อเท็จจริงว่าเป็นการเผาที่ไม่น่าจะเกิดอันตรายแก่ทรัพ …
โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสามฐานร่วมกันพยายามฆ่าคนตายประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80, 83 ต่อศาลทหาร ศาลทหารพิจารณาแล้วฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3 มิได้ร่วมกระทำผิดกับจำเลยที่ 2 แต่อย่างใด ส่วนจำเลยที่ 2 ฟังว่า ได้ทำร้ายร่างกายผู้ …
จำเลยออกเช็คให้นายเซียม ๆ ถูกบุคคลอื่นฟ้องเรียกเงินและศาลสั่งอายัดเงินตามเช็ค โจทก์กับนายเซียม จึงสมคบกันให้โจทก์เอาเช็คมาฟ้องจำเลยตามพ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดเกิดจากการใช้เช็ค เพื่อมิให้ถูกยึดหรืออายัด เป็นการบิดเบือน ความจริงให้เป็น …
จำเลยฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2505ดังนั้น จำเลยจะมายื่นฎีกาในวันที่ 13 ธันวาคม 2505ซึ่งเกินกำหนดอายุความฎีกาไปแล้วไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 216
เมื่อใบมอบฉันทะของทนายจำเลยที่ให้นายมานะมายื่นฟ้องฎีกามีข้อความว่า 'ยื่นฎีกาและทราบคำสั่งแทนข้าพเจ้า' และท้ายฟ้องซึ่งทนายจำเลยลงชื่อไว้ก็มีข้อความว่า 'รอฟังคำสั่งอยู่ ถ้าไม่รอให้ถือว่าทราบแล้ว' จึงต้องถือว่าทนายจำเลยได้ทราบคำสั่งศ …
คดีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโจทก์โดยฟังข้อเท็จจริงว่านาย บ. ขายหุ้นให้แก่ นาย อ. ไปแล้ว ดังนั้นฎีกาโจทก์ที่อ้างว่านาย บ. ยังเป็นผู้ถือหุ้นอยู่ยังมิได้ขาย จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ฎีกาจำเลยที่ 6 ที่ว่าศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยฐานเป็นผู้สนับสนุนตามมาตรา 86 ไม่ชอบ เพราะฟ้องโจทก์ไม่ได้อ้างบทมาตรานี้ แสดงว่าโจทก์ไม่ประสงค์จะให้ลงโทษนั้น แม้จะเป็นปัญหาข้อกฎหมาย แต่เมื่อในคำฟ้องโจทก์ได้บรรยายไว้ชัดเจนแล้ว …
ฎีกาจำเลยที่ว่าศาลอุทธรณ์วินิจฉัยผิดจากพยานหลักฐานในสำนวน เพราะนอกจากจำเลยมีนายแถม นางบุญยืนเป็นพยานแล้วยังมีนายโปร่ง ทองสังข์ เป็นพยานอีกด้วย ดังนั้นเมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าแม้จะได้อ้างนายโปร่งไว้จริงแต่จำเลยหาได้นำเข้าสืบเป็นพยา …
โจทก์ร่วมถึงแก่กรรมในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาผู้ร้องซึ่งเป็นบุตรของโจทก์ร่วมยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาขอเข้าดำเนินคดีแทนได้
เมื่อศาลฎีกาได้สั่งคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาของจำเลยไปแล้วถือว่าคดียังไม่ขึ้นสู่ศาลฎีกาศาลฎีกาจึงสั่งคำร้องที่โจทก์ขอถอนฟ้องไม่ได้
ฟ้องจำเลยหลายคนในข้อหาความผิดอันยอมความกันได้เมื่อผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์สำหรับจำเลยคนใด คดีเป็นอันระงับไปเฉพาะจำเลยคนนั้น
คำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่ว่าคดีมีมูล ย่อมเด็ดขาดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 170
คำสั่งศาลอุทธรณ์ที่ไม่รับฟ้องอุทธรณ์โจทก์ยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นนั้น ไม่มีบทกฎหมายใดในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาบัญญัติว่าถึงที่สุด จึงฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 216
ฟ้องข้อหายักยอกทรัพย์ และผู้เสียหายได้ถอนคำร้องทุกข์ในขณะที่คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา คดีจึงเป็นอันระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2)