Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1244/2503

พ.ศ. 2503 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยขวนขวายจะให้ได้คำรับรองเพื่อฎีกา เป็นการรับอยู่ในตัวว่าจำเลยเห็นด้วยกับศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาของจำเลย เพราะต้องห้ามตามกฎหมาย กรณีจึงไม่เข้าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 224 ซึ่งให้ร้องอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกาเมื่อไม่ต้องด้วยบทบัญญัติให้ร้องตรงมายังศาลฎีกา อีกทั้งยังไม่มีการรับฎีกาอันจะถือได้ว่าคดีได้ขึ้นสู่ศาลฎีกาแล้ว หากจำเลยไม่เห็นด้วยกับคำสั่งศาลชั้นต้นจำเลยก็มีแต่ทางจะอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 20/2503)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้ศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้คนตายและบาดเจ็บสาหัสพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 252 และ 259 ให้ลงโทษตามมาตรา 252 ซึ่งเป็นบทหนักจำคุก 4 ปี ผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2473 มาตรา 33 ปรับ 100 บาทผิดพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2477 มาตรา 66 พระราชบัญญัติจราจร พ.ศ. 2481 มาตรา 4 ปรับ 100 บาทจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะข้อที่ศาลชั้นต้นปรับจำเลยตามพระราชบัญญัติจราจร โดยให้ยกเสีย นอกนั้นให้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา พร้อมทั้งยื่นคำร้องขอให้คณะผู้พิพากษาศาลเดิมหรือศาลอุทธรณ์รับรองและอนุญาตให้จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาโดยอ้างว่าเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงต้องห้าม และมีคำสั่งคำร้องของจำเลยว่าไม่ใช่ปัญหาข้อสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุด จึงไม่รับรองให้จำเลยยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้น

ขอให้ศาลชั้นต้นส่งสำนวนให้ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นอีกนายหนึ่งซึ่งลงนามในคำพิพากษาพิจารณาคำร้องของจำเลยและถ้าผู้พิพากษานั้นไม่รับรองฎีกา ขอให้ส่งสำนวนไปให้ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ซึ่งลงนามในคำพิพากษาตรวจคำร้องและฎีกาจำเลยศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลไม่มีหน้าที่จะต้องส่งฎีกาของจำเลยไปให้ใคร ๆ รับรอง ให้ยกคำร้องจำเลยอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อศาลอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การที่จำเลยยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาศาลเดิมหรือผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์รับรองหรืออนุญาตให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง และร้องขอให้ส่งสำนวนไปให้ผู้พิพากษาตรวจรับรองนั้น เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาในชั้นฎีกา แม้จำเลยจะยื่นต่อศาลชั้นต้นและศาลชั้นต้นสั่งรับหรือไม่รับฎีกาของจำเลยก็เพราะกฎหมายให้ศาลชั้นต้นปฏิบัติในเรื่องนี้เพื่อให้การพิจารณาชั้นฎีกาดำเนินไปตามลำดับเท่านั้น

คำร้องของจำเลยในการดำเนินกระบวนพิจารณาในชั้นฎีกานี้ เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งหรือปฏิบัติการไปอย่างใด ย่อมอยู่ในอำนาจของศาลฎีกาว่า เป็นการชอบหรือไม่ด้วยกฎหมายวิธีพิจารณาอย่างใดหากจำเลยไม่เห็นพ้องด้วยกับการที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง ก็ชอบที่จะร้องต่อศาลฎีกาโดยตรงไม่ใช่กรณีที่จำเลยจะอุทธรณ์คำสั่งนั้นต่อศาลอุทธรณ์ จึงพิพากษายกอุทธรณ์จำเลยจำเลยฎีกาว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ได้ศาลฎีกาเห็นว่า การที่จำเลยขวนขวายจะให้ได้รับคำรับรองเพื่อฎีกาเป็นการรับอยู่ในตัวว่า จำเลยเห็นด้วยกับศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาของจำเลยเพราะต้องห้ามตามกฎหมาย จึงไม่ใช่เรื่องที่จำเลยเห็นว่า การที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยนั้นเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ หากแต่จำเลยขวนขวายหาทางเพื่อให้ฎีกาได้ต่างหากกรณีจึงไม่เข้าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 224 ซึ่งให้ร้องอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกา เมื่อไม่ต้องด้วยบทบัญญัติให้ร้องตรงมายังศาลฎีกาอีกทั้งยังไม่มีการรับฎีกาอันจะถือได้ว่า คดีได้ขึ้นสู่ศาลฎีกาแล้ว ซึ่งในกรณีดังว่านี้ คู่ความอาจร้องบางเรื่องตรงต่อศาลฎีกาได้ในฐานะที่คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาเช่นนี้

หากจำเลยไม่เห็นด้วยกับคำสั่งศาลชั้นต้นจำเลยก็มีทางแต่จะอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 อันเป็นวิธีการปกติ คือ ดำเนินคดีมาโดยลำดับศาล ที่ศาลอุทธรณ์ว่าไม่ใช่กรณีที่จำเลยจะอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ แต่ชอบที่จะร้องต่อศาลฎีกาโดยตรงนั้นที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาไม่เห็นด้วย เห็นว่าศาลอุทธรณ์ชอบที่จะรับอุทธรณ์นี้ไว้พิจารณาแต่เมื่อพิจารณาแล้วจะเห็นด้วยกับศาลชั้นต้นว่าเป็นเรื่องที่จำเลยควรจะไปร้องต่อผู้พิพากษาที่จะขอให้รับรองโดยตรง ไม่ใช่เรื่องจะมาขอให้ศาลจัดการให้ หรือไม่เห็นด้วยกับศาลชั้นต้น แต่เห็นเป็นประการอื่น ก็ชอบที่จะพิพากษาหรือสั่งไป แต่จะไม่รับอุทธรณ์เสียเลยนั้น หาถูกต้องไม่พิพากษาให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาอุทธรณ์ของจำเลยแล้วมีคำพิพากษาหรือคำสั่งไปตามกระบวนความ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จำรูญเนติศาสตร์ · การุณย์นราทร · ประจักษ์ศุภอรรถ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11903/2554

โจทก์ยื่นคำร้องว่าเดิมโจทก์ยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาคดีรวม 7 คน รับรองให้โจทก์ฎีกา แต่ผู้พิพากษา 2 คน ไม่รับรองให้ฎีกา จึงเหลือผู้พิพากษาอีก 5 คน ที่ยังไม่ได้พิจารณารับรอง การที่ศาลชั้นต้นร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5902/2554

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตในคำร้องขออนุญาตให้โจทก์อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงเท่านั้น ซึ่งเป็นดุลพินิจเฉพาะตัวจะอุทธรณ์ไม่ได้ ทั้งคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้โจทก์ทำอุทธรณ์ฉบับใหม่หาได้มีผลเป็นการสั่งรับอ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2535 (เลขอ้างอิง 57038)

ความว่า โจทก์ร่วมยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าศาลพิเคราะห์ฎีกาของโจทก์ร่วมแล้ว ไม่ปรากฏว่าโจทก์ร่วมฎีกา คัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายแต่อย่างใด ฎีกาของโจทก์ร่วมจึงไม่เป็นส…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4039/2534

การที่โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นกำหนดระยะเวลายื่นฎีกาให้แก่โจทก์ภายหลังจากพ้นกำหนดระยะเวลาที่อาจยื่นฎีกาได้แล้วนั้นเป็นเรื่องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกา การขอขยายระยะเวลายื่นฎีกา เป็นอำนาจของศาลชั้นต้น…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 57556)

ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1เป็นฎีกาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 จึงไม่รับจำเลยที่ 1 เห็นว่า จำเลยที่ 1 ได้ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่าศาลอุ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้