คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นผู้ใหญ่บ้านได้นำความเท็จซึ่งจำเลยรู้อยู่แล้วว่าไม่เป็นความจริง ไปหลอกลวงโจทก์กับนายคำดี นายคุ้มว่า ให้นำเงินคนละ ๘๐ บาท มาให้จำเลย โดยจำเลยบอกว่านายรสเสมียนอำเภอเมืองเลยให้มาเอาเป็นค่ารังวัดที่ดิน ซึ่งโจทก์กับพวกจับจองกับเป็นค่าจับจองทับทาง, ถ้าไม่ให้เงินทางราชการจะไม่ยอมอนุญาตให้จับจองและออกประกาศโฆษณาให้ โจทก์กับนายคำดี นายคุ้มหลงเชื่อ จึงได้มอบเงินคนละ ๘๐ บาท ให้แก่จำเลยไป ต่อมาจึงทราบว่านายรสมิได้ใช้ให้จำเลยไปเอาเงินจากโจทก์กับพวก โจทก์จึงทราบว่าจำเลยมีเจตนาฉ้อโกงเอาเงินของโจทก์กับพวกไปเป็นประโยชน์ส่วนตนเสีย ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๓๐๔, ๑๓๖
จำเลยให้การปฏิเสธ
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นเห็นว่าฟ้องของโจทก์ไม่สมบูรณ์พิพากษายกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ลงโทษฐานฉ้อโกงตามมาตรา ๓๐๔
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่าฟ้องของโจทก์เป็นฟ้องที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว ส่วนข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านได้เรียกร้องเอาเงินจากโจทก์ ๘๐ บาท โดยอ้างว่านายรสเสมียนอำเภอใช้ให้จำเลยมาเอาเรื่องที่โจทก์ขอจับจองที่ดินและจับจองทับทางเดิน ถ้าไม่ให้เงินการจับจองจะไม่สำเร็จ โจทก์หลงเชื่อว่านายรสใช้จำเลยมาเอาเงินจริงจึงมอบเงิน ๘๐ บาทให้แก่จำเลยไป ซึ่งความจริงนายรสไม่ได้ใช้ให้จำเลยมาเรียกเอาเงินจากโจทก์ ดังนี้จำเลยต้องมีความผิดฐานฉ้อโกง
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษายืน