คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองสมคบกันใช้ปืนซึ่งมีอยู่โดยไม่รับอนุญาตยิงนายดำรงค์ตาย โดยเจตนา โดยความพยายามด้วยความพยาบาทมาดหมางของจำเลยที่ 1 ซึ่งโกรธเคืองนายดำรงค์มาก่อนเพราะนายดำรงค์ขัดขวางไม่ยอมให้ น.ส.สมจิตรน้องภรรยายอมเลิกคดีและรับเงินค่าทำขวัญในกรณีที่จำเลยที่ 1 ฉุดคร่าพา น.ส.สมจิตรไปเพื่อการอนาจารและพยายามข่มขืนกระทำชำเรา ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249, 250, 63 พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7-72จำเลยทั้งสองปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ผิดตาม กฎหมายลักษณะอาญามาตรา 249 จำคุก 20 ปี ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ของกลางริบโจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามฟ้องจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ขอให้ยกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 เสียด้วยโจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ตามฟ้องศาลฎีกาเชื่อว่า
จำเลยที่ 1 ฆ่าผู้ตายจริง แต่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 ฆ่าผู้ตายโดยความพยายามด้วยความพยาบาทมาดหมายตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 250 ซึ่งต่างกับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 ข้อ 4 ที่ว่า ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 250 จึงเป็นกฎหมายที่เป็นคุณแก่จำเลย กล่าวคือจะต้องได้ความว่า เป็นการฆ่าคนโดยความพยายามด้วยความพยาบาทมาดหมายจึงจะมีความผิดตามกฎหมายที่โจทก์อ้าง แต่เมื่อพยานหลักฐานโจทก์ยังไม่พอจะฟังว่าจำเลยได้ฆ่าผู้ตายโดยความพยายามด้วยความพยาบาทมาดหมายตามกฎหมายที่โจทก์อ้าง จึงลงโทษตาม มาตรา 250 ไม่ได้
ผลคำพิพากษา
พิพากษาแก้ศาลอุทธรณ์ ให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ยืนตามศาลชั้นต้น