Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2034/2551

พ.ศ. 2551 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้ผู้คัดค้านซึ่งทำงานเป็นพนักงานเย็บจักรจะดื่มสุราและชักชวนผู้อื่นดื่มสุราในขณะปฏิบัติงานในสถานประกอบการของผู้ร้องอันเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของผู้ร้องก็ตาม แต่ผู้คัดค้านก็สามารถปฏิบัติงานโดยเย็บเก้าอี้โซฟาได้ถูกต้องตามแบบที่กำหนด และลักษณะงานที่ผู้คัดค้านปฏิบัติโดยสภาพไม่อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่บุคคลอื่นได้ ไม่ปรากฏว่าผู้คัดค้านมีอาการเมาสุราจนถึงขั้นอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ร้อง และในวันเกิดเหตุเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ซึ่งผู้ร้องให้พนักงานทำงานจนถึงเวลา 14 นาฬิกาเท่านั้น แล้วจัดให้มีพิธีรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่และให้พนักงานเล่นน้ำสงกรานต์ภายในบริษัทผู้ร้อง ทั้งโทษสถานหนักตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของผู้ร้องก็มีระดับโทษตั้งแต่ตัดโบนัส งดโบนัส งดขึ้นเงินเดือน ลดขั้นเงินเดือน ปลดออกและไล่ออก การที่ผู้ร้องขอเลิกจ้างผู้คัดค้านอันเป็นระดับโทษหนักที่สุดจึงยังไม่มีเหตุผลอันสมควรที่จะอนุญาตให้เลิกจ้างได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้าน ผู้คัดค้านแถลงคัดค้านด้วยวาจาว่า ในวันเกิดเหตุไม่ได้ดื่มสุราขณะปฏิบัติงาน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษายกคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงและวินิจฉัยว่า ผู้คัดค้านเป็นลูกจ้างของผู้ร้องได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานสหภาพแรงงานและเป็นกรรมการลูกจ้าง ผู้คัดค้านทำงานเป็นพนักงานเย็บจักรวันที่ 12 เมษายน 2548 บริษัทผู้ร้องให้พนักงานทำงานถึงเวลา 14 นาฬิกา แล้วมีพิธีรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่และให้พนักงานเล่นน้ำสงกรานต์กันภายในบริษัทผู้ร้องได้ในช่วงเวลา 14.30 นาฬิกา ถึง 16 นาฬิกา ในวันดังกล่าวเวลาประมาณ 11 นาฬิกา ผู้คัดค้านดื่มเบียร์และสุราที่ใส่ในกระติกน้ำและชักชวนให้ผู้อื่นดื่มด้วย แต่ไม่ได้เมาสุราจนทำงานไม่ได้ ผู้คัดค้านยังคงเย็บเก้าอี้โซฟาได้ถูกต้องตามแบบที่กำหนดไว้โดยไม่เกิดความเสียหายแต่อย่างใด งานในแผนกเย็บจักรไม่ได้เป็นงานอันตราย ไม่ใช่มีแต่ผู้คัดค้านที่ดื่มสุรา การกระทำดังกล่าวของผู้คัดค้านยังถือไม่ได้ว่าเป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงที่ผู้ร้องขาดความไว้วางใจที่จะเลิกจ้างผู้คัดค้านได้ จึงยังไม่สมควรที่จะอนุญาตให้เลิกจ้างผู้คัดค้าน

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้ร้องประการเดียวว่า มีเหตุอันควรอนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้านหรือไม่ โดยผู้ร้องอุทธรณ์ว่า ผู้คัดค้านดื่มสุราและชักชวนผู้อื่นดื่มสุราในขณะปฏิบัติงานในสถานประกอบการของผู้ร้องอันเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานซึ่งมีโทษสถานหนัก ทั้งผู้คัดค้านเป็นประธานสหภาพแรงงานและเป็นกรรมการลูกจ้างชอบที่จะปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับโดยเคร่งครัดและปฏิบัติเป็นตัวอย่างที่ดีแก่พนักงานอื่น แม้ว่าในวันเกิดเหตุผู้ร้องจะจัดให้มีพีธีรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่และให้พนักงานเล่นน้ำสงกรานต์ภายในบริษัทผู้ร้อง แต่ก็มิได้ให้หยุดงานและมิได้อนุญาตให้ดื่มสุรา และแม้จะยังไม่เกิดความเสียหายแก่ผู้ร้อง แต่ก็อาจทำให้เกิดความเสียหายได้

ผู้ร้องจึงไม่อาจไว้วางใจให้ผู้คัดค้านทำงานต่อไปได้นั้น เห็นว่า แม้ผู้คัดค้านดื่มสุราและชักชวนผู้อื่นดื่มสุราในขณะปฏิบัติงานในสถานประกอบการของผู้ร้องอันเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของผู้ร้องก็ตาม แต่ผู้คัดค้านก็สามารถปฏิบัติงานโดยเย็บเก้าอี้โซฟาได้ถูกต้องตามแบบที่กำหนด และลักษณะงานที่ผู้คัดค้านปฏิบัติโดยสภาพไม่อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่บุคคลอื่นได้ ไม่ปรากฏว่าผู้คัดค้านมีอาการเมาสุราจนถึงขั้นอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ร้องและในวันเกิดเหตุเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ซึ่งผู้ร้องให้พนักงานทำงานถึงเวลา 14 นาฬิกา เท่านั้นแล้วจัดให้มีพิธีรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่และให้พนักงานเล่นน้ำสงกรานต์ภายในบริษัทผู้ร้องทั้งโทษสถานหนักตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของผู้ร้องก็มีระดับโทษตั้งแต่ตัดโบนัส

งดโบนัส งดขึ้นเงินเดือน ลดขั้นเงินเดือน ปลดออก และไล่ออก การที่ผู้ร้องขอเลิกจ้างผู้คัดค้านอันเป็นระดับโทษหนักที่สุดจึงยังไม่มีเหตุผลอันสมควรที่จะอนุญาตให้เลิกจ้างได้ ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษายกคำร้องจึงชอบแล้ว อุทธรณ์ของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
รัตน กองแก้ว · วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์ · สุทัศน์ ศิริมหาพฤกษ์
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายพงศ์วริศ มีนพัฒนสันติ
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ร.1316/2548
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ48/2548
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ145/2548
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกแรงงาน
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2563 (เลขอ้างอิง 666484)

จำเลยที่ 1 ถึงที่ 9 กับพวกนัดหยุดงานโดยชอบตาม พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 34 แต่โจทก์ที่ 1 ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ที่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 9 กับพวกเข้าไปใช้พื้นที่ดังกล่าวในการนัดหยุดงานนั้น ย่อมมี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4004/2561

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นกรรมการลูกจ้าง การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ขออนุญาตศาลแรงงานก่อนตาม พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 52 เป็นการขัดต่อกฎหมาย ให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงาน และให้จ่ายค่าเสียหาย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3872/2561

ในการพิจารณาอนุญาตตามคำขอเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างต้องคำนึงว่ากรณีมีเหตุผลสมควรที่นายจ้างจะเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างนั้นหรือไม่ ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการพิจารณาว่าการเลิกจ้างจะต้องจ่ายค่าชดเชยหรือไม่ ผู้คัดค…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2561 (เลขอ้างอิง 624560)

โจทก์ทั้งสองทำสัญญาจ้างกับจำเลยโดยมีระยะเวลาการทำงาน 10 เดือน เมื่อครบกำหนดระยะเวลาจำเลยจะจ่ายค่าชดเชยตามระยะเวลาการทำงานให้แก่โจทก์ทั้งสองและเรียกให้โจทก์ทั้งสองมาทำสัญญาจ้างแรงงานฉบับใหม่ สัญญาจ้างแ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2560 (เลขอ้างอิง 617216)

บทบัญญัติเรื่องการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการลูกจ้างมีบัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 47 คือดำรงตำแหน่งครบวาระสามปี มาตรา 48 บัญญัติว่า นอกจากพ้นจากตำแหน่งตามวาระ กรรมการลูกจ้างพ้นจากตำแห…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้