Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2236/2545

พ.ศ. 2545 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้การแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การของจำเลยