Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1773/2524

พ.ศ. 2524 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยไม่มาศาลแรงงานในวันสืบพยาน ไม่มีบัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานฯจึงต้องนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม ดังนั้น จำเลยจึงขาดนัดพิจารณาตามมาตรา 197วรรคสองซึ่งมาตรา 202 บัญญัติให้ศาลมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณาแล้วพิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีไปฝ่ายเดียวศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นพิพาทว่า โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยเนื่องจากมาทำงานสายหรือไม่ การที่โจทก์นำสืบว่านาฬิกาของจำเลยเร็วไปก็ดี จำเลยยอมให้มาสายได้ก็ดี หานอกประเด็นไม่ ส่วนที่จำเลยอ้างว่าโจทก์นำสืบต่างไปจากเอกสารที่ลงไว้ว่าโจทก์มาทำงานสาย จึงไม่ชอบที่ศาลจะรับฟัง เป็นปัญหาว่าควรเชื่อฟังพยานหลักฐานโจทก์หรือไม่ เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานฯ มาตรา54โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างที่มิได้บอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยจำเลยให้การปฏิเสธว่าไม่ต้องจ่ายเงินดังกล่าวเพราะโจทก์มาทำงานสายและจำเลยเคยเตือนโจทก์เป็นหนังสือแล้ว ดังนี้ ประเด็นข้อพิพาทมีเพียงว่า โจทก์มาทำงานสายซึ่งจำเลยมีหนังสือเตือนแล้วหรือไม่ ส่วนข้อที่ว่าโจทก์ไม่มีสิทธิได้รับสินจ้างที่ไม่บอกกล่าวเลิกจ้างล่วงหน้าและค่าชดเชย เป็นเพียงผลของการวินิจฉัยประเด็นข้อพิพาท หาใช่ประเด็นข้อพิพาทไม่แม้ศาลชั้นต้นจะกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า โจทก์มีสิทธิได้รับค่าชดเชยหรือไม่ โดยนำเอาผลของการวินิจฉัยประเด็นข้อพิพาทมากำหนดเป็นประเด็นข้อพิพาทด้วย แต่ไม่ครบถ้วน ก็ไม่ทำให้ประเด็นข้อพิพาทเปลี่ยนแปลงไป

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 37 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 40 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 42 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54 ป.วิ.พ. มาตรา 172 ป.วิ.พ. มาตรา 177 ป.วิ.พ. มาตรา 183 ป.วิ.พ. มาตรา 197 ป.วิ.พ. มาตรา 202

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้าและไม่จ่ายค่าชดเชย ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างที่มิได้บอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยแก่โจทก์จำเลยมาศาลแรงงานกลางตามกำหนดนัดในการพิจารณาคดีและแถลงต่อสู้คดีว่า โจทก์ถูกเลิกจ้างเพราะมาทำงานสาย จำเลยเคยเตือนโจทก์เป็นหนังสือแล้ว โจทก์กระทำความผิดซ้ำอีก ศาลแรงงานกลางกำหนดประเด็นว่า โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยเนื่องจากกระทำผิดระเบียบข้อบังคับ มาทำงานสาย ซึ่งจำเลยเคยมีหนังสือเตือนมาแล้วหรือไม่ โจทก์มีหน้าที่นำสืบก่อนแล้วจำเลยนำสืบแก้ และได้นัดสืบพยานโจทก์ไป โจทก์จำเลยทราบนัดแล้วในวันนัดสืบพยานโจทก์ จำเลยไม่มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้องศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า

จำเลยขาดนัดพิจารณา ให้สืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียว ครั้นสืบพยานโจทก์เสร็จศาลแรงงานกลางมีคำพิพากษาในวันเดียวกันให้จำเลยจ่ายสินจ้างที่ไม่บอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยตามฟ้องให้โจทก์จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานฯ มาตรา 40 วรรคสองเป็นเรื่องจำเลยได้รับหมายเรียกให้มาศาลในวันนัดพิจารณาตามมาตรา 37 แล้วไม่มาตามกำหนดนัด คดีนี้จำเลยมาศาลในวันนัดพิจารณาและให้การไว้แล้ว แต่ไม่มาศาลในวันนัดสืบพยานโจทก์กรณีจำเลยไม่มาศาลแรงงานในวันนัดสืบพยาน ไม่มีบัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติดังกล่าวจึงต้องนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลมตามมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัตินั้นเพราะไม่ขัดหรือแย้งกัน

การที่จำเลยทราบนัดแล้วมิได้มาศาลในวันสืบพยานโจทก์ซึ่งโจทก์มีหน้าที่นำสืบก่อน อันเป็นวันสืบพยานโดยมิได้แจ้งเหตุขัดข้องหรือขอเลื่อนคดี ย่อมถือว่าจำเลยขาดนัดพิจารณาตามมาตรา 197 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งซึ่งมาตรา 202 บัญญัติให้ศาลมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณา แล้วพิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีไปฝ่ายเดียวศาลแรงงานกลางกำหนดประเด็นพิพาทว่า โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยเนื่องจากกระทำผิดระเบียบข้อบังคับ มาทำงานสายซึ่งจำเลยเคยมีหนังสือเตือนแล้วหรือไม่ การที่โจทก์นำสืบว่านาฬิกาของจำเลยเร็วไปก็ดี จำเลยยอมให้มาสายได้ก็ดีเป็นการนำสืบว่าโจทก์มิได้ทำผิดระเบียบข้อบังคับตามประเด็นข้อพิพาทที่กำหนดไว้นั่นเองหานอกประเด็นไม่

ส่วนที่จำเลยอ้างว่าโจทก์นำสืบต่างไปจากเอกสารที่ลงไว้ว่าโจทก์มาทำงานสายจึงไม่ชอบที่ศาลจะรับฟังนั้นเป็นปัญหาว่าควรเชื่อถือพยานหลักฐานโจทก์หรือไม่ จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานฯ มาตรา 54 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างที่มิได้บอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยจำเลยให้การว่า โจทก์ถูกเลิกจ้างเพราะมาทำงานสาย จำเลยเคยเตือนโจทก์เป็นหนังสือแล้ว โจทก์กระทำความผิดซ้ำอีก ดังนี้ เป็นการปฏิเสธว่าจำเลยไม่ต้องจ่ายทั้งสินจ้างที่ไม่บอกกล่าวเลิกจ้างล่วงหน้าและค่าชดเชยด้วยเหตุเดียวกันตามคำให้การ ประเด็นข้อพิพาทมีเพียงว่าโจทก์กระทำผิด

มาทำงานสาย ซึ่งจำเลยมีหนังสือเตือนแล้วหรือไม่ส่วนข้อที่ว่าโจทก์ไม่มีสิทธิได้รับสินจ้างที่ไม่บอกกล่าวเลิกจ้างล่วงหน้าและค่าชดเชย เป็นเพียงผลของการวินิจฉัยประเด็นข้อพิพาท หาใช่ประเด็นข้อพิพาทไม่ ฉะนั้น แม้ศาลแรงงานกลางจะกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยเนื่องจากกระทำผิดระเบียบข้อบังคับมาทำงานสาย ซึ่งจำเลยเคยมีหนังสือเตือนมาแล้วหรือไม่โดยนำเอาผลของการวินิจฉัยประเด็นข้อพิพาทมากำหนดประเด็นข้อพิพาทด้วย แต่ไม่ครบถ้วน ก็ไม่ทำให้ประเด็นข้อพิพาทเปลี่ยนแปลงไป เมื่อได้ความว่าโจทก์ไม่ได้กระทำผิดระเบียบข้อบังคับ มิได้มาทำงานสาย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางย่อมพิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างที่ไม่บอกกล่าวเลิกจ้างล่วงหน้าได้พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมบูรณ์ บุญภินนท์ · ขจร หะวานนท์ · สมศักดิ์ ปาลวัฒน์วิไชย
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3195/2551

การที่จะถือว่าโจทก์ไม่ประสงค์ดำเนินคดีต่อไปและศาลแรงงานมีอำนาจสั่งจำหน่ายคดีได้ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 40 วรรคหนึ่ง ต้องเป็นกรณีที่โจทก์ไม่มาศาลเมื่อศาลสั่งรับ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 363/2546

การพิจารณาว่าการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมอันเป็นเหตุให้นายจ้างต้องใช้ค่าเสียหายแก่ลูกจ้าง ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานฯมาตรา 49 หรือไม่นั้น ต้องพิจารณาที่เหตุแห่งการเลิกจ้างว่ามีเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2599/2541

ตามประกาศของจำเลยที่ปลดโจทก์ออกจากงาน จำเลยอ้างเหตุ เพียงว่าโจทก์ละทิ้งการปฏิบัติงานเท่านั้น เท่ากับจำเลยประสงค์จะถือเอาเฉพาะเหตุที่ระบุในประกาศเพียงประการเดียวเป็นเหตุเลิกจ้าง ไม่ได้ถือเอาเหตุอื่นเป็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6191/2540

โจทก์บรรยายฟ้องไว้ชัดแจ้งว่า โจทก์ไม่เคยกระทำผิดที่ไหน เมื่อใด และไม่ทราบว่าผู้ใดเป็นผู้กล่าวหาทั้งไม่เคยมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนความผิดของโจทก์เมื่อคำให้การจำเลยในส่วนที่เกี่ยวกับคำสั่งดังกล่าวจำเลย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4823/2531

วันที่ 11 เมษายน 2531 อันเป็นวันนัดพิจารณาตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 40 วรรคหนึ่งโจทก์จำเลยมาศาล ศาลแรงงานกลางกำหนดประเด็นข้อพิพาทแล้วกำหนดนัดสืบพยานโจทก์วั…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้