มาตรา 290 ประมวลกฎหมายอาญา
หมวด ๑ ความผิดต่อชีวิต
แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง
136 คดี
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 225/2503
พ.ศ. 2503
สืบค้นที่ศาลฎีกา
จำเลยใช้กำลังทำร้ายโดยแรง เป็นเหตุให้ศีรษะผู้ตายฟาดหรือกระแทกกับพื้นถนนเข็งกระโหลกศีรษะแตกถึงตาย เป็นผลที่บังเกิดอันเนื่องจากการกระทำของจำเลย จำเลยย่อมมีผิดฐานฆ่าคนโดยไม่เจตนา (อ้างฎีกาที่ 55/2491)
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 251
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 43
ป.อ. มาตรา 290
ป.อ. มาตรา 59
โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยได้บังอาจสมคบกันฆ่า ก็ย่อมหมายความว่า จำเลยกับพวกมีเจตนาจะฆ่าให้ตายอยู่ในตัว ฉะนั้น จึงไม่จำเป็นที่โจทก์จะต้องระบุในฟ้องว่า จำเลยมีเจตนาจะฆ่าให้ตายไม่ ฟ้องของโจทก์เช่นนี้ เป็นฟ้องที่ลงโทษจำเลยฐานฆ่าคนโดยเจตนาได้ ในเมื่อปรากฏตามทางพิจารณาว่าจำเลยใช้พร่าฟันผู้ตายถึงแก่ตามความโดยเจตนา
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.อ. มาตรา 83
ป.อ. มาตรา 288
ป.อ. มาตรา 290
โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยได้บังอาจสมคบกันฆ่า ก็ย่อมหมายความว่า จำเลยกับพวกมีเจตนาจะฆ่าให้ตายอยู่ในตัว ฉะนั้น จึงไม่จำเป็นที่โจทก์จะต้องระบุในฟ้องว่า จำเลยมีเจตนาจะฆ่าให้ตายไม่ ฟ้องของโจทก์เช่นนี้ เป็นฟ้องที่ลงโทษจำเลยฐานฆ่าคนโดยเจตนาได้ ในเมื่อปรากฏตามทางพิจารณาว่าจำเลยใช้พร่าฟันผู้ตายถึงแก่ตามความโดยเจตนา
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.อ. มาตรา 83
ป.อ. มาตรา 288
ป.อ. มาตรา 290
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 815/2502
พ.ศ. 2502
สืบค้นที่ศาลฎีกา
คดีอาญา หากปรากฏในทางพิจารณาจะวินิจฉัยให้เป็นคุณแก่จำเลย ในทางใดได้ แม้จำเลยจะมิได้โต้แย้งมา ศาลมีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยเป็นผลดีแก่จำเลยได้ จำเลยและผู้ตายเป็นสามีภริยากัน ได้เกิดทะเลาะกัน เพราะจำเลยตีบุตร ผู้ตายตีจำเลย ๆ กำลังนั่งกินหมากอยู่ จึงใช้มีดเขียนหมากแทงสวนไป 1 ที ถูกที่ชายโครงข้างขวา ค่อนข้างไปทางหลังลึกทะลุใน ผู้ตายถึงแก่ความตายดังนี้ จำเลยย่อมมีผิดฐานฆ่าคนโดยไม่เจตนา
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 195
ป.วิ.อ. มาตรา 225
ป.อ. มาตรา 288
ป.อ. มาตรา 72
ป.อ. มาตรา 290
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 815/2502
พ.ศ. 2502
สืบค้นที่ศาลฎีกา
คดีอาญา หากปรากฏในทางพิจารณาจะวินิจฉัยให้เป็นคุณแก่จำเลย ในทางใดได้ แม้จำเลยจะมิได้โต้แย้งมา ศาลมีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยเป็นผลดีแก่จำเลยได้ จำเลยและผู้ตายเป็นสามีภริยากัน ได้เกิดทะเลาะกัน เพราะจำเลยตีบุตร ผู้ตายตีจำเลย ๆ กำลังนั่งกินหมากอยู่ จึงใช้มีดเขียนหมากแทงสวนไป 1 ที ถูกที่ชายโครงข้างขวา ค่อนข้างไปทางหลังลึกทะลุใน ผู้ตายถึงแก่ความตายดังนี้ จำเลยย่อมมีผิดฐานฆ่าคนโดยไม่เจตนา
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 195
ป.วิ.อ. มาตรา 225
ป.อ. มาตรา 288
ป.อ. มาตรา 72
ป.อ. มาตรา 290
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 600/2502
พ.ศ. 2502
สืบค้นที่ศาลฎีกา
การที่จำเลยใช้ปืนซึ่งเป็นอาวุธร้ายแรงยิงผู้เสียหาย แม้ยิงเพียงทีเดียวแล้วหนีไป แต่ยิงบริเวณลำตัวซึ่งเป็นส่วนสำคัญของร่างกาย ถ้าถูกที่สำคัญในบริเวณนั้น ผู้เสียหายก็ต้องตาย เป็นการเพียงพอที่จะเห็นได้แล้วว่า จำเลยมีเจตนาจะฆ่า การที่จำเลยไม่ทำร้ายซ้ำเติมอีก อาจเป็นเพราะจำเลยหมดกระสุนปืน หรือเพราะต้องการหนีโดยรีบด่วนก็ได้ เพียงเท่านี้ไม่เป็นเหตุที่จะชี้ว่าจำเลยไม่มีเจตนาที่จะฆ่า
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.อ. มาตรา 59
ป.อ. มาตรา 80
ป.อ. มาตรา 288
ป.อ. มาตรา 290
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 59/2502
พ.ศ. 2502
สืบค้นที่ศาลฎีกา
จำเลยใช้ปืนจ่อยิงผู้ตายที่สบักอันเป็นที่สำคัญ โดยเชื่อว่าเป็นคนอยู่ยงคงกระพัน ถือว่า จำเลยมีความผิดฐานฆ่าคนโดยเจตนา.
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.อ. มาตรา 59
ป.อ. มาตรา 288
ป.อ. มาตรา 290
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 59/2502
พ.ศ. 2502
สืบค้นที่ศาลฎีกา
จำเลยใช้ปืนจ่อยิงผู้ตายที่สบักอันเป็นที่สำคัญ โดยเชื่อว่าเป็นคนอยู่ยงคงกระพัน ถือว่า จำเลยมีความผิดฐานฆ่าคนโดยเจตนา.
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.อ. มาตรา 59
ป.อ. มาตรา 288
ป.อ. มาตรา 290
ฟ้องว่าฆ่าคนตายโดยเจตนา ลงโทษฐานฆ่าคนตายโดยไม่เจตนาตามที่พิจารณาได้ความนั้นได้จำเลยที่ 2 เอาไม้ตีนายหล่า และจำเลยที่ 2 กับที่ 3 เข้าจับแขนนายหล่าไว้คนละข้างแล้วจำเลยที่1เอามีดเข้าแทงนายหล่า นายหล่าอยู่ได้ 2 คืนก็ตายเพราะแผลนั้น เหตุเกิดจากการทะเลาะกัน เช่นนี้ถือว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 สมคบกับจำเลยที่ 1 ในความผิดฐานฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา แต่กำหนดโทษควรให้ลดหลั่นกัน
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 251
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 63
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249
ป.อ. มาตรา 290
ป.อ. มาตรา 83
ป.อ. มาตรา 288
ป.วิ.อ. มาตรา 185
ป.วิ.อ. มาตรา 192
+1
ฟ้องว่าฆ่าคนตายโดยเจตนา ลงโทษฐานฆ่าคนตายโดยไม่เจตนาตามที่พิจารณาได้ความนั้นได้จำเลยที่ 2 เอาไม้ตีนายหล่า และจำเลยที่ 2 กับที่ 3 เข้าจับแขนนายหล่าไว้คนละข้างแล้วจำเลยที่1เอามีดเข้าแทงนายหล่า นายหล่าอยู่ได้ 2 คืนก็ตายเพราะแผลนั้น เหตุเกิดจากการทะเลาะกัน เช่นนี้ถือว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 สมคบกับจำเลยที่ 1 ในความผิดฐานฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา แต่กำหนดโทษควรให้ลดหลั่นกัน
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 251
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 63
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249
ป.อ. มาตรา 290
ป.อ. มาตรา 83
ป.อ. มาตรา 288
ป.วิ.อ. มาตรา 185
ป.วิ.อ. มาตรา 192
+1
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 668/2498
พ.ศ. 2498
สืบค้นที่ศาลฎีกา
คำว่าทรัพย์ต้องอายัดตาม มาตรา 316 นั้นกินความถึงทรัพย์ที่ถูกยึดแล้วมอบหมายให้เจ้าของทรัพย์นั้นเป็นผู้ดูแลรักษาไว้ด้วยและถ้ามอบหมายให้ผู้อื่นเป็นผู้ดูแลรักษาแล้วเจ้าของทรัพย์บังอาจเอาไปโดยเจตนาทุจริตก็มีผิดฐานลักทรัพย์ตาม มาตรา 290(ประชุมใหญ่ครั้งที่9/2498)
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 316
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 290
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 797/2490
พ.ศ. 2490
สืบค้นที่ศาลฎีกา
จำเลยแจวเรือไปส่งคนร้ายขึ้นลักตัดสายโทรเลขโทรศัพท์แล้วไปจอดเรือรอคอยห่างที่เกิดเหตุ 20 เส้น เพื่อจะบรรทุกสายโทรเลขโทรศัพท์ที่จะลักตัดมาได้นั้นเป็นการกระทำอุปการะแก่การกระทำผิดของคนร้ายมีผิดฐานสมรู้ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 65
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 290
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 65
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 788/2490
พ.ศ. 2490
สืบค้นที่ศาลฎีกา
ความผิดอันเกี่ยวกับการที่เอาทรัพย์ที่ถูกยึดหรืออายัดไปอาจเป็นความผิดฐานลักทรัพย์หรือยักยอกลักทรัพย์อย่างใดอย่างหนึ่งแล้วแต่กรณี คือถ้าทรัพย์นั้นจำเลยได้รับมอบหมายให้เป็นผู้พิทักษ์รักษาและจำเลยคิดทุจริตเอาทรัพย์ที่ต้องอายัดไปก็เป็นผิดฐานยักยอกตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 316 ถ้าทรัพย์นั้นจำเลยมิได้รับมอบหมายให้อยู่ในความครอบครองของจำเลย แม้ทรัพย์นั้นจะเป็นของจำเลยเองก็ดี ถ้าจำเลยบังอาจเอาทรัพย์นั้นไปเสียโดยเจตนาทุจริต จำเลยก็มีความผิดฐานลักทรัพย์ตาม ก…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 290
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 316
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 472/2490
พ.ศ. 2490
สืบค้นที่ศาลฎีกา
การเอาทรัพย์ของตนที่อยู่ในระหว่างยึดหรืออายัดของเจ้าพนักงานกลับคืน อันจะเป็นผิดตาม มาตรา 290 นั้นจะต้องมีเจตนาทุจริต
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 290
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 767/2486
พ.ศ. 2486
สืบค้นที่ศาลฎีกา
พลตำรวจไปจับของกลางในการเล่นการพนันนอกเขตที่ตนมีอำนาจและหน้าที่นั้น ไม่ถือว่าเป็นเจ้าพนักงานกระทำการตามหน้าที่ ของกลางนั้นจึงไม่เป็นของต้องยึดหรืออายัดตามกฎหมายและการที่ผู้ลักเล่นการพนันใช้กำลังทำร้ายและขู่เข็ญเอาของกลางคืนไป จึงไม่เป็นความผิดต่อเจ้าพนักงานหรือเป็นความผิดต่อทรัพย์ ความผิดฐานลักเล่นการพนันนั้น ราษฎรไม่มีอำนาจจับโดยลำพังตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 79 (อ้างฎีกาที่ 1011/2484)
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 120
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 122
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 288
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 290
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 301
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 254
ป.วิ.อ. มาตรา 78
ป.วิ.อ. มาตรา 79
มาตรานี้เกี่ยวกับเรื่องของคุณหรือไม่?
ขอรับคำปรึกษา
ทนายความช่วยดูข้อเท็จจริงและบอกทางเลือกที่เหมาะกับคุณ
ตัวบทเพื่อการค้นคว้า ฉบับที่ใช้อ้างอิงทางกฎหมายคือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา · ชุดข้อมูล Open Law Data Thailand — OCS Krisdika (CC-BY 4.0) จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา