มาตรา 494 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ส่วนที่ ๑ ขายฝาก
(๑) ถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์ กำหนดสิบปีนับแต่เวลาซื้อขาย
(๒) ถ้าเป็นสังหาริมทรัพย์ กำหนดสามปีนับแต่เวลาซื้อขาย
มาตราที่อ้างถึงมาตรานี้
แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง
29 คดี
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 627/2521
พ.ศ. 2521
สืบค้นที่ศาลฎีกา
โจทก์มีเงินแต่ยังเบิกไม่ได้เพราะเป็นวันหยุดราชการรุ่งขึ้นไม่ได้ไถ่ขายฝากเพราะจำเลยว่าหนังสือสัญญาอยู่ที่อื่นให้มาไถ่วันหลังถือว่าโจทก์ใช้สิทธิไถ่ภายในกำหนดแล้วศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้จำเลยรับเงิน14,000 บาทและจดทะเบียนไถ่การขายฝากที่ดินแก่โจทก์ จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "มีเหตุผลน่าเชื่อว่าก่อนครบกำหนดไถ่ถอนตามสัญญาคือวันที่ 10 มกราคม 2519 โจทก์ที่ 2 ได้ไปพบจำเลยขอไถ่ถอนการขายฝาก ทั้งนี้นายตาผู้ใหญ่บ้านได้ยืนยันว่าโจ…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 494
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 657/2517
พ.ศ. 2517
สืบค้นที่ศาลฎีกา
ศาลได้มีคำพิพากษาให้จำเลยรับเงิน 40,000 บาท แล้วไปจดทะเบียนไถ่ถอนการขายฝากที่ดินพิพาทให้โจทก์ ให้ปฏิบัติตามคำพิพากษาภายใน 1 เดือน ครั้นพ้นกำหนดตามคำบังคับแล้วโจทก์จึงวางเงิน 40,000 บาทต่อศาล จำเลยจะอ้างว่า เมื่อโจทก์ไม่วางเงินต่อศาลภายในกำหนด 1 เดือน ตามคำบังคับต้องถือว่าโจทก์สละสิทธิ ที่พิพาทหลุดเป็นกรรมสิทธิ์แก่จำเลยโดยเด็ดขาด ดังนี้หาได้ไม่ การที่โจทก์ขอให้บังคับคดีโดยใช้สิทธิไถ่ถอนทรัพย์ภายใน 10 ปี เป็นการใช้สิทธิตามคำพิพากษาของศาล ตามประมวลก…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 271
ป.พ.พ. มาตรา 494
ป.พ.พ. มาตรา 496
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 657/2517
พ.ศ. 2517
สืบค้นที่ศาลฎีกา
ศาลได้มีคำพิพากษาให้จำเลยรับเงิน 40,000 บาท แล้วไปจดทะเบียนไถ่ถอนการขายฝากที่ดินพิพาทให้โจทก์ ให้ปฏิบัติตามคำพิพากษาภายใน 1 เดือน ครั้นพ้นกำหนดตามคำบังคับแล้วโจทก์จึงวางเงิน 40,000 บาทต่อศาล จำเลยจะอ้างว่า เมื่อโจทก์ไม่วางเงินต่อศาลภายในกำหนด 1 เดือน ตามคำบังคับต้องถือว่าโจทก์สละสิทธิ ที่พิพาทหลุดเป็นกรรมสิทธิ์แก่จำเลยโดยเด็ดขาด ดังนี้หาได้ไม่ การที่โจทก์ขอให้บังคับคดีโดยใช้สิทธิไถ่ถอนทรัพย์ภายใน 10 ปี เป็นการใช้สิทธิตามคำพิพากษาของศาล ตามประมวลก…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 271
