สมบกันไปหลอกลวงขอยืมทองคำจากเจ้าทรัพย์มาทำพิธีเสกเป่ายาต่อหน้าเจ้าทรัพย์แล้วเอาทองคำนั้นไปเสีย ไม่เปนผิดถานฉ้อโกง เพราะไม่ถือว่ามีการส่งมอบทรัพย์ไห้ไป
คำพิพากษาศาลฎีกา
87,416 คดี แยกตามกลุ่มคดี และเชื่อมโยงตัวบทกฎหมายรายมาตรา
โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยตัดรั้วเข้าไปโดยเจตนาลักทรัพย์แต่ลักทรัพย์ไม่สำเร็จ แม้ไม่ระบุว่าจะลักทรัพย์อะไรก็ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม
ไม้ของบริษัทไม้ไทยได้ลอยเข้าทุ่งเข้าป่าเมื่อคราวน้ำท่วมจำเลยเก็บได้แล้วเอาไปเลื่อยโดยเจตนาทุจริต ย่อมมีความผิดฐานลักทรัพย์เพราะไม้ของบริษัทที่ไหลลอยเช่นนี้ต้องถือว่าไม้นั้นยังอยู่ในความครอบครองของบริษัทโดยปริยาย
ผู้ร้าย 3 คนมีไม้ตะพดเปนสาตราวุธเข้าค้นบ้านเจ้าทรัพย์ แล้วจำตัวเจ้าทรัพย์และทรัพย์ที่ค้นได้ออกจากบ้านเจ้าทรัพย์ไป พอถึงกลางทางผู้ร้ายทำร้ายเจ้าทรัพย์แล้วพาทรัพย์หนีไป ดั่งนี้ มีความผิดถานปล้นทรัพย์.
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยลักทรัพย์โดยลอบไขกุญแจหีบด้วยลูกกุญแจที่จำเลยมีอยู่โดยผิดด้วยกฎหมาย จำเลยรับสารภาพว่าได้ลักทรัพย์จริงตามฟ้อง ไม่ต่อสู้ และว่ากุญแจที่ใช้ไขหีบเป็นกุญแจของยายดังนี้ต้องฟังว่าจำเลยรับสารภาพแต่เพียงในข้อที่หาว่าได้ลัก …
โจทฟ้องว่ากะบือถูกคนร้ายลักไป ต่อมาจับกะบือได้จากจำเลยโดยจำเลยเปนผู้ร้ายลักหรือรับไว้โดยรู้ว่าเปนของร้าย ขอไห้ลงโทสตาม ม. 293,321. ดังนี้ไม่เปนฟ้องเคลือบคลุม.
ฟ้องว่าของถูกคนร้ายลักไปแล้วจับจำเลยได้พร้อมด้วยของร้ายโดยจำเลยลักหรือรับไว้โดยรู้ว่าเปนของร้าย ทางพิจารนาได้ความว่ารับของโจร ลงโทสได้ไม่เปนฟ้องเคลือบคลุม
สาลพิพากสาลงโทสจำเลย 4 สำนวน ตามมาตรา 293-59 ไนคำพิพากสาเดียวกันแล้วไห้จำเลยรับโทสจำคุก เพียง 3 เดือนได้
ลักทรัพย์ในเคหะสถานโดยจำเลยคนหนึ่งซึ่งเป็นผู้แทนเจ้าทรัพย์ที่ดูแลเคหะสถานอยู่ในขณะนั้นอนุญาตให้จำเลยอีกคนหนึ่งเข้าไปลัก ไม่เป็นการลักทรัพย์ตาม มาตรา 294(1)
พรึติการน์ที่ถือว่าข้อเท็ดที่ปรากตไนการพิจารนาต่างกับฟ้อง ฟ้องว่าพยายามลักทรัพย์ซึ่งหยู่ไนรถตู้ ทางพิจารนาได้ความว่า จำเลยพยายามจะลักกุนแจที่ไส่รถตู้ ต้องยกฟ้อง.
เหตุเกิดที่อำเพอกันตัง ซึ่งหยู่ไนเขตจังหวัดตรัง ผู้บังคับกองตำหรวดจังหวัดตรังมีอำนาดทำการสอบสวนคดีเรื่องนี้ได้.
ความผิดฐานรับของโจรจะมีได้ต่อเมื่อมีการรับของร้ายไว้จากผู้หนึ่งผู้ใด ข้อเท็จจริงฟังได้เพียงว่าทรัพย์อยู่ในความครอบครองของจำเลยแต่ไม่ได้ความว่าจำเลยร่วมคิดกับผู้อื่นลักทรัพย์นั้นมาหรือว่ามีผู้ที่ลักมาส่งทรัพย์นั้นให้จำเลย เช่นนี้จะ …
โจทฟ้องว่าจำเลยทำผิดคืนวันที่ 20-21 และวงเล็บว่าตรงกับขึ้น 14 ค่ำ จำเลยรับสารภาพแต่เปนคดีอุกฉกรรจ์ โจทนำพยานมาสืบว่าจำเลยทำผิดคืนวันขึ้น 14 ค่ำ ซึ่งตรงกับคืนวันที่ 21-22 และจำเลยเข้าไจข้อหาดีดังนี้ ไม่ถือว่าทางพิจารนาต่างกับฟ้อง ล …
ของกลางในคดีลักทรัพย์ซึ่งมีบุคคลรับซื้อไว้จากจำเลยเมื่อบุคคลนั้นไม่ได้เป็นคู่ความและไม่มีกรณีจะวินิจฉัยถึงสิทธิระหว่างผู้เสียหายและบุคคลนั้นแล้ว ศาลสั่งคืนให้แก่บุคคลผู้รับซื้อไว้นั้น
พลตำรวจไปจับของกลางในการเล่นการพนันนอกเขตที่ตนมีอำนาจและหน้าที่นั้น ไม่ถือว่าเป็นเจ้าพนักงานกระทำการตามหน้าที่ ของกลางนั้นจึงไม่เป็นของต้องยึดหรืออายัดตามกฎหมายและการที่ผู้ลักเล่นการพนันใช้กำลังทำร้ายและขู่เข็ญเอาของกลางคืนไป จึงไ …
ลักทรัพย์ของชนชาติสัตรุซึ่งรัถบาลไหนได้ยึดไว้ตามกดหมายโดยมอบไห้หยู่ไนความดูแลของกรมโลหะกิจนั้น ถ้าโจทไม่ได้สแดงไห้เห็นว่า ทรัพย์นั้นรัถบาลยึดไว้เพื่อไช้ไนราชการแล้ว ก็ลงโทสตามมาตรา 294 ไม่ได้
ศาลชั้นต้นตัดสินลงโทษจำเลยทั้งสามคน จำเลย ที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แก้ว่าจำเลยที่ 3 ไม่ได้สมคบกับจำเลยทั้งสอง แม้จะมิได้อุทธรณ์ก็เป็นเหตุในลักษณะคดี จึงให้ปล่อยจำเลยที่ 3 ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าได้มีการกระทำผิดเกิดขึ้นจริง จำเลยที่ 3 จะ …
ฟ้องว่ามีผู้ร้ายลักทรัพย์แล้วจับได้ที่จำเลย ขอไห้ลงโทสจำเลยถานลักทรัพย์ดังนี้ ไม่เปนฟ้องอันจะพึงลงโทสจำเลยได้ การขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องนั้นจะต้องปรากตว่าฟ้องเดิมนั้นเปนฟ้องที่สมบูรน์ตามกดหมายแล้ว ถ้าฟ้องไม่สมบูรน์จะขอแก้ไขเพิ่มเติมไ …
ไนคดีที่โจทฟ้องขอไห้ลงโทสและเพิ่มโทสจำเลย ไนข้อเพิ่มโทสจำเลยไห้การรับ ไนขั้นที่จำเลยอุธรน์และจำเลยมิได้ยกเหตุขึ้นโต้แย้งคัดค้านไนเรื่องข้อเพิ่มโทสดังนี้ ไม่ควนไปถือว่าโทสครั้งก่อนเปนความผิดลหุโทส
ฟ้องโจททุกฉบับต้องระบุเวลาผิดเหตุกลางวันหรือกลางคืน ถ้าโจทไม่รู้เวลาก็ต้องกล่าวไนฟ้องมิฉะนั้นยอมไม่เปนฟ้องที่ชอบด้วยกดหมาย ฟ้องที่ไม่ถูกต้องตามกดหมายแม้จำเลยจะไห้การับสารภาพก็ลงโทสจำเลยไม่ได้ ฟ้องโจทที่มิได้ระบุเวลาที่เกิดเหตุ แม้ …