คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้ศาลเดิมพิพากษาว่าจำเลยทั้ง ๒ มีผิดฐานปล้นทรัพย์ ให้จำคุกคนละ ๑๐ ปี ตามมาตรา ๓๐๑
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่าจำเลยมีผิดตามมาตรา ๒๙๔ ตอนท้ายให้จำคุกคนละ ๓ ปี ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลเดิม(อิศร-กฤต-นล)
พ.ศ. 2478 ศาลฎีกา
แก้มาก ศาลเดิมให้จำคุกจำเลยตามมาตรา 301 กำหนด 10 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่ามีผิดตามมาตรา 294 ตอนท้ายให้จำคุก 3 ปี เป็นแก้มาก
คดีนี้ศาลเดิมพิพากษาว่าจำเลยทั้ง ๒ มีผิดฐานปล้นทรัพย์ ให้จำคุกคนละ ๑๐ ปี ตามมาตรา ๓๐๑
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่าจำเลยมีผิดตามมาตรา ๒๙๔ ตอนท้ายให้จำคุกคนละ ๓ ปี ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลเดิม(อิศร-กฤต-นล)
จำเลยที่ 1 กับอีกคนหนึ่งถือมีดคุมเชิงอยู่ใกล้ๆ ในขณะที่คนร้ายอีกคนหนึ่งขู่เข็ญจะทำร้ายเจ้าทรัพย์ดังนี้จำเลยที่ 1 มีผิดตามมาตรา 301 ส่วนจำเลยที่ 2,3 เมื่อได้ก็ปลีกตัวไปเสียก่อนยังไม่ได้มีการขู่เข็ญเจ้า…
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 750/2494อัยการโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ตามที่พนักงานสอบสวนได้สอบสวนมา ครั้นสืบพยานโจทก์ไปได้ 2ปาก โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องเป็นว่า จำเลยกระทำผิดฐานปล้นทรัพย์โดยพนักงานสอบสวนยังมิได้มีการส…
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 665/2502เหตุเกิดในขณะใช้กฎหมายลักษณะอาญา จำเลยทั้ง 4 คนสมคบกันลักของใช้สำหรับราชการ และลักในเวลาค่ำคืน แต่ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 มิได้บัญญัติว่าการลักของใช้ในราชการเป็นเหตุฉกรรจ์ของการลักทรัพย์ จึงลงโทษจำ…
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2007/2500ถึงแม้ในคำบรรยายฟ้องอาญา โจทก์จะได้บรรยายถึงการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิดแล้วก็ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(6)ก็ยังมีความประสงค์ให้โจทก์อ้างบทมาตราแห่งความผิดไว้ในท้ายฟ้อง…
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1941/2500จำเลย 5 คน เป็นราษฎรแสดงตนว่าเป็นเจ้าพนักงานตำแหน่งผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน มีปืนและมีดไปจับราษฎรมา โดยแกล้งกล่าวหาว่าเล่นเบี้ยโบกมาตามทางได้ใช้ปืนและมีดขู่เขาให้ ๆ เงิน ผู้ถูกจับกลัวจึงให้เงินไป 800 บาท จำ…
ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา
ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้