ป.พ.พ. มาตรา 494
ป.พ.พ. มาตรา 496
1. เมื่อพิจารณาตามฟ้องและคำให้การ ไม่มีฝ่ายใดอ้างถึงเรื่องยืดเวลาสัญญาขายฝาก ซึ่งเห็นได้ว่าไม่มีเจตนาให้ไถ่ถอนการขายฝาก คดีเช่นนี้ย่อมไม่มีประเด็นเรื่องยืดเวลาสัญญาขายฝาก 2. ตามหลักฐาน คนหนึ่งเป็นผู้ให้กู้ แต่มิได้เข้ามาเป็นคู่ความนั้น ศาลจะวินิจฉัยชี้ขาดคดีนั้นให้กระทบกระเทือนคนนั้นหาชอบไม่ 3. เมื่อข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้ตกลงให้โจทก์ชำระเงินค่าที่ดินภายใน 6 เดือน นับแต่วันครบกำหนดไถ่ถอนการขายฝาก โจทก์จึงไม่ผิดสัญญา 4. เมื่อโจทก์ไม่ผิดสัญ…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 87
ป.วิ.พ. มาตรา 142
ป.วิ.พ. มาตรา 183
ป.พ.พ. มาตรา 4914
ป.พ.พ. มาตรา 492
ป.พ.พ. มาตรา 494
ป.พ.พ. มาตรา 495
ป.พ.พ. มาตรา 502
1. เมื่อพิจารณาตามฟ้องและคำให้การไม่มีฝ่ายใดอ้างถึงเรื่องยืดเวลาสัญญาขายฝากซึ่งเห็นได้ว่าไม่มีเจตนาให้ไถ่ถอนการขายฝากคดีเช่นนี้ย่อมไม่มีประเด็นเรื่องยืดเวลาสัญญาขายฝาก2. ตามหลักฐาน คนหนึ่งเป็นผู้ให้กู้ แต่มิได้เข้ามาเป็นคู่ความนั้นศาลจะวินิจฉัยชี้ขาดคดีนั้นให้กระทบกระเทือนคนนั้นหาชอบไม่3. เมื่อข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้ตกลงให้โจทก์ชำระเงินค่าที่ดินภายใน 6 เดือนนับแต่วันครบกำหนดไถ่ถอนการขายฝาก โจทก์จึงไม่ผิดสัญญา4. เมื่อโจทก์ไม่ผิดสัญญาดังกล่…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 87
ป.วิ.พ. มาตรา 142
ป.วิ.พ. มาตรา 183
ป.พ.พ. มาตรา 491
ป.พ.พ. มาตรา 492
ป.พ.พ. มาตรา 494
ป.พ.พ. มาตรา 495
ป.พ.พ. มาตรา 502
เมื่อหลักฐานในสำนวนฟังได้ว่าการจำนำที่ดินพิพาทได้ปฏิบัติต่อกันอย่างขายฝาก คือ ผู้จำนำได้มอบที่พิพาทให้ผู้รับจำนำครอบครองทำกินต่างดอกเบี้ย แม้จะได้ทำสัญญาจำนำไว้ก็ดี (ทำสัญญาจำนำที่ดินมีโฉนด โดยจดทะเบียนไว้ที่หอทะเบียนที่ดิน เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2466 โดยมีข้อสัญญาว่าจะชำระดอกเบี้ยให้ชั่งละ 1 บาท 25 สตางค์ ต่อเดือน และยอมให้ผู้รับจำนำถือโฉนดไว้) ก็ต้องถือตามกิริยาที่คู่สัญญาประพฤติต่อกันมาว่า เป็นจำนำหรือขายฝาก เมื่อพฤติการณ์เป็นขายฝากและไม่ไถ่ใน…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 494
การไถ่ถอนการขายฝากที่ดินมือเปล่าซึ่งได้จดทะเบียนการขายฝากไว้ต่ออำเภอแล้วนั้น แม้จะไม่ได้ไปทำกันที่อำเภอ ก็ใช้ยันระหว่างกันเองได้
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 491
ป.พ.พ. มาตรา 494
ป.พ.พ. มาตรา 456
ป.พ.พ. มาตรา 1299
การไถ่ถอนการขายฝากที่ดินมือเปล่าซึ่งได้จดทะเบียนการขายฝากไว้ต่ออำเภอแล้วนั้น แม้จะไม่ได้ไปทำกันที่อำเภอ ก็ใช้ยันระหว่างกันเองได้
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 491
ป.พ.พ. มาตรา 494
ป.พ.พ. มาตรา 456
ป.พ.พ. มาตรา 1299
การไถ่ถอนการขายฝากที่ดินมือเปล่าซึ่งได้จดทะเบียนการขายฝากไว้ต่ออำเภอแล้วนั้น แม้จะไม่ได้ไปทำกันที่อำเภอ ก็ใช้ยันระหว่างกันเองได้
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 491
ป.พ.พ. มาตรา 494
ป.พ.พ. มาตรา 456
ป.พ.พ. มาตรา 1299
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 630/2496
พ.ศ. 2496
สืบค้นที่ศาลฎีกา
ทำสัญญาขายฝากที่นามือเปล่ากันเอง มีข้อความว่า มีกำหนด 6 เดือนขาดนั้น แม้สัญญาจะเป็นโมฆะเพราะไม่ทำตาม แบบก็ดี แต่ตามสัญญาที่ปรากฎว่าได้มีกำหนดไว้ชัดว่า 6 เดือนขาด ซึ่งหมายความว่า ผู้ขายฝากยอมสละสิทธิในที่ พิพาทให้เป็นของผู้รับซื้อฝากเมื่อครบ 6 เดือนแล้ว ฉะนั้น เมื่อที่นาพิพาทเป็นที่นามือเปล่าและฝ่ายผู้รับซื้อฝากก็ ครอบครองอย่างเป็นที่ของตนนานเกินกว่า 6 ปีแล้ว ผู้ซื้อฝากก็ย่อมได้สิทธิในที่พิพาท เพราะการครอบครองตามนัย แห่งคำพิพากษาฎีกาที่ 405/2493.
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 115
ป.พ.พ. มาตรา 491
ป.พ.พ. มาตรา 494
ป.พ.พ. มาตรา 496
ป.พ.พ. มาตรา 1377
ป.พ.พ. มาตรา 1378
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 630/2496
พ.ศ. 2496
สืบค้นที่ศาลฎีกา
ทำสัญญาขายฝากที่นามือเปล่ากันเอง มีข้อความว่า มีกำหนด 6 เดือนขาดนั้น แม้สัญญาจะเป็นโมฆะเพราะไม่ทำตาม แบบก็ดี แต่ตามสัญญาที่ปรากฎว่าได้มีกำหนดไว้ชัดว่า 6 เดือนขาด ซึ่งหมายความว่า ผู้ขายฝากยอมสละสิทธิในที่ พิพาทให้เป็นของผู้รับซื้อฝากเมื่อครบ 6 เดือนแล้ว ฉะนั้น เมื่อที่นาพิพาทเป็นที่นามือเปล่าและฝ่ายผู้รับซื้อฝากก็ ครอบครองอย่างเป็นที่ของตนนานเกินกว่า 6 ปีแล้ว ผู้ซื้อฝากก็ย่อมได้สิทธิในที่พิพาท เพราะการครอบครองตามนัย แห่งคำพิพากษาฎีกาที่ 405/2493.
