Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 346/2511

พ.ศ. 2511 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สามีมิได้รู้เห็นและให้ความยินยอมภริยาทำนิติกรรมซื้อขายสินบริคณห์เมื่อได้บอกล้างนิติกรรมนั้นแล้วนิติกรรมนั้นย่อมเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 138 บุคคลที่รับโอนทรัพย์สินมาโดยไม่สุจริตจากผู้โอนที่ได้ทรัพย์สินมาโดยนิติกรรมอันเป็นโมฆียะเมื่อนิติกรรมนั้นถูกบอกล้าง บุคคลที่รับโอนนั้นไม่ได้รับความคุ้มครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1329

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์กับจำเลยที่ 1 เป็นสามีภริยา ระหว่างอยู่กินเป็นสามีภริยาได้ซื้อที่พิพาทลงชื่อจำเลยที่ 1 ถือกรรมสิทธิ์ ต่อมาจำเลยที่ 1 โอนที่พิพาทให้จำเลยที่ 2, 3, 4 โดยโจทก์มิได้ยินยอมโจทก์ให้ทนายความบอกล้างการซื้อขาย ขอให้สั่งเพิกถอนนิติกรรมการซื้อขายที่พิพาทและให้แสดงว่าโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่พิพาทร่วมกับจำเลยที่ 1จำเลยที่ 1 รับว่าฟ้องเป็นความจริงจำเลยที่ 2, 3, 4 ให้การว่า ได้ซื้อที่พิพาทจากจำเลยที่ 1 จริงโดยจำเลยที่ 1 แจ้งว่าสามีทำหนังสือยินยอม แต่หาไม่พบจึงไม่ได้นำไปวันทำสัญญา เจ้าหน้าที่ว่าซื้อขายได้จำเลยเชื่อว่าเป็นการซื้อขายโดยสุจริตทั้งชำระราคาที่ดินแล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิขอเพิกถอน

จำเลยไม่เคยได้รับหนังสือบอกล้างโจทก์ไม่มีสิทธิบอกล้างเพราะให้ความยินยอมแล้วโจทก์ขอเรียกนายสหาก ขำวิลัย เป็นจำเลยร่วม ศาลเรียกนายสหาก ชำวิลัยเป็นจำเลยร่วม นายสหาก ขำวิลัย ให้การว่าซื้อที่พิพาทจากจำเลยที่ 2, 3, 4 โดยสุจริต ชำระราคาแล้วโจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขอเพิกถอนศาลชั้นต้นเห็นว่า โจทก์ใช้สิทธิบอกล้างนิติกรรมโดยไม่สุจริตฟังได้ว่าจำเลยร่วมได้รับโอนที่พิพาทโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนโจทก์ไม่มีอำนาจเพิกถอนพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เชื่อว่า โจทก์ไม่รู้เห็นการขายที่พิพาท โจทก์ไม่ยินยอมให้ขาย นิติกรรมซื้อขายเป็นโมฆียะ เมื่อโจทก์บอกล้างจึงเป็นโมฆะ จำเลยร่วมซื้อไม่สุจริต

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับว่านิติกรรมซื้อขายเป็นโมฆะ ให้เพิกถอนและให้ลงชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมกับจำเลยที่ 1จำเลยที่ 2, 3, 4 และจำเลยร่วมฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์มิได้รู้เห็นและให้ความยินยอม ได้บอกล้างนิติกรรม การซื้อขายที่พิพาทจึงเป็นโมฆะมาแต่เริ่มแรกตามมาตรา 138จำเลยร่วมรับโอนที่พิพาทจากจำเลยที่ 2, 3, 4 โดยรู้ว่าการซื้อขายเป็นโมฆียะ และโจทก์บอกล้างแล้ว การโอนมิได้เป็นไปโดยสุจริต จำเลยร่วมก็ไม่ได้รับความคุ้มครองตามมาตรา 1329 โจทก์มีสิทธิเรียกร้องให้เพิกถอนการซื้อขายที่พิพาทระหว่างจำเลยที่ 2, 3, 4 กับจำเลยร่วมได้พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จินตา บุณยอาคม · ชิต บุณยประภัศร · ประสม เภกะสุต
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2036/2518

ส.ภริยาโจทก์ได้ขายที่ดินให้แก่ ก. กับพวก ไปโดยโจทก์มิได้ให้ความยินยอม โจทก์ฟ้อง ส. และ ก.กับพวก เป็นคดีแรก ขอให้เพิกถอนนิติกรรมซื้อขายเสีย ปรากฏว่า ก.กับพวกขายที่พิพาทแก่จำเลยที่ 1 ไปแล้ว โจทก์จึงขอให…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 247/2501

ในคดีที่โจทก์ฟ้องหญิงมีสามีเป็นจำเลยเรียกเงินตามสัญญากู้นั้น เมื่อจำเลยให้การปฏิเสธความรับผิด คดียังไม่แน่ว่าโจทก์จะชนะหรือไม่ ถึงหากชนะ จะยึดทรัพย์ส่วนตัวของหญิงสามีก็ไม่มีสิทธิโต้แย้งคัดค้านเช่นนี้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1394/2500

ภริยาโจทก์นำที่พิพาทซึ่งเป็นสินบริคณห์ระหว่างโจทก์กับภริยาไปแลกเปลี่ยนกับที่นาของจำเลย นิติกรรมแลกเปลี่ยนนี้เป็นแต่เพียงโมฆียะ ซึ่งถ้าโจทก์ผู้เป็นสามีไม่บอกล้าง นิติกรรมนี้ย่อมสมบูรณ์ตามกฎหมาย การที่จ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 901/2498

ที่พิพาทเป็นมรดกได้มาระหว่างจำเลยกับสามีเป็นสามีภรรยากันจึงเป็นสินบริคณฑ์เมื่อจำเลยเอาที่พิพาทไปขายให้โจทก์โดยสามีไม่รู้เห็น สัญญาซื้อขายระหว่างโจทก์กับจำเลยจึงเป็นโมฆียะเมื่อสามีบอกล้างแล้วตกเป็นโมฆะ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 43/2498

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับตามสัญญาขายฝากที่จำเลย(ภริยาผู้ร้องสอด) ทำไว้กับโจทก์ จำเลยและผู้ร้องสอด(สามีจำเลย) ต่อสู้ยืนยันว่าเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยทำนิติกรรมผูกพันสินบริคณห์โดยมิได้รับความยิ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้