มาตรา 208 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
หมวด ๒ การพิจารณา คำพิพากษาและคำสั่งชั้นศาลอุทธรณ์
(๑) ถ้าศาลอุทธรณ์เห็นว่าควรสืบพยานเพิ่มเติม ให้มีอำนาจเรียกพยานมาสืบเอง หรือสั่งศาลชั้นต้นสืบให้ เมื่อศาลชั้นต้นสืบพยานแล้ว ให้ส่งสำนวนมายังศาลอุทธรณ์เพื่อวินิจฉัยต่อไป
(๒) ถ้าศาลอุทธรณ์เห็นเป็นการจำเป็น เนื่องจากศาลชั้นต้นมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกระบวนพิจารณา ก็ให้พิพากษาสั่งให้ศาลชั้นต้นทำการพิจารณาและพิพากษาหรือสั่งใหม่ตามรูปคดี
แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง
228 คดี
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 977/2498
พ.ศ. 2498
สืบค้นที่ศาลฎีกา
บุคคลผู้มีสัญชาติไทยเพราะเกิดในราชอาณาจักรไทยแต่บิดาเป็นคนต่างด้าวนั้น เมื่อจำเลยรับใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวแล้ว ย่อมขาดจากสัญชาติไทย ตาม พระราชบัญญัติสัญชาติ(ฉบับที่ 2)พ.ศ.2496 มาตรา 5 ไม่ว่าจะได้รับใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวก่อนหรือหลังวัน พระราชบัญญัตินั้นใช้บังคับการที่จำเลยให้การว่าได้เอาใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวไปคืนให้แก่อำเภอ 7-8 ปีแล้ว แต่ไม่มีหลักฐานอะไร ดังนี้ ก็ย่อมไม่มีเหตุจำเป็นที่ศาลฎีกาจะย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่พ…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2496 มาตรา 5
ป.วิ.อ. มาตรา 208
ป.วิ.อ. มาตรา 225
ป.วิ.อ. มาตรา 174
ป.อ. มาตรา 78
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 513/2498
พ.ศ. 2498
สืบค้นที่ศาลฎีกา
ในคดีอาญาที่มีอัตราโทษจำคุกถึง 10 ปีเมื่อจำเลยรับสารภาพแล้วแม้จะได้สืบผู้เสียหายไปยังไม่ทันเสร็จ ศาลชั้นต้นจะงดสืบพยานโจทก์เสียและพิพากษาลงโทษจำเลยก็ได้เมื่อเห็นว่าตามฟ้องคำรับสารภาพของจำเลยและคำพยานที่สืบแล้วเป็นที่พอใจว่าจำเลยได้กระทำผิดจริง เมื่อศาลอุทธรณ์เห็นควรจะได้สืบพยานต่อไปก็ชอบที่ศาลอุทธรณ์จะสั่งให้ศาลชั้นต้นสืบพยานให้แล้วส่งสำนวนคืนให้ศาลอุทธรณ์เพื่อวินิจฉัยตาม มาตรา 208 ข้อ 1. ศาลอุทธรณ์จะพิพากษาให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ตาม มาตร…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 225
ป.วิ.อ. มาตรา 208
ป.วิ.อ. มาตรา 176
ป.วิ.อ. มาตรา 174
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 513/2498
พ.ศ. 2498
สืบค้นที่ศาลฎีกา
ในคดีอาญาที่มีอัตราโทษจำคุกถึง 10 ปีเมื่อจำเลยรับสารภาพแล้วแม้จะได้สืบผู้เสียหายไปยังไม่ทันเสร็จ ศาลชั้นต้นจะงดสืบพยานโจทก์เสียและพิพากษาลงโทษจำเลยก็ได้เมื่อเห็นว่าตามฟ้องคำรับสารภาพของจำเลยและคำพยานที่สืบแล้วเป็นที่พอใจว่าจำเลยได้กระทำผิดจริง เมื่อศาลอุทธรณ์เห็นควรจะได้สืบพยานต่อไปก็ชอบที่ศาลอุทธรณ์จะสั่งให้ศาลชั้นต้นสืบพยานให้แล้วส่งสำนวนคืนให้ศาลอุทธรณ์เพื่อวินิจฉัยตาม มาตรา 208 ข้อ 1. ศาลอุทธรณ์จะพิพากษาให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ตาม มาตร…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 225
ป.วิ.อ. มาตรา 208
ป.วิ.อ. มาตรา 176
ป.วิ.อ. มาตรา 174
เมื่อโจทก์อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น ๆ ส่งสำเนาให้จำเลยบางคนไม่ได้ หากศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยทุกคนนั้นย่อมเป็นการไม่ถูกต้องตามกระบวนพิจารณา ศาลฎีกาต้องย้อนสำนวนไปให้พิจารณาพิพากษาใหม่ (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 20/2498)
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 201
ป.วิ.อ. มาตรา 225
ป.วิ.อ. มาตรา 208
เมื่อโจทก์อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น ๆ ส่งสำเนาให้จำเลยบางคนไม่ได้ หากศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยทุกคนนั้นย่อมเป็นการไม่ถูกต้องตามกระบวนพิจารณา ศาลฎีกาต้องย้อนสำนวนไปให้พิจารณาพิพากษาใหม่ (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 20/2498)
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 201
ป.วิ.อ. มาตรา 225
ป.วิ.อ. มาตรา 208
เมื่อโจทก์อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น ๆ ส่งสำเนาให้จำเลยบางคนไม่ได้ หากศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยทุกคนนั้นย่อมเป็นการไม่ถูกต้องตามกระบวนพิจารณา ศาลฎีกาต้องย้อนสำนวนไปให้พิจารณาพิพากษาใหม่ (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 20/2498)
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 201
ป.วิ.อ. มาตรา 225
ป.วิ.อ. มาตรา 208
ในคดีอาญาผู้เยาว์ขอเข้ามาเป็นโจทก์ร่วมโดยลำพัง ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตแล้ว ต่อมาคดีขึ้นสู่ศาลอุทธรณ์ฎีกาศาลอุทธรณ์ฎีกาจะยกฟ้องหรือไม่รับวินิจฉัยฟ้องของผู้เยาว์เสียทีเดียวยังไม่ได้ ต้องสั่งให้แก้ไขข้อบกพร่องเรื่องความสามารถเสียก่อน แต่อย่างไรก็ดีหากศาลอุทธรณ์ฎีกาเห็นว่าแม้จะได้ให้แก้ไขเรื่องความสามารถให้สมบูรณ์แล้วก็ดี แต่ข้อเท็จจริงที่ปรากฏแล้วนั้นไม่อาจมีทางที่ศาลจะแก้ไขให้เป็นไปตามอุทธรณ์ฎีกาของผู้เยาว์ได้แล้วศาลอุทธรณ์ฎีกาจะพิพากษาให้ยกอุทธรณ์ฎีก…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 5
ป.วิ.อ. มาตรา 6
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ป.วิ.อ. มาตรา 208
ป.วิ.พ. มาตรา 56