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 115
ป.พ.พ. มาตรา 491
ป.พ.พ. มาตรา 494
ป.พ.พ. มาตรา 496
ป.พ.พ. มาตรา 1377
ป.พ.พ. มาตรา 1378
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 899/2495
พ.ศ. 2495
สืบค้นที่ศาลฎีกา
คดีที่ศาลนัดชี้สองสถานไว้แต่ถึงวันนัด โจทก์จำเลยต่างแถลงไม่มีทางปรองดองกัน ขอให้นัดพิจารณาไป โจทก์รับเป็นฝ่ายนำสืบก่อน เพียงเท่านี้ หาใช่เป็นการชี้สองสถานตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 183 ไม่ ฉะนั้นคู่ความจึงมีสิทธิขอแก้ฟ้องหรือคำให้การได้ก่อนวันสืบพยาน ขายฝาทรัพย์ไว้แก่เขาแล้วได้ติดต่อขอไถ่ถอนภายในกำหนดเขารับว่าจะรับการไถ่ถอน แต่ถึงกำหนด ก็ไม่มา ผู้ขายฝากจึงร้องต่ออำเภอท้องที่ และนำเงินไปเพื่อไถ่ถอนที่อำเภอก่อนครบกำหนดตามสัญญา ดังนี้ ถือได้ว่าผู้ขายฝากได…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 179
ป.วิ.พ. มาตรา 180
ป.วิ.พ. มาตรา 183
ป.พ.พ. มาตรา 491
ป.พ.พ. มาตรา 494
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 899/2495
พ.ศ. 2495
สืบค้นที่ศาลฎีกา
คดีที่ศาลนัดชี้สองสถานไว้แต่ถึงวันนัด โจทก์จำเลยต่างแถลงไม่มีทางปรองดองกัน ขอให้นัดพิจารณาไป โจทก์รับเป็นฝ่ายนำสืบก่อน เพียงเท่านี้ หาใช่เป็นการชี้สองสถานตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 183 ไม่ ฉะนั้นคู่ความจึงมีสิทธิขอแก้ฟ้องหรือคำให้การได้ก่อนวันสืบพยาน ขายฝาทรัพย์ไว้แก่เขาแล้วได้ติดต่อขอไถ่ถอนภายในกำหนดเขารับว่าจะรับการไถ่ถอน แต่ถึงกำหนด ก็ไม่มา ผู้ขายฝากจึงร้องต่ออำเภอท้องที่ และนำเงินไปเพื่อไถ่ถอนที่อำเภอก่อนครบกำหนดตามสัญญา ดังนี้ ถือได้ว่าผู้ขายฝากได…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 179
ป.วิ.พ. มาตรา 180
ป.วิ.พ. มาตรา 183
ป.พ.พ. มาตรา 491
ป.พ.พ. มาตรา 494
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 742/2494
พ.ศ. 2494
สืบค้นที่ศาลฎีกา
หนังสือสัญญาขายฝากบรรทัดต้นที่หัวเรื่องมีความบันทึกว่า หนังสือสัญญาขายฝากกรรมสิทธิ์ที่ดิน ต่อจากนั้นมีวงเล็บในวงเล็บมีบันทึกว่ามีกำหนด 18 เดือน ต่อจากบรรทัดนั้นลงมามีข้อความในเรื่องการขายฝากแต่ไม่มีข้อความกำหนดเวลาไถ่กัน ดังนี้ ถือได้ว่า ข้อความในวงเล็บที่ว่ามีกำหนด18 เดือนนั้น คือเป็นอายุของสัญญา นัยหนึ่งก็คือกำหนดเวลาไถ่
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 132
ป.พ.พ. มาตรา 491
ป.พ.พ. มาตรา 494
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 742/2494
พ.ศ. 2494
สืบค้นที่ศาลฎีกา
หนังสือสัญญาขายฝากบรรทัดต้นที่หัวเรื่องมีความบันทึกว่า หนังสือสัญญาขายฝากกรรมสิทธิ์ที่ดิน ต่อจากนั้นมีวงเล็บในวงเล็บมีบันทึกว่ามีกำหนด 18 เดือน ต่อจากบรรทัดนั้นลงมามีข้อความในเรื่องการขายฝากแต่ไม่มีข้อความกำหนดเวลาไถ่กัน ดังนี้ ถือได้ว่า ข้อความในวงเล็บที่ว่ามีกำหนด18 เดือนนั้น คือเป็นอายุของสัญญา นัยหนึ่งก็คือกำหนดเวลาไถ่
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 132
ป.พ.พ. มาตรา 491
ป.พ.พ. มาตรา 494
มาตรานี้เกี่ยวกับเรื่องของคุณหรือไม่?
ขอรับคำปรึกษา
ทนายความช่วยดูข้อเท็จจริงและบอกทางเลือกที่เหมาะกับคุณ
ตัวบทเพื่อการค้นคว้า ฉบับที่ใช้อ้างอิงทางกฎหมายคือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา · ชุดข้อมูลตัวบทกฎหมายไทย (Dhamanoon/thai-code-of-law_dataset, CC-BY 4.0) คัดจากฉบับรวมแก้ไขของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา