Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1445/2482

พ.ศ. 2482 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

บุตร์ชนะความมารดาเลี้ยงแล้วยึดสินบริคณห์ส่วนของมารดาเลี้ยงแล้ว บิดาร้องขัดทรัพย์นั้นไม่เป็นคดีอุทลุม หนี้ที่ภริยาทำนิติกรรมในระหว่างเป็นภริยาแล้วโดยสามีรู้เห็นยินยอม เจ้าหนี้ก็มีสิทธิ์ยึดสินบริคณห์ส่วนของภริยาได้เช่นเดียวกันทั้งสองกรณี โจทก์ยื่นคำร้องยึดทรัพย์และยื่นคำร้องขอแยกสินบริคณห์ส่วนของภริยาสามีร้องขัดทรัพย์ว่าโจทก์ไม่มีสิทธิ์ยึดสินบริคณห์ ศาลสั่งให้ดำเนินคดีเรื่องขัดทรัพย์ก่อนเรื่องแยกสินบริคณห์ได้.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ชนะความจำเลยในเรื่องเงินกู้แล้วนำยึดสิทธิ์เก็บกิน(ซึ่งเป็นสิทธิ์เก็บค่าเช่า) ในที่ดิน ๒ แปลง โดยอ้างว่าเป็นสินบริคณห์ระหว่างผู้ร้องกับจำเลยซึ่งเป็นสามีภริยากัน เมื่อโจทก์ยึดทรัพย์รายนี้แล้วได้ยื่นคำร้องว่า ทรัพย์ที่ยึดยังไม่พอชำระหนี้ ขอให้แยกสินบริคณห์ในทรัพย์ที่ยึดไว้เป็นส่วนของจำเลย ศาลแพ่งนัดไต่สวนแต่พอดีผู้ร้องยื่นคำร้องขัดทรัพย์อ้างว่า ทรัพย์ที่ยึดเป็นสินบริคณห์ ผู้ร้องไม่ได้รู้เห็นยินยอมในการที่จำเลยเป็นหนี้เงินรายที่โจทก์ชนะคดีจึงไม่ผูกพันสินปริคณห์ และทั้งโจทก์ก็เป็นบุตร์ผู้ร้อง การยึดทรัพย์เช่นนี้จึงเป็นอุทลุม. ศาลแพ่งวินิจฉัยว่า คดีไม่เป็นอุทลุม และทรัพย์ที่ยึดเป็นสินบริคณห์ระหว่างจำเลยกับผู้ร้องและส่วนของจำเลยก็ยังไม่ได้แยกออก โจทก์จึงไม่มีสิทธิ์ยึด จึงให้ถอนการยึดทรัพย

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ไม่จำต้องวินิจฉัยว่า ผู้ร้องกับจำเลยเป็นสามีภริยากันเมื่อใด ควรพิจารณาเพียงว่าผู้ร้องรู้เห็นยินยอมในการที่จำเลยเป็นหนี้รายนี้หรือไม่ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า ผู้ร้องรู้เห็นยินยอมและโจทก์ได้ยื่นคำร้องขอแยกสินบริคณห์แล้ว ศาลจึงมีอำนาจสึ่งยึดได้ จึงให้ยกคำร้องขัดทรัพย์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ถ้าผู้ร้องและจำเลยเป็นสามีภริยากันขณะทำสัญญากู้ คดีก็ฟังได้ว่าผู้ร้องให้ความยินยอม ถ้ายังไม่เป็นสามีภริยากันขณะนั้น หนี้รายนี้ก็เป็นหนี้ส่วนตัวจำเลยซึ่งโจทก์มีสิทธิ์ยึดทรัพย์ส่วนของจำเลยได้เช่นเดียวกันทั้งสองกรณี

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์. ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พลางกูร · นิติศาสตร์ · เทฟโนต์
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - หลวงสารนัยประศาสน์
ศาลอุทธรณ์ - พระรามปัญญา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 541/2509

การที่ภริยาไปกู้ยืมเงินบุคคลภายนอกมิได้เป็นนิติกรรมที่ภริยาทำขึ้นผูกพันสินบริคณห์โดยเฉพาะเพราะไม่ได้เป็นนิติกรรมในการจัดการหรือจำหน่ายสินบริคณห์ แต่เป็นนิติกรรมเกี่ยวกับหนี้เงิน จึงไม่ต้องด้วยลักษณะที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 907/2486

เจ้าหนี้ยึดสินบริคนห์ระหว่างจำเลยกับสามีสามีร้องขัดทรัพย์อ้างว่านิติกัมที่ภรรยาทำเปนโมคียะ ไม่ผูกพันสินบริคนห์สาลสั่งถอนการยึดไปตามคำร้องขัดทรัพย์ เจ้าหนี้มาฟ้องขอแยกสินบริคนห์ระหว่างสามีภรรยานั้นไหม่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2476/2539

ตามหลักฐานสำเนาทะเบียนบ้านเลขที่ 64/1 หมู่ที่ 3 แขวงบางแค เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร มีจำเลยและบุตรอีก 2 คน พักอาศัยอยู่ด้วย แต่จำเลยแจ้งย้ายออกเพียง 2 คน โดยแจ้งว่าย้ายเข้าบ้านเลขที่ 30หมู่ที่ 1 ตำบล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10132/2539

จำเลยที่1ได้ย้ายไปประกอบกิจการและจำเลยที่2ได้ย้ายไปอยู่ณที่บ้านเลขที่65หมู่ที่8ตำบลเชียงรากน้อยอำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยาตั้งแต่ปีพ.ศ.2531แต่ขณะที่จำเลยที่1ทำสัญญากู้ยืมเงินจากโจทก์และจำเลยท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 228/2506

ผู้ร้องขัดทรัพย์ว่าทรัพย์ที่โจทก์นำยึดเป็นของผู้ร้องโจทก์ต่อสู้ว่าทรัพย์นั้นเป็นของจำเลยทั้งนั้นไม่ใช่ของผู้ร้อง ที่ผู้ร้องร้องขัดทรัพย์ก็เพื่ออุบายฉ้อโกงไม่ชำระหนี้แก่โจทก์เท่านั้น ดังนี้ ย่อมมีความห…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้