ในคดีอาญาผู้เยาว์ขอเข้ามาเป็นโจทก์ร่วมโดยลำพัง ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตแล้ว ต่อมาคดีขึ้นสู่ศาลอุทธรณ์ฎีกาศาลอุทธรณ์ฎีกาจะยกฟ้องหรือไม่รับวินิจฉัยฟ้องของผู้เยาว์เสียทีเดียวยังไม่ได้ ต้องสั่งให้แก้ไขข้อบกพร่องเรื่องความสามารถเสียก่อน แต่อย่างไรก็ดีหากศาลอุทธรณ์ฎีกาเห็นว่าแม้จะได้ให้แก้ไขเรื่องความสามารถให้สมบูรณ์แล้วก็ดี แต่ข้อเท็จจริงที่ปรากฏแล้วนั้นไม่อาจมีทางที่ศาลจะแก้ไขให้เป็นไปตามอุทธรณ์ฎีกาของผู้เยาว์ได้แล้วศาลอุทธรณ์ฎีกาจะพิพากษาให้ยกอุทธรณ์ฎีก…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 5
ป.วิ.อ. มาตรา 6
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ป.วิ.อ. มาตรา 208
ป.วิ.พ. มาตรา 56
ในคดีอาญาผู้เยาว์ขอเข้ามาเป็นโจทก์ร่วมโดยลำพัง ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตแล้ว ต่อมาคดีขึ้นสู่ศาลอุทธรณ์ฎีกาศาลอุทธรณ์ฎีกาจะยกฟ้องหรือไม่รับวินิจฉัยฟ้องของผู้เยาว์เสียทีเดียวยังไม่ได้ ต้องสั่งให้แก้ไขข้อบกพร่องเรื่องความสามารถเสียก่อน แต่อย่างไรก็ดีหากศาลอุทธรณ์ฎีกาเห็นว่าแม้จะได้ให้แก้ไขเรื่องความสามารถให้สมบูรณ์แล้วก็ดี แต่ข้อเท็จจริงที่ปรากฏแล้วนั้นไม่อาจมีทางที่ศาลจะแก้ไขให้เป็นไปตามอุทธรณ์ฎีกาของผู้เยาว์ได้แล้วศาลอุทธรณ์ฎีกาจะพิพากษาให้ยกอุทธรณ์ฎีก…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 5
ป.วิ.อ. มาตรา 6
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ป.วิ.อ. มาตรา 208
ป.วิ.พ. มาตรา 56
โจทก์ขอให้ศาลอุทธรณ์ออกหมายจับ ศาลอุทธรณ์สั่งให้ยกคำร้องเสีย โจทก์ฎีกาขึ้นมาได้โดยที่ศาลอุทธรณ์ยังไม่ได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้จำหน่ายคดีนั้น เพราะไม่ใช่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาตาม วิ.อาญา มาตรา 196, (ป.ช.ญ. ครั้งที่ 7/2498) การส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่คู่ความนั้นเป็นหน้าที่ศาลชั้นต้น (อ้างฎีกาที่ 130/2482 ) โจทก์จึงชอบที่จะร้องขอต่อศาลชั้นต้นให้ออกหมายจับ ม.207 ไม่ใช่บทบังคับศาลอุทธรณ์ เพียงแต่ให้อำนาจศาลอุทธรณ์พิจารณาสั่งแล้วแต่กรณีศาลฎีกาจะสั่งกล…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 196
ป.วิ.อ. มาตรา 198
ป.วิ.อ. มาตรา 200
ป.วิ.อ. มาตรา 207
ป.วิ.อ. มาตรา 206
ป.วิ.อ. มาตรา 225
ป.วิ.อ. มาตรา 208
โจทก์ขอให้ศาลอุทธรณ์ออกหมายจับ ศาลอุทธรณ์สั่งให้ยกคำร้องเสียโจทก์ฎีกาขึ้นมาได้โดยที่ศาลอุทธรณ์ยังไม่ได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้จำหน่ายคดีนั้น เพราะไม่ใช่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 196(ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 7/2498)การส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่คู่ความนั้นเป็นหน้าที่ศาลชั้นต้น(อ้างฎีกาที่ 130/2482) โจทก์จึงชอบที่จะร้องขอต่อศาลชั้นต้นให้ออกหมายจับมาตรา 207 ไม่ใช่บทบังคับศาลอุทธรณ์ เพียงแต่ให้อำนาจศาลอุทธรณ์พิจารณาสั่งแ…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 196
ป.วิ.อ. มาตรา 198
ป.วิ.อ. มาตรา 200
ป.วิ.อ. มาตรา 207
ป.วิ.อ. มาตรา 206
ป.วิ.อ. มาตรา 225
ป.วิ.อ. มาตรา 208
ในคดีที่ขอให้ห้ามจำเลยไม่ให้ก่อความรำคาญตาม พ.ร.บ.สาธารณสุขเมื่อศาลอุทธรณ์เห็นว่า ศาลชั้นต้นยังไม่ได้วินิจฉัยว่า จะควรห้ามตามคำขอของโจทก์ด้วยหรือไม่ ศาลอุทธรณ์ก็มีอำนาจสั่งให้ศาลชั้นต้นพิจารณาใหม่ได้
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 208
ในคดีที่ขอให้ห้ามจำเลยไม่ให้ก่อความรำคาญตาม พ.ร.บ.สาธารณสุขเมื่อศาลอุทธรณ์เห็นว่า ศาลชั้นต้นยังไม่ได้วินิจฉัยว่า จะควรห้ามตามคำขอของโจทก์ด้วยหรือไม่ ศาลอุทธรณ์ก็มีอำนาจสั่งให้ศาลชั้นต้นพิจารณาใหม่ได้
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 208
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสั่งให้กรมสรรพสามิตจัดทำแสตมป์สุราขึ้นใช้ในสมัยที่ใช้ พ.ร.บ.ภาษีชั้นใน(ฉบับที่ 4) พ.ศ.2486 นั้น หาจำเป็นต้องออกเป็นกฎกระทรวงเสียก่อนดังเช่น พ.ร.บ.สุรา พ.ศ.2493บังคับไว้ ก็สมบูรณ์และย่อมถือว่าแสตมป์สุรานั้นเป็นบัตรตาม กฎหมายแล้ว ผู้ใดมีไว้หรือใช้แสตมป์สุราปลอม ย่อมมีผิดตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 216ฟ้องหาว่าจำเลยมีและใช้แสตมป์สุราปลอม ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 216 นั้น ย่อมหมายถึงแสตมป์สุราตาม พ.ร.บ.ภาษีชั้นใน…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 214
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 216
ป.วิ.อ. มาตรา 208
ป.วิ.อ. มาตรา 214
ป.วิ.พ. มาตรา 240
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสั่งให้กรมสรรพสามิตจัดทำแสตมป์สุราขึ้นใช้ในสมัยที่ใช้ พ.ร.บ.ภาษีชั้นใน(ฉบับที่ 4) พ.ศ.2486 นั้น หาจำเป็นต้องออกเป็นกฎกระทรวงเสียก่อนดังเช่น พ.ร.บ.สุรา พ.ศ.2493บังคับไว้ ก็สมบูรณ์และย่อมถือว่าแสตมป์สุรานั้นเป็นบัตรตาม กฎหมายแล้ว ผู้ใดมีไว้หรือใช้แสตมป์สุราปลอม ย่อมมีผิดตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 216ฟ้องหาว่าจำเลยมีและใช้แสตมป์สุราปลอม ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 216 นั้น ย่อมหมายถึงแสตมป์สุราตาม พ.ร.บ.ภาษีชั้นใน…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 214
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 216
ป.วิ.อ. มาตรา 208
ป.วิ.อ. มาตรา 214
ป.วิ.พ. มาตรา 240
มาตรานี้เกี่ยวกับเรื่องของคุณหรือไม่?
ขอรับคำปรึกษา
ทนายความช่วยดูข้อเท็จจริงและบอกทางเลือกที่เหมาะกับคุณ
ตัวบทเพื่อการค้นคว้า ฉบับที่ใช้อ้างอิงทางกฎหมายคือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา · ชุดข้อมูลตัวบทกฎหมายไทย (Dhamanoon/thai-code-of-law_dataset, CC-BY 4.0) คัดจากฉบับรวมแก้ไขของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา