คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องจำเลยขอให้ศาลพิพากษาให้ที่จำนองตกเป็นกรรมสิทธิของโจทก์หรือยึดที่จำนองมาขายทอดตลาดได้เงินสุทธิ เท่าใด ไม่พอหนี้ให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์จนครบ และให้ใช้ดอกเบี้ย จำเลยต่อสู้ว่าสัญญาจำนองเป็นนิติกรรมอำพรางเพราะไม่ใช่กู้ยืมเงินกันจริง เป็นหนี้เกิดจากการเข้าหุ้นส่วนกัน มาคิดเป็นต้นเงินจำนองและตัดฟ้องว่าคดีขาดอายุความ
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นเห็นว่า เป็นคดีจำนองจำเลยจะยกอายุความขึ้นตัดไม่ได้ จึงพิพากษาให้ที่จำนองตกเป็นสิทธิแก่โจทก์เพราะจำเลยขาดส่งดอกเบี้ย
จำเลยอุทธรณ์ว่า โจทก์นำสืบไม่ได้ว่าได้มีหนังสือบอกกล่าวบังคับจำนอง และว่าคดีขาดอายุความกับคัดค้านว่า โจทก์มีคำขอให้ที่จำนองหลุด หรือยึดขายทอดตลาดศาลหาควรพิพากษาให้ที่จำนองหลุด เพราะที่มีราคาท่วมหนี้จำนอง
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า เรื่องอายุความมี ป.ม.แพ่งฯ มาตรา ๑๘๙ ยกเว้นไว้ คดีจึงไม่ขาดอายุความส่วนข้อคัดค้านอื่น ๆ จำเลยมิได้ยกขึ้นต่อสู้ไว้ เมื่อจำเลยค้างดอกเบี้ยเกิน ๕ ปีแล้ว โจทก์ก็ขอให้ที่หลุดเป็นสิทธิได้ตามมาตรา ๗๒๙ จึงพิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกาในข้อกฎหมายขึ้นมาเช่นเดียวกับชั้นอุทธรณ์
ศาลฎีกาเห็นว่าศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยข้อกฎหมายที่จำเลยฎีกาขึ้นมา ชอบด้วยการพิจารณาและข้อกฎหมายแล้ว
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษายืน