คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยรับราชการเป็นเสมียนแผนกบรรณาธิการกอบข่าวสารการค้า กรมการสนเทศ กระทรวงเศรษฐการและอธิบดีกรมการสนเทศได้สั่งให้จำเลยปฏิบัติการช่วยราชการแผนกสื่อข่าวการพาณิชย์ หัวหน้าแผนกสื่อข่าวได้มอบใบเสร็จค่าลงแจ้งความในหนังสือดังกล่าวให้จำเลยมีหน้าที่เก็บเงินโดยมอบให้ไปทั้งต้นขั้วและปลายต้นขั้ว จำเลยกับพวกไปเก็บเงินได้แล้ว แต่นำส่งเพียง ๔๒๘๐ บาท อีก ๓๖๙๕ บาท จำเลยบังอาจยักยอกเอาไว้เป็นอาณาประโยชน์ตนเสียโดยเจตนาทุจริต ทั้งนี้โดยจำเลยเพทุบายลงจำนวนเงินในปลายต้นขั้วใบเสร็จรับเงินสูงกว่าจำนวนในต้นขั้ว ขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๗๑๔ ๓๑๙ (๑) และคืนเงินแก่กรมการสนเทศ จำเลยปฏิเสธและตัดฟ้องว่ากรมการสนเทศไม่ใช่ผู้เสียหาย ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ศาลอาญาพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานยักยอกตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๓๑๙ ให้จำคุก ๖ เดือน แต่จำเลยได้พยายามชำระเงินให้จนครบแล้ว ลดให้ ๑ ใน ๓ คงจำคุก ๔ เดือน
คำพิพากษาศาลล่าง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่าเงินตามต้นขั้วใบเสร็จจำนวน ๙๒๘๐ บาทนั้น จำเลยนำส่งครบถ้วนแล้ว แต่ปรากฎว่าใบเสร็จปลายขั้ว ๔๖ ฉบับซึ่งมีจำนวนเกินกว่าต้นขั้ว ๓๖๙๕ บาท จำเลยหานำส่งไม่ ซึ่งจำเลยอ้างว่าเป็นค่าจ้างทำบล๊อกหรือแม่พิมพ์ เงินจำนวน ๙๒๘๐ บาทตามต้นขั้วใบเสร็จที่จำเลยนำส่งปรากฎว่าถูกต้องกับคำลงแจ้งความแล้ว ทางกระทรวงไม่มีเสียหายอย่างใด โดยข้อกฎหมายจะเอาผิดแก่จำเลยในทางอาญาฐานยักยอกไม่ได้ เพราะจำเลยมิได้ยักยอกทรัพย์ของกระทรวงเศรษฐการ
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน