Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1893/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยลงจากรถจักรยานยนต์ของพวกจำเลยซึ่งจอดที่ถนนห่างผู้เสียหายประมาณ15เมตรและไปชิงเอาทรัพย์ของผู้เสียหายได้แล้วก็กลับมานั่งซ้อนท้ายรถที่จอดอยู่หลบหนีไปถือว่าจำเลยร่วมกระทำความผิดฐานชิงทรัพย์โดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะเพื่อพาทรัพย์นั้นไปและหลบหนีเพื่อให้พ้นการจับกุมตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา340ตรี

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

เนื้อความคำพิพากษา

โจทก์ ฟ้อง ขอให้ ลงโทษ จำเลย ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 339,340 ตรี และ ให้ จำเลย คืน หรือ ใช้ ราคา ทรัพย์ 2,250 บาท แก่ ผู้เสียหายจำเลย ให้การ ปฏิเสธศาลชั้นต้น พิพากษา ว่า จำเลย มี ความผิด ตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 339 วรรคสอง ประกอบ มาตรา 340 ตรี จำคุก 15 ปี ให้ จำเลยคืน หรือ ใช้ ราคา ทรัพย์ 2,250 บาท แก่ ผู้เสียหายจำเลย อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ ภาค 3 พิพากษาแก้ เป็น ว่า จำเลย มี ความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคสอง ลงโทษ จำคุก 10 ปี นอกจากที่ แก้ คง ให้ เป็น ไป ตาม คำพิพากษา ศาลชั้นต้นโจทก์ จำเลย ฎีกาศาลฎีกา วินิจฉัย ว่า "พิเคราะห์ แล้ว ข้อเท็จจริง ใน เบื้องต้นฟังได้ ว่า ตาม วัน เวลา และ

สถานที่เกิดเหตุ ตาม ฟ้อง มี คนร้าย สอง คนร่วมกัน ชิงทรัพย์ สร้อยคอ ทองคำ หนัก 2 สลึง ราคา 2,250 บาทและ กุญแจ รถจักรยานยนต์ ของ ผู้เสียหาย ไป คดี มี ปัญหา ต้อง วินิจฉัยตาม ที่ จำเลย ฎีกา ว่า จำเลยร่วม กับพวก ชิงทรัพย์ ของ ผู้เสียหาย ไป หรือไม่ข้อเท็จจริง จึง รับฟัง ได้ว่า จำเลย เป็น คนร้าย ร่วม กับพวก ชิงทรัพย์ของ ผู้เสียหาย พยาน ฐาน ที่อยู่ ของ จำเลย ไม่มี น้ำหนัก พอ ที่ จะ หักล้างพยานหลักฐาน ของ โจทก์ ได้ จำเลย จึง มี ความผิด ฐาน ชิงทรัพย์ ของ ผู้เสียหายที่ โจทก์ ฎีกา ว่า จำเลย กับพวก ได้ ร่วมกัน ใช้ รถจักรยานยนต์ เป็นยานพาหนะ ใน การกระทำ ความผิด นั้น เห็นว่า จำเลย กับพวก จอดรถ จักรยานยนต์ที่

ถนน ห่าง ผู้เสียหาย ประมาณ 15 เมตร แล้ว จำเลย ลง จาก รถ ไป ยังผู้เสียหาย เมื่อ ชิง เอา ทรัพย์ ของ ผู้เสียหาย ได้ แล้ว ก็ กลับมา นั่งซ้อน ท้ายรถ ที่ จอด อยู่ หลบหนี ไป เช่นนี้ ถือได้ว่า จำเลย ได้ ร่วมกันกระทำ ความผิด ฐาน ชิงทรัพย์ โดย ใช้ รถจักรยานยนต์ เป็น ยานพาหนะ เพื่อพา ทรัพย์ นั้น ไป และ หลบหนี เพื่อ ให้ พ้น การ จับกุม ตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 340 ตรี ที่ ศาลอุทธรณ์ ภาค 3 พิพากษา มา นั้น ศาลฎีกา ไม่เห็น พ้องด้วย ฎีกา โจทก์ ฟังขึ้น ส่วน ฎีกา จำเลย ฟังไม่ขึ้น "

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้ เป็น ว่า ให้ บังคับคดี ตาม คำพิพากษา ศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บุญศรี กอบบุญ · สละ เทศรำพรรณ · โกษา ปิยสิรานนท์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2966/2568

ป.วิ.อ. มาตรา 163 วรรคสอง การขอแก้หรือเพิ่มเติมคำให้การของจำเลยต้องกระทำก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องระบุว่าเป็นคำร้องขออนุญาตฎีกา แต่เนื้อหาในคำร้องระบุ แถลงขอถอนคำให้การเดิมและให้ก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6984/2558

จำเลยทั้งสามกับพวกมีเจตนาร่วมกันปล้นสายไฟฟ้า การที่จำเลยทั้งสามบุกรุกเข้าไปในสถานที่เก็บรักษาสายไฟฟ้า ทั้งยังทำร้ายผู้เสียหายซึ่งครอบครองดูแลสถานที่นั้น อันเป็นส่วนหนึ่งของการปล้นทรัพย์ในคดีนี้ จึงเป็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3964/2554

ขณะจำเลยที่ 1 ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหาย ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 กระทำการใดอันเป็นการแสดงว่าร่วมรู้เห็นในการที่จำเลยที่ 1 ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหาย การที่จำเลยที่ 1 กระชากสร้อยคอทองคำของผู้เสียหาย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2708/2554

จำเลยทั้งสามมิได้มีเจตนาทุจริตที่จะร่วมกันลักเงินของผู้เสียหาย เนื่องจากสนิทสนมกันเป็นญาติและเป็นเพื่อนกัน ทั้งเกิดความคึกคะนองตามประสาของวัยรุ่นและขณะนั้นก็นั่งดื่มสุราอยู่ด้วยกันจนหมด จึงน่าจะช่วยกั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 395/2553

การที่จำเลยทั้งสามไปดักซุ่มตรวจค้นโดยเรียกผู้ขับรถจักรยานยนต์ที่ผ่านมาให้หยุดรถ เมื่อผู้เสียหายทั้งสองไม่หยุดรถจักรยานยนต์ให้ตรวจค้น จำเลยทั้งสามก็ตามไปทำร้ายและข่มขู่อ้างเป็นเจ้าพนักงานตำรวจใช้อำนาจต…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้