Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1961/2528

พ.ศ. 2528 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การวิวาทหมายถึงการสมัครใจเข้าต่อสู้ทำร้ายกันคำพูดของจำเลย ที่ว่าการย้ายตำรวจต้องมีขั้นตอนต้องมีคณะกรรมการอย่าไปเชื่อให้มากนัก เป็นเพียงการแสดงความเห็นในการสนทนาเท่านั้น มิได้มีข้อความใด ที่เป็นการท้าทายให้ผู้ตายหรือผู้เสียหายออกมาต่อสู้ทำร้ายกับจำเลย เพียงแค่นี้จะถือว่าจำเลยเป็นฝ่ายก่อเหตุวิวาทมิได้ จำเลยถูกตีที่ทัดดอกไม้ด้านขวาจนร่วงตกจากเก้าอี้เข่าทรุดลงกับพื้น ผู้ตายเข้าล็อกคอและดึงคอเสื้อจำเลยไว้พร้อมกับพูดว่าเอาให้ตาย และมีคนอีกกลุ่มหนึ่งกรูกันเข้ามาจะรุมทำร้ายจำเลยจำเลยสะบัดหลุด แล้วชักปืนออกมาขู่ โดยหันปากกระบอกปืนขึ้นฟ้าพร้อมกับตะโกนว่าอย่าเข้ามาทันใดนั้นมีคนเข้ามาตะปบปืนในมือจำเลยเพื่อจะแย่งปืน ปืนลั่นขึ้น 1 นัด กระสุนถูกผู้ตายล้มลงถึงแก่ความตายจำเลยวิ่งหนี แต่คนกลุ่มนั้นวิ่งไล่ตามจะทำร้ายจำเลย จำเลยยิงปืนขู่ขึ้นฟ้าอีก 1 นัด แล้ววิ่งไปได้หน่อยหนึ่งก็หมดสติล้มลงกระสุนปืนนัดที่สองพลาดไป ถูกผู้เสียหายบาดเจ็บสาหัส ดังนี้ฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าหรือพยายามฆ่า จำเลยจึงไม่มีความผิดและจะถือว่าจำเลยกระทำให้ผู้อื่นตายโดยประมาท หรือรับอันตรายสาหัสโดยประมาทมิได้ เมื่อปรากฏว่าจำเลยมีใบอนุญาตพกอาวุธปืนของกรมตำรวจซึ่งจำเลย มีสิทธิพกอาวุธปืนได้ทั่วราชอาณาจักรเพื่อปฏิบัติราชการสืบสวน กรณีของจำเลยจึงไม่อยู่ในบังคับแห่ง มาตรา 8 ทวิ และจำเลย ย่อมไม่มีความผิดตาม มาตรา 72 ทวิ แห่ง พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ เมื่อปรากฏแก่ศาลฎีกาว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจยกฟ้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.อ. มาตรา 59 ป.อ. มาตรา 60 ป.อ. มาตรา 68 ป.อ. มาตรา 80 ป.อ. มาตรา 288 ป.อ. มาตรา 291 ป.อ. มาตรา 297 ป.วิ.อ. มาตรา 185 ป.วิ.อ. มาตรา 215 ป.วิ.อ. มาตรา 225 ป.วิ.อ. มาตรา 192 พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 8 พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 72

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยพาอาวุธปืนพร้อมกระสุนไปตามทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและยิงนายประสิทธิ์ถึงแก่ความตาย กับยิงนายสมจิตรได้รับอันตรายสาหัส ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐ และพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ ริบของกลาง

จำเลยให้การปฏิเสธ นางจรรยามารดาผู้ตายได้เข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยยิงเพื่อป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ จำเลยคงมีความผิดฐานพกพาอาวุธปืนโดยมิได้รับอนุญาตเท่านั้น พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา ๘ ทวิ, ๗๒ ทวิ ริบของกลาง โจทก์และโจทก์ร่วมอุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยเป็นฝ่ายก่อเหตุวิวาทกับผู้ตายก่อนจะอ้างว่ากระทำเพื่อป้องกันมิได้ พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘, ๘๐ ให้ลงโทษตาม มาตรา ๒๘๘ อีกด้วย โจทก์ร่วมและจำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การวิวาทหมายถึงการสมัครใจเข้าต่อสู้ทำร้ายกันคำพูดของจำเลยที่ว่าการย้ายตำรวจต้องมีขั้นตอนต้องมีคณะกรรมการพิจารณา อย่าไปเชื่อให้มากนักเป็นเพียงการแสดงความคิดเห็นในการสนทนาบทโต๊ะอาหารเท่านั้น มิได้มีข้อความใดที่เป็นการท้าทายให้ผู้ตายหรือผู้เสียหายออกมาต่อสู้ทำร้ายกับจำเลย เพียงแค่นี้จะถือว่าจำเลยเป็นฝ่ายก่อเหตุวิวาทหาได้ไม่ ก่อนที่จะเกิดเหตุนายปรีชาหลานผู้ตายได้ใช้ขวดตีทำร้ายจำเลยที่ทัดดอกไม้เป็นแผลฉกรรจ์จนเข่าทรุดตกจากเก้าอี้ และนายประสิทธิ์ผู้ตายยังเข้าล็อคคอจำเลยและดึงคอเสื้อจำเลยไว้พร้อมกับพูดว่าเอาให้ตาย เพราะนายประสิทธิ์โกรธที่จำเลยพูดโต้แย้งเกี่ยวกับเรื่องอิทธิพลของนายประสิทธิ์ในการโยกย้ายตำรวจ

นอกจากนี้ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งครูกันเข้ามาจะรุมทำร้ายจำเลย จำเลยจึงสะบัดหลุดจากการถูกล็อคคอของนารยประสิทธิ์แล้วชักปืนออกมาขู่โดยหันปากกระบอกปืนขึ้นฟ้าพร้อมกับตะโกนว่าอย่าเข้ามา ทันใดนั้นมีคนเข้ามาตะปบปืนในมือจำเลยเพื่อจะแย่งปืนปืนจึงเกิดลั่นขึ้น ๑ นัด กระสุนปืนถูกนายประสิทธิ์ที่หน้าท้องล้มลงถึงแก่ความตายจำเลยวิ่งหนีออกมาได้ แต่คนกลุ่มนั้นยังวิ่งไล่ตามมาจะทำร้ายจำเลยอีก จำเลยซึ่งอยู่ในอาการหวาดกลัวและมึนงงเพราะถูกตีจึงยิงปืนขู่ขึ้นฟ้าอีก ๑๑ นัด แล้ววิ่งหนีต่อไปอีกหน่อยก็หมดสติล้มลง กระสุนปืนนัดที่สองพลาดไปถูกข้อมือนายสมจิตรซึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารอีกโต๊ะหนึ่ง ดังนั้นการที่จำเลยถือปืนชูขึ้นฟ้าย่อมแสดงว่าจำเลยไม่มีเจตนาฆ่าผู้ใด

นอกจากจะมีเจตนาเพื่อขู่ไม่ให้ผู้เสียหายเหล่านั้นเข้ามารุมทำร้ายจำเลยเท่านั้น แต่เนื่องจากมีผู้มาตะปบปืนในมือจำเลยเพื่อจะแย่งปืนจึงเป็นเหตุให้ปืนเกิดลั่นขึ้น และกระสุนเผอิญไปถูกนายประสิทธิ์ซึ่งกำลังเผชิญหน้ากับจำเลยอยู่ถึงแก่ความตาย ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาฆ่านายประสิทธิ์ การที่จำเลยยิงขู่นัดที่สองแต่กระสุนพลาดไปถูกนายสมจิตรที่ข้อมือขวาได้รับอันตรายสาหัสเช่นนี้เมื่อฟังว่าจำเลยทำด้วยเจตนายิงขึ้นฟ้าเพื่อขู่แล้ว ก็ถือไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าจำเลยจึงไม่มีความผิดฐานฆ่านายประสิทธิ์โดยเจตนาหรือพยายามฆ่านายสมจิตรและจะถือว่าจำเลยกระทำให้คนตายโดยประมาทหรือกระทำให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัสโดยประมาทก็ไม่ได้

ส่วนข้อหาพกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น ปรากฏว่าจำเลยมีใบอนุญาตพกอาวุธปืนของกรมตำรวจตามเอกสารหมาย ล.๑ เป็นหลักฐานแสดงว่าจำเลยเป็นพนักงานผู้ปฏิบัติหน้าที่ราชการพิเศษในศูนย์ข่าวร่วมพลเรือนตำรวจทหารได้รับใบอนุญาตของกรมตำรวจให้พกอาวุธปืนรีวอลเวอร์ขนาด .๓๘ เลขทะเบียน อด.๑/๑๕๖๙๐ เพื่อสืบสวนราชการได้ ขณะเกิดเหตุไม่ปรากฏว่าได้มีการถอนใบอนุญาตดังกล่าว และใบอนุญาตนั้นก็มิได้จำกัดว่าให้ผู้ถือใบอนุญาตมีสิทธิพกอาวุธปืนได้เฉพาะในเขตจังหวัดอุดรธานีเท่านั้นจึงต้องฟังว่าจำเลยมีสิทธิพกอาวุธปืนตามใบอนุญาตนั้นได้ทั่วราชอาณาจักรเพื่อปฏิบัติราชการสืบสวนโดยไม่อยู่ในบังคับของมาตรา ๘ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ จำเลยจึงย่อมไม่มีความผิดตามมาตรา ๗๒ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ โดยที่คดีอาญาเรื่องนี้ยังไม่ถึงที่สุด เมื่อคดีปรากฏแก่ศาลฎีกาว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ดังกล่าวแล้ว ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจยกฟ้องเสียได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๘๕, ๒๑๕, ๒๒๕

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ทุกข้อหา คืนของกลางแก่จำเลย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ทวี กสิยพงศ์ · เสรี แสงศิลป์ · สวัสดิ์ รอดเจริญ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดมีนบุรี - นายอธิราช มณีภาค
ศาลอุทธรณ์ - นายวิชิต บุญถนอม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2893/2562

การที่จำเลยที่ 1 ยิงปืนเพื่อข่มขู่ผู้เสียหายเป็นการยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมนุมชน อันเป็นส่วนหนึ่งของความผิดฐานใช้อาวุธปืนยิงพยายามฆ่าผู้เสียหายอยู่ในตัว จึงเป็นการกระ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 522/2546

หลังจากที่จำเลยกับผู้เสียหายโต้เถียงกันแล้ว ผู้เสียหายกลับไปบ้านพักจำเลยกลัวว่าผู้เสียหายจะไปนำอาวุธปืนมายิงตน จำเลยจึงกลับไปนำเอาอาวุธปืนที่บ้านตน เมื่อกลับมาที่บ้านผู้ตาย จำเลยเห็นบริเวณเอวของผู้เสี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5730/2538

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นฐานพยายามฆ่าผู้อื่นกระทงหนึ่งฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในหมู่บ้านโดยไม่ได้รับอนุญาตกระทงหนึ่งแม้ข้อหาฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในหมู่บ้านโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้นจะต้องห้ามมิให้จำเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3991/2534

จำเลยใช้มีดพร้าเฉพาะตัวมีดยาว 15.5 นิ้ว กว้าง 1.8 นิ้วเป็นอาวุธฟันผู้เสียหายเพียงครั้งเดียว มิได้ฟันซ้ำ ทั้ง ๆ ที่มีโอกาสกระทำเช่นนั้นได้ ขณะจำเลยยกมีดขึ้นฟันผู้เสียหาย ผู้เสียหายยกมือซ้ายขึ้นปิดป้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2778/2525

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานมีอาวุธปืนที่ไม่มีเครื่องหมายทะเบียนของพนักงานเจ้าหน้าที่และกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนและกระสุนปืนไปในทางสาธารณะเข้าหมู่บ้านโดยไม่ได้รับอนุญาต และใช…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้