คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเรียกร้องเอาจากจำเลย หากจำเลยจะเป็นผู้เช่ากับโจทก์จริงจำเลยก็ไม่ต้องรับผิดชำระค่าเช่าที่ค้าง เพราะฟ้องโจทก์ขาดอายุความแล้ว
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้โดยไม่ต้องสืบพยาน ให้งดสืบพยานโจทก์จำเลย แล้วฟังว่าจำเลยเป็นคู่สัญญากับโจทก์โดยตรง ต้องรับผิดตามสัญญาเช่า คดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ พิพากษาให้จำเลยชำระค่าเช่าโทรศัพท์ที่ค้างชำระ 472 บาทและค่าเครื่องโทรศัพท์ 500 บาทเป็นเงิน 972 บาทแก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์เฉพาะปัญหาเรื่องอายุความศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาคดีแล้ว คดีนี้มีทุนทรัพย์ 472 บาทจำเลยฎีกาได้แต่เฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย การวินิจฉัยข้อกฎหมายเช่นว่านี้ศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน และโดยที่คดีนี้จะอุทธรณ์ได้แต่เฉพาะในปัญหาข้อกฎหมายในการวินิจฉัยข้อกฎหมายศาลอุทธรณ์จำต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวนด้วยศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์ไม่ใช่พ่อค้าหรือบุคคลจำพวกทีค้าในการให้เช่าสังหาริมทรัพย์
เมื่อฟังข้อเท็จจริงดังกล่าวคดีของโจทก์ก็ไม่อยู่ในบังคับของมาตรา 165 วรรคหนึ่ง อนุมาตรา 6 แต่อยู่ในบังคับของมาตรา 166 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หาขาดอายุความไม่ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นฎีกาแทนโจทก์ 75 บาท