คำฟ้องและคำให้การ
ฟ้องกันเรื่องค้ำประกันว่า โจทก์ต้องใช้เงินแทนจำเลยค่าซื้อยางรถยนต์ให้แก่บริษัทผู้ขายเพราะจำเลยไม่ชำระค่ายางนั้น จำเลยสู้ว่า ไม่ใช่ค้ำประกันแต่เป็นการไปรับยางมาแทนโจทก์ ศาลแพ่งฟังว่าเป็นการค้ำประกัน แต่เอกสารการค้ำประกันมิได้ปิดอากรแสตมป์จึงเป็นหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ให้ยกฟ้อง
คำพิพากษาศาลล่าง
โจทก์อุทธรณ์ โดยนายชัยวัฒน์ทนายเซ็นชื่อเป็นผู้อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า นายชัยวัฒน์มิได้รับแต่งตั้งเป็นทนาย ไม่มีสิทธิเซ็นชื่อในอุทธรณ์ จึงพิพากษายกอุทธรณ์โดยไม่วินิจฉัยประเด็นแห่งคดี
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า นายชัยวัฒน์ได้ซักค้านพยานโจทก์จำเลยมาตั้งแต่แรกเริ่มการพิจารณาจนเสร็จสำนวนโดยมิได้มีการแต่งทนาย ครั้นศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์แพ้นายชัยวัฒน์ลงชื่อเป็นผู้อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ก็สั่งรับ เห็นว่าโจทก์มิได้ประวิงความหรือเอาเปรียบในเชิงคดีหากเป็นด้วยพลั้งเผลอ แม้จะผิดต่อ ป.วิ.แพ่ง ก็สมควรที่ศาลจะอนุญาตให้ทำเสียให้ถูกตาม มาตรา ๒๗ และ โจทก์ก็ได้แต่งตั้งนายชัยวัฒน์เป็นทนายในวันยื่นฎีกาแล้วพอถือได้ว่าการพิจารณาและการอุทธรณ์เป็นการชอบแล้วตามนัย ฎีกาที่ ๑๘๙๔/๒๔๙๙
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษายกคำพิพากษา (เทียบฎีกาที่ ๑๘๙๔/๒๔๙๙) ศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาใหม่ตามรูปคดี