การที่จะวางอัตราโทษจำเลยตามมาตรา 268 นั้น ถ้าหากข้อเท็จจริงไม่ปรากฎว่าความผิดของจำเลยต้องด้วยวรรค 2 - 3 หรือ 4 แห่ง ม.268 แล้ว ก็ต้องลงโทษจำเลยได้แต่เพียงตามอัตราโทษที่วางไว้ในวรรค 1 เท่านั้น จำเลยจับตัวเจ้าทุกข์ไปแล้วขู่ให้ส่งเงิ …
คำพิพากษาศาลฎีกา
87,416 คดี แยกตามกลุ่มคดี และเชื่อมโยงตัวบทกฎหมายรายมาตรา
พระภิกษุสามเณรเป็นพะยานเบิกความเท็จไม่มีผิดฐานเบิกความเท็จ+
ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุก 3 เดือนตาม ม.254 ศาลอุทธรณ์แก้จำคุก 2 ปี ตาม ม.256 เช่นนี้เป็นการแก้น้อยฎีกาในข้อเท็จจริงมิได้ ปัญหาข้อเท็จจริงปัญหาข้อที่ว่าบาดแผลสาหัสหรือไม่นั้นในคดีนี้เป็นปัญหาข้อเท็จจริง
คำพิพากษาในคดีเรื่องหนึ่งหาเป็นข้อผูกมัดโจทก์จำเลยในคดีอีกเรืองหนึ่งไม่ ถึงแม้ว่าจำเลยจะเป็นบุคคลคนเดียวกันทั้งประเด็นข้อหานำสืบและพะยานหลักฐานขุดเดียวกันก็ตาม เว้นแต่จะปรากฎโดยแจ้งขัดว่าคู่กรณีตกลงยินยอมให้เป็นเช่นนั้น
ในคดีที่ศาลชั้นต้นตัดสินลงโทษจำเลย จำเลยฝ่ายเดียวอุทธรณ์ ในชั้นโจทก์ฎีกา โจทก์จะขอให้ลงโทษจำเลยยิ่งกว่าที่ศาลชั้นต้นว่างไว้มิได้
+ปรโตคลว่าด้วยอำนาจศาล ใช้บังคับแก่คนบังคับ+เดนมาร์กในกรุงสยาม +468 ข้อ 3 ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นจะรับรองฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามตามโปรโตคลว่าด้วยอำนาจศาลซึ่งใช้บังคับแก่บุคคลบางประเภทมิได้ สัญญาทางพระราชไมตรีคนในบังคับเดนม …
ในคดีที่โจทก์อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงจะนำม.194 มาใช้บังคับมิได้
ขายที่ได้แต่งงานกับหญิงที่ในขณะนั้นยังเป็นภรรยาของชายอื่นอยู่ ย่อมไม่มีสิทธิได้รับมฤดกของหญิงในฐานเป็นคู่สมรส ประมวลวิธีพิจารณาแพ่ง ม.142 โจทก์ฟ้องเรียกทรัพย์จากจำเลยโดยอ้างว่าเป็นสามีผู้ตายเมื่อทางพิจารณาได้ความว่า โจทก์กับผู้ตาย …
จำเลยบังอาจลอบเอาแหวนซุกใส่ในกระเป๋าเจ้าพนักงานซึ่งเข้าไปทำการตรวจค้นที่บ้านจำเลยโดยสงสัยว่าจะมีของต้องห้าม ถือว่าการกระทำของจำเลยเป็นการใส่เท็จทำพะยานเพื่อให้เห็นว่าเจ้าพนักงานลักทรัพย์ดังนี้ จำเลยต้องมีผิดตามม.159 แต่ไม่มีผิดตาม …
โจทก็ฟ้องว่าจำเลยทำผิดในวันแรม 9-10 ค่ำเวลากลางคืน ได้ความว่าจำเลยทำผิดในวันแรม 8 ค่ำจวนค่อนรุ่งลงโทษจำเลยไม่ได้ วันเวลาถือว่าเป็นรายละเอียดอันสำคัญที่ต้องแถลงในฟ้อง หากว่าฟ้องนั้นผิดวันและโจทก์มิได้ขอแก้เสียในเวลาสมควรปล่อยล่วงเล …
คู่ความจะขอให้ศาลถือเอาคำแถลงการณ์ที่ได้ยื่นไว้ต่อศาลชั้นต้นเป็นส่วนหนึ่งของฟ้องอุทธรณ์ด้วยหาได้ไม่ เพราะเป็นแต่เพียงข้อความแลหลักฐานในสำนวนที่ฟ้องอุทธรณ์อ้างถึงเท่านั้น
ฎีกาที่มิได้ระบุข้อเท็จจริงโดย+และข้อกฎหมายที่อ้างอิงขึ้นมาโดยลำดับศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย คำแถลงการณ์เพิ่มเติมฎีกาเป็นเพียงคำอธิบานข้อฎีกาเท่านั้น
การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุหรือไม่นั้นเป็นปัญหาข้อเท็จจริง
ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลย 3 ปีตาม ม.276 -243 ศาลอุทธรณ์แก้จำคุกจำเลย 1 ปี 6 เดือน ตามมาตรา 243 แต่บทเดียวเป็นการแก้มากฎีกาในข้อเท็จจริงได้
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยรับฝากของแล้วเอาไปจำนำเสียโจทก์จะเอาคืนจำเลยไม่มีคืนให้ และโจทก์ได้อ้างตัวเองเบิกความเป็นพะยานรับรองฟ้องนั้นแล้ว เพียงเท่านั้นเรียกได้ว่าคดีมีมูลทางอาญา พอที่จะประทับฟ้องดำเนินการพิจารณาต่อไปได้
นายประกันหลายคนเข้าทำการรับประกันตัวจำเลยต่อศาล ถ้าหากจำเลยหนีไปนายประกันทุกคนจะต้องรับผิดร่วมกัน และศาลจะบังคับเอาแก่นายประกันคนหนึ่งคนใดในจำนวนค่าประกันทั้งหมดก็ได้
สัญญาให้สินน้ำใจอันจะเป็นผิดตาม ม.1+7 นั้นจะต้องปรากฎว่าได้กระทำการในหน้าที่อันเป็นคุณแก่บุคคลผู้ให้สินน้ำใจ ความผิดตาม ม.137 นั้นผู้กระทำไม่จำเป็นต้องทำการนอกเหนือจากหน้าที่ เพียงแต่รับสินจ้างเพื่อช่วยเหลือกิจการในหน้าที่ก็เป็นผิ …
ในคดีที่ศาลชั้นต้นตัดสินลงโทษจำเลยและโจทก์ฝ่ายเดียวอุทธรณ์ ถ้าศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยยังไม่ควรมีความผิดก็พิพากษาปล่อยจำเลยได้
ฟ้องอุทธรณ์ที่กล่าวแต่เพียงว่าศาลชั้นต้นวินิจฉัยคลาดเคลื่อนไม่ต้องด้วยเหตุผลนั้น ไม่ถือว่าเป็นฟ้องอุทธรณ์อันจะพึงรับไว้พิจารณา
ในคดีที่โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยรับโคไว้โดยรู้สึกว่าเป็นของร้าย ขอให้ลงโทษตาม ม.321 แต่บทเดียวโดยมิได้อ้าง พ.ร.บ.สัตว์พาหนะสำหรับเป็นบทลงโทษจำเลยด้วยแล้ว หน้าที่นำสืบความบริสุทธิหาตกอยู่แก่จำเลยไม่