Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1553/2492

พ.ศ. 2492 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ภรรยาไปยืนเงินของโจทก์มาวางมัดจำซื้อที่ดินของจำเลย โดยสามีไม่ได้รู้เห็นยินยอมด้วย กับทั้งยังปฏิเสธหรือบอกล้างการยืมนั้นเสียด้วย ดังนี้ สามีจะกลับมาถือว่าเงินที่ภรรยายืมโจทก์มานั้นยังเป็นสินบริคณห์อยู่ เพื่อเรียกคืนจากจำเลยไม่ได้ และเมื่อสามีไม่มีสิทธิเรียกร้องคืนจากจำเลย โจทก์ซึ่งเป็นผู้รับโอนสิทธิเรียกร้องจากสามี ก็ย่อมไม่มีสิทธิดีไปกว่า

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ทำสัญญาขายที่ดินให้นางบังอร และได้รับเงินมัดจำไว้ ๒๐,๐๐๐ บาท โดยนายทองอินทร์สามีนางบังอรมิได้รู้เห็นยินยอม นายทองอินทร์ได้บอกล้างนิติกรรมซื้อขายที่ดินรายนี้แล้ว นายทองอินทร์บอกให้จำเลยคืนเงินมัดจำ จำเลยเพิกเฉย นายทองอินทร์ได้โอนสิทธิเรียกร้องให้โจทก์ และแจ้งการโอนให้จำเลยทราบจึงขอให้จำเลยคืนเงินมัดจำพร้อมด้วยดอกเบี้ย

จำเลยให้การต่อสู้หลายประการ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า เงิน ๒๐,๐๐๐ บาทนี้ นางบังอรไปยืมเขามานั้น จริงอยู่เงินที่ได้มาย่อมตกเป็นของนางบังอรเป็นเงินที่ได้มาในระหว่างเป็นสามีภรรยากัน ตามธรรมดาย่อมนับว่าเป็นสินสมรสตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา ๑๔๖๖ ซึ่งถือได้ว่าเป็นสินบริคณห์ตามมาตรา ๑๔๖๒ แต่คดีนี้ข้อเท็จจริงปรากฎชัดว่า การที่นางบังอรไปยืมเงินรายนี้มาจากโจทก์ นายทองอินร์ไม่ได้รู้เห็นยินยอมด้วยกับทั้งยังได้ปฏิเสธบอกล้างการยืมนั้นเสียแล้วด้วย เมื่อเป็นเช่นนี้ นายทองอินทร์จะกลับมาถือว่า เงิน ๒๐,๐๐๐ บาท ยังเป็นสินบริคณห์อยู่ เพื่อเรียกคืนจากจำเลยได้อย่างไร เมื่อนายทองอินทร์ไม่มีสิทธิจะเรียกคืนจากจำเลย โจทก์ซึ่งเป็นผู้รับโอนสิทธิเรียกร้องจากนายทองอินทร์ ย่อมไม่มีสิทธิดีกว่า

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประวัติ ปัตตพงศ์ · ทรงนิติกรณ์ · มนูกิจวิมลอรรถ
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - หลวงสุทธิมนต์นฤนาท
ศาลอุทธรณ์ - พระนาถปริญญา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 43/2498

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับตามสัญญาขายฝากที่จำเลย(ภริยาผู้ร้องสอด) ทำไว้กับโจทก์ จำเลยและผู้ร้องสอด(สามีจำเลย) ต่อสู้ยืนยันว่าเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยทำนิติกรรมผูกพันสินบริคณห์โดยมิได้รับความยิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4/2498

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับตามสัญญาขายฝากที่จำเลย(ภริยาผู้ร้องสอด)ทำไว้กับโจทก์ จำเลยและผู้ร้องสอด(สามีจำเลย) ต่อสู้ยืนยันว่าเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฏหาย จำเลยทำนิติกรรรมผูกพันสินบริคณหโดยมิได้รับความยินย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2036/2518

ส.ภริยาโจทก์ได้ขายที่ดินให้แก่ ก. กับพวก ไปโดยโจทก์มิได้ให้ความยินยอม โจทก์ฟ้อง ส. และ ก.กับพวก เป็นคดีแรก ขอให้เพิกถอนนิติกรรมซื้อขายเสีย ปรากฏว่า ก.กับพวกขายที่พิพาทแก่จำเลยที่ 1 ไปแล้ว โจทก์จึงขอให…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 346/2511

สามีมิได้รู้เห็นและให้ความยินยอมภริยาทำนิติกรรมซื้อขายสินบริคณห์เมื่อได้บอกล้างนิติกรรมนั้นแล้วนิติกรรมนั้นย่อมเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 138 บุคคลที่รับโอนทรัพย์สินมาโดยไม่สุจริตจากผ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 541/2509

การที่ภริยาไปกู้ยืมเงินบุคคลภายนอกมิได้เป็นนิติกรรมที่ภริยาทำขึ้นผูกพันสินบริคณห์โดยเฉพาะเพราะไม่ได้เป็นนิติกรรมในการจัดการหรือจำหน่ายสินบริคณห์ แต่เป็นนิติกรรมเกี่ยวกับหนี้เงิน จึงไม่ต้องด้วยลักษณะที…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้