อย่างไรเรียกว่า "รับมอบหมาย ฯ" ตามมาตราข้างบนนี้ โจทก์ขายโคให้จำเลยและมอบโคให้แล้ว แต่ยังชำระราคากันไม่หมด โดยตกลงกันว่ากรรมสิทธิยังไม่เปลี่ยนจนกว่าจะใช้ราคาเสร็จ ต่อมาจำเลยขายโคนี้ไปเอาเงินเสียดังนี้ คดีเปนผิดสัญญา ไม่มีมูลในทางอ …
คำพิพากษาศาลฎีกา
87,416 คดี แยกตามกลุ่มคดี และเชื่อมโยงตัวบทกฎหมายรายมาตรา
ปล้นฆ่าเจ้าทรัพย์ตาย ผู้ฆ่ามีผิดตาม ม.250 ด้วย นอกนั้นมีผิดตาม ม.301 วิธีพิจารณาอาญา อำนาจศาลฎีกาที่จะปรับบทกฎหมายให้ตรงกับรูปคดี แม้จะไม่มีใครคัดค้านขึ้นมา
อย่างไรเรียกว่าทำโดยป้องกัน ผู้ร้ายมาลักทรัพย์เจ้าทรัพย์ยิงผู้ร้าย ๆ ยิงตอบ เจ้าทรัพย์จึงยิงไปอีกถูกผู้ร้ายตายดังนี้ เรียกว่าทำโดยป้องกันไม่มีโทษ
หน้าที่นำสืบจำเลยเปนผู้รับรองว่านายประกันตัวผู้ร้ายในคดีอาญามีทรัพย์สมบัติจริง เมื่อปรากฏว่านายประกันไม่มีทรัพย์ เปนหน้าที่โจทก์สืบว่าจำเลยรู้แล้วว่าทรัพย์รับรองนั้นไม่ใช่ของนายประกันจึงจะลงโทษจำเลยได้
จำเลยกับพวกเข้าลักทรัพย์ในเวลาค่ำคืนเจ้าทรัพย์พบ จำเลยหนีพวกเจ้าทรัพย์ดักจับ จำเลยกลับเงื้อมีดจะทำร้าย จำเลยต้องมีผิดฐานชิง หาใช่ฐานลักไม่ (เทียบฎีกาที่ 926/72) พ.ร.บ.ฎีกาอุทธรณ์ ม.3 ศาลเดิมว่าชิง ศาลอุทธรณ์ว่าลัก ฎีกาได้ ความจริง …
อย่างไรเรียกว่าป้องกันตัวและทรัพย์สมควรแก่เหตุ วิธีพิจารณาอาญา ลักษณอุทธรณ์ เหตุในลักษณคดีจำเลยที่มิได้อุทธรณ์ขึ้น เมื่อมีเหตุในลักษณคดีที่จำเลยควรได้รับตามกฎหมายแล้วศาลยกเหตุนั้นวินิจฉัยให้จำเลยรับผลได้
จำเลยแทงผู้ที่ตบหน้าและยกมือขึ้นจะทำร้ายจำเลยอีกด้วยดังนี้ เรียกว่าจำเลยทำการป้องกันเกินกว่าเหตุ
ยึดทรัพย์และใช้อาวุธขู่จะทำร้ายพวกเจ้าทรัพย์ในเวลาเข้าจับกุม มีผิดตาม ม.299 หาใช่ ม.294 ข้อ 1-7 ไม่ วิธีพิจารณาอาญา การนับอายุบุคคลถ้าปรากฏเดือนเกิดนับเดือนต้นปี การที่จะลดโทษให้จำเลยฐานเปนเด็กหรือไม่ ไม่อยู่ในดุลยพินิจของศาล พ.ร. …
ฆ่าชายซึ่งไปมาหาสู่กับหญิงซึ่งเคยเปนภรรยาตน แต่ได้อย่ากันแล้ว มีผิดตาม ม.249 ไม่เรียกว่าทำโดยป้องกัน
ผู้ร้ายลักทรัพย์พาทรัพย์หนี เจ้าทรัพย์ไล่จับกลับทำร้ายเอา ดังนี้ เปนความผิดฐานชิง
ร้องตะโกนให้เขาทำร้าย และตนก็ทำร้ายด้วย เปนตัวการ มีผิดตามกะทงโทษที่ทำไป
หน้าที่นำสืบ โจทก์หาว่าจำเลยแจ้งความเท็จ เมื่อโจทก์สืบไม่ได้ว่าข้อความที่จำเลยนำไปแจ้งนั้น จำเลยรู้อยู่ก่อนแล้วว่าเปนเท็จ จำเลยยังไม่มีผิด
เหตุบรรดาลโทษะฆ่าผู้ชำเราภรรยาเมื่อผู้นั้นหยุดการกอดปล้ำแล้ว อย่างไรเรียกว่าเปนคุณความดีตาม ม.59 พ.ร.บ.ฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ.2461 ม.3 ศาลเดิมวาง ม.249 จำคุกตลอดชีวิต ศาลอุทธรณ์วาง ม.249, 155-59จำคุก 5 ปี เป็นแก้มาก ฎีกาได้
อย่างไรเรียกว่าเบิกความเท็จในข้อสำคัญของคดีอันมีผิดตามกฎหมายข้างบน
สามคนสมคบกันลักทรัพย์ 2 คนขึ้นไปลักและทำร้ายเจ้าทรัพย์ อีกคนหนึ่งรออยู่ในเรือ 2 คนมีผิดฐานชิงไม่ใช่ปล้น
พะยานอย่างไรเรียกว่าพะยานบอกเล่า พะยานที่ได้รับคำบอกเล่าจากเจ้าทุกข์และได้เห็นกิริยาของเจ้าทุกข์ในขณะใกล้ชิดกับเวลาเกิดเหตุ ไม่เรียกว่าพะยานบอกเล่า
จำเลยกับพวกอีก 2 คน ไปลักทรัพย์ เจ้าทรัพย์ไล่ตาม จำเลยร้องให้เพื่อนช่วย เพื่อนคนหนึ่งกลับมาตีเจ้าทรัพย์ อีกคนหนึ่งหนีเลยไปดังนี้ จำเลยมีผิดตาม ม.300
ไม้โตขนาดเท่าเหรียญ 2 สลึง และโจทก์ไม่สืบว่าใช้ทำร้ายได้ถึงสาหัสแล้ว ไม่เปนสาตราวุธ (เทียบฎีกาที่ 705/2459 และ 423/2454
เหตุบรรดาลโทษะ พ.ร.บ.ฎีกาอุทธรณ์ ม.3 ศาลเดิมวาง 7 ปี ตาม ม.251ศาลอุทธรณ์แก้วาง 251-55-59 จำคุก 1 ปี ลดสองต่อแก้มาก
ความผิดฐานบุกรุกตาม ม.329 นั้นจำเลยต้องมีเจตนาร้ายจึงจะมีผิด