คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องอ้างว่า โจทก์ที่ ๑ ได้รับพระบรมราชานุญาตให้จับจองที่ดินว่างเปล่าในอำเภอบางปะกง เนื้อที่ ๒๔๖๐๐ ไร่ ฉเพาะที่พิพาทประมาณ ๓๐ ไร่ อยู่ในเขตต์ที่ได้รับพระบรมราชานุญาตให้จับจอง โจทก์ที่ ๑ ได้ให้โจทก์ที่ ๒ ครอบครองทำนาตลอดมา ๑๔-๑๕ ปีแล้ว บัดนี้ จำเลยบุกรุงเข้ามาไถคลาดและปักดำข้าวทับลง จึงขอให้ขับไล่และเรียกค่าเสียหาย ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า เรื่องนี้แม้ที่พิพาทจะได้อยู่ในเขตต์ที่โจทก์ได้รับพระบรมราชานุญาตจับจองก็ดี แต่มีเงื่อนไขให้โจทก์ทำประโยชน์ในที่ คดีนี้ทางพิจารณาได้ความว่า มีผู้อื่นเข้าทำอยู่ในที่พิพาท จนได้รับใบเหยียบย่ำ และได้จดทะเบียนสิทธิไว้ที่อำเภอหลายปีแล้ว และได้โอนให้จำเลย ศาลล่างพิพากษาชอบแล้ว
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษายืน