คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์บรรบายฟ้องในส่วนที่เกี่ยวกับหนังสือรับสภาพหนี้ไม่ชัดแจ้งเป็นฟ้องเคลือบคลุมศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดสืบพยาน และวินิจฉัยว่าคดีโจทก์ขาดอายุความ พิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดีจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองมีว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ โดยจำเลยทั้งสองฎีกาว่า จำเลยที่ 1 ทำหนังสือรับสภาพหนี้ให้ไว้แก่โจทก์ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงตามกฎหมาย หาใช่เป็นการแปลงหนี้ใหม่จากมูลละเมิดมาเป็นสัญญา อันจะทำให้มูลหนี้ละเมิดระงับไปดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยอายุความที่โจทก์จะฟ้องให้จำเลยรับผิดต้องถือเอาอายุความละเมิดเมื่อโจทก์ฟ้องคดีเกิน 1 ปี
คดีโจทก์ย่อมขาดอายุความนั้น เห็นว่าหากพิจารณาแต่มูลหนี้อันเกิดจากละเมิดอาจขาดอายุความตามที่จำเลยฎีกาได้ เพราะการที่จำเลยที่ 1 ทำหนังสือรับสภาพหนี้ในชั้นนี้ตามสำนวนไม่อาจชี้ให้ชัดเจนได้ว่าคู่กรณีที่เกี่ยวข้องได้ทำสัญญาเปลี่ยนสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งหนี้ เป็นการเปลี่ยนมูลหนี้จากละเมิดมาเป็นสัญญาอย่างที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยซึ่งศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยการรับสภาพหนี้ของจำเลยที่ 1 เพียงแต่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงระยะเวลาที่ล่วงไปก่อนย่อมไม่นับเข้าเป็นอายุความแต่ให้นับอายุความขึ้นใหม่ ซึ่งต้องถืออายุความในมูลหนี้เดิมถ้าเป็นมูลหนี้ละเมิดล้วน ๆ โจทก์มิได้ฟ้องให้จำเลยรับผิดภายใน1 ปี ย่อมขาดอายุความ แต่คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า
จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างโจทก์ทำงานในตำแหน่งพนักงานเร่งรัดติดตามหนี้สินจากลูกหนี้เป็นตัวแทนในการรับเงินค่าเช่าซื้อรถ จำเลยที่ 1 รับเงินค่าเช่าซื้อรถจากลูกหนี้ของโจทก์ แล้วจงใจไม่นำเงินส่งมอบคืนให้โจทก์ ส่วนจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในการปฏิบัติหน้าที่ของจำเลยที่ 1 ตามคำฟ้องโจทก์เห็นได้ว่าเมื่อจำเลยที่ 1 รับเงินจากลูกหนี้ของโจทก์ตามหน้าที่แล้วไม่ส่งมอบเงินดังกล่าวให้แก่โจทก์ การกระทำของจำเลยที่ 1 ก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ ย่อมเป็นทั้งละเมิดและปฏิบัติผิดหน้าที่ตัวแทนตามสัญญาจ้าง โจทก์ย่อมมีสิทธิที่จะเรียกค่าเสียหายในการละเมิด หรือติดตามเอาทรัพย์ของโจทก์ที่จำเลยเอาไปได้ การฟ้องของโจทก์จึงเป็นการใช้สิทธิติดตามเอาทรัพย์ของโจทก์คืนจากจำเลยที่ 1 ผู้ไม่มีสิทธิยึดถือทรัพย์ของโจทก์ไว้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1336 ซึ่งไม่มีกำหนดเวลาให้เจ้าของทรัพย์ใช้สิทธิเช่นนี้
เว้นแต่จะถูกจำกัดด้วยอายุความได้สิทธิ เมื่อไม่ปรากฏว่าโจทก์ถูกกำจัดด้วยอายุความได้สิทธิโจทก์มีสิทธิฟ้องเรียกทรัพย์คืนจากจำเลยที่ 1 ได้แม้จะเกิน 1 ปีคดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความตามข้อที่อ้างในฎีกาของจำเลย และการที่จำเลยที่ 2 ค้ำประกันจำเลยที่ 1 มูลหนี้ของจำเลยที่ 2 ก็เกิดจากสัญญาหาได้เกิดจากมูลละเมิดอันจะมีอายุความ 1 ปีไม่ เมื่อมูลหนี้ของจำเลยที่ 1 ไม่ขาดอายุความข้ออ้างของจำเลยที่ 2 ที่ต่อสู้ว่าขาดอายุความจึงฟังไม่ขึ้น
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น"
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน.