Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1155/2505

พ.ศ. 2505 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยต้องหาเรื่องทำร้ายร่างกายและต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานจนได้มีคำสั่งจับของผู้ว่าราชการจังหวัดแล้ว ครั้นเจ้าพนักงานพบจำเลยขี่รถจักรยานจึงได้จับจำเลย เช่นนี้ แม้จะไม่มีหมายจับ ก็ย่อมจับจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 78 (3) คือ จับโดยมีเหตุอันควรสงสัยว่าจำเลยได้กระทำความผิดมาแล้วและจะหลบหนี นายร้อยตำรวจตรีผู้จับได้เข้าจับรถจักรยานที่จำเลยขี่อยู่ไว้แล้ว แจ้งข้อหาให้ทราบ และว่าจำเลยอยู่ในระหว่างควบคุมตัวแล้ว ขอให้ไปที่สถานีตำรวจ ดังนี้ ถือได้ว่าเป็นการจับจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 83 แล้ว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยหลบหนีการควบคุมของเจ้าพนักงาน เหตุเกิดที่ตำบลวังกระโจม อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๙๐

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเชื่อว่าจำเลยกระทำผิดดังฟ้อง พิพากษาว่า จำเลยผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๙๐ ลงโทษจำคุก ๓ เดือน

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่าตามข้อเท็จจริงเจ้าพนักงานยังไม่มีอำนาจและยังไม่ได้ทำการจับกุมจำเลย แม้จำเลยจะหลบหนีไปก็ไม่ควรมีความผิด ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ฟังมาว่า เมื่อวันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๐๓ จำเลยกับพวกได้ทำร้ายนายสิบตำรวจตรีวุทธิศาล พลตำรวจสุนทร และพลตำรวจสมบัติมีบาดเจ็บเนื่องจากเจ้าพนักงานเหล่านั้นไปจับสุราผิดกฎหมายจากนายสว่างญาติของจำเลย จึงได้รายงานให้นายอำเภอและผู้บังคับกองตำรวจภูธรท้องที่ทราบ ต่อมาวันที่ ๑๙ เดือนเดียวกัน นายสิบตำรวจตรีวุทธิศาลพบจำเลยขี่รถจักรยานไปทางสะพานดอนคอกและพบนายร้อยตำรวจตรีวีระขี่รถจักรยานมา นายสิบตำรวจตรีวุทธิศาลจึงบอกให้นายร้อยตำรวจตรีวีระทำการจับกุมจำเลยเพราะต้องหาว่าต่อสู้ขัดขวางและทำร้ายเจ้าพนักงาน

นายร้อยตำรวจตรีวีระทำการจับกุมจำลเยเพราะต้องหาว่าต่อสู้ขัดขวางและทำร้ายเจ้าพนักงาน นายร้อยตำรวจตรีวีระซึ่งได้เห็นคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดให้จับจำเลยในข้อหาว่าต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานมาก่อนแล้ว จึงได้ตามไปจนทันแล้วจับรถจักรยานจำเลยไว้และแจ้งข้อหาให้จำเลยทราบว่าต้องหาว่าต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน และว่าจำเลยอยู่ในระหว่างควบคุมตัวแล้ว ให้ไปที่สถานีตำรวจแล้วควบคุมตัวจำเลยไป พอถึงคอสะพานจำเลยก็จูงรถวิ่งลงสะพานแล้วขึ้นรถขี่ไปทางเกาะโพธิ์ เจ้าพนักงานจึงขี่รถตามไป พอจวนถึงสะพานเกาะโพธิ์นายสิบตำรวจตรีเสถียรซึ่งยืนอยู่ที่เชิงสะพานนั้นก็จับจำเลยไว้ได้ตามที่นายร้อยตำรวจตรีวีระขอให้ช่วย แล้วนำตัวส่งสถานีตำรวจ ในปัญหาว่านายร้อยตำรวจตรีวีระมีอำนาจจับกุมจำเลยได้หรือไม่นั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าจำเลยต้องหาเรื่องทำร้ายร่างกายและต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน จนได้มีคำสั่งจับของผู้ว่าราชการจังหวัดแล้ว ครั้นเจ้าพนักงานพบจำเลยขี่รถจักรยานจึงได้จับจำเลยเช่นนี้ แม้จะไม่มีหมายจับก็ย่อมจับจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๗๘ (๓) กล่าวคือ จับโดยมีเหตุอันควรสงสัยว่าจำเลยได้กระทำความผิดมาแล้วและจะหลบหนี ส่วนที่จำเลยฎีกาว่าจำเลยไม่ได้ถูกจับกุมควบคุมตัวตามกฎหมายนั้น เห็นว่า การที่นายร้อยตำรวจตรีวีระได้เข้าจับรถจักรยานที่จำเลยขี่อยู่ไว้ แล้วแจ้งข้อหาให้ทราบและว่าจำเลยอยู่ในระหว่างควบคุมตัวแล้วขอให้ไปที่สถานีตำรวจนั้น ถือได้ว่าเป็นการจับจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๘๓ ดังจะเห็นได้ว่า

ความตามมาตรานี้บัญญัติว่า ในการจับนั้นเจ้าพนักงานซึ่งทำการจับต้องแจ้งแก่ผู้ที่จะถูกจับนั้นว่าเขาต้องถูกจับ แต่ถ้าจำเป็นก็ให้จับตัวไป อันหมายความว่าการจับนั้นอาจใช้วิธีละม่อม เชิญตัวให้ไปด้วยกันก็ได้ แต่ถ้าไม่น่าไว้ใจก็อาจใช้กำลังจับตัวนำไปก็ได้เหมือนกัน มิใช่ว่าจะต้องจับตัวกันจริง ๆ ทุกกรณีไป จึงจะเป็นการจับตามกฎหมาย

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสนอ บุณยเกียรติ · ประมูล สุวรรณศร · เจน เวชศิลป์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนครนายก - นายสุนทร วรรณแสง
ศาลอุทธรณ์ - นายละออง จุลกะเศียน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5499/2549

จำเลยเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนและส่งตัวจำเลยไปที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนในวันเดียวกัน แล้วปล่อยตัวจำเลยไป โดยไม่มีการควบคุมตัวจำเลยไว้ หรือปล่อยตัวจำเลยชั่วคราวในระ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9590/2544

โจทก์เมาสุราส่งเสียงดัง เดินเตะเก้าอี้และพูดจาระรานจำเลยทั้งสามซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ ทั้งขณะที่อยู่ในร้านอาหารและขณะเดินกลับออกจากร้านเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 378 จำเลยทั้งสามจึงมีอำนาจจับกุมโจทก์…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 320/2503

จำเลยเอาเครื่องมือปลอมเงินตราและเหรียญปลอมไปซุกใส่บ้านผู้เสียหาย แล้วจำเลยติดต่อให้ตำรวจมาจับ ตำรวจมาค้นได้ของกลาง และจับผู้เสียหายขัง 4 วัน จึงได้ประกันตัวเช่นนี้ การกระทำของจำเลยไม่ผิดฐานทำให้เลื่อม…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2482 (เลขอ้างอิง 85525)

คำสั่งกรมการอำเภอที่ให้กำนันจับผู้ไม่เสียรัชชูปการโดยไม่มีหมายจับเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยต่อสู้ขัดขวางก็ไม่มีความผิดตามมาตรา 119 เจ้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจจะจับผู้ใดโดยไม่มีหมายไม่ได้ เ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3803/2562

การจับกุมโจทก์ทั้งสี่มีมูลเหตุมาจากการที่ ช. แจ้งเรื่องไปที่ศูนย์วิทยุสื่อสาร สถานีตำรวจภูธรแหลมฉบัง ว่าโจทก์ที่ 2 อ้างเป็นเจ้าพนักงานตำรวจพูดจาเชิงข่มขู่ให้ซื้อบัตรคอนเสิร์ต จำเลยที่ 13 จึงไปร้านที่เ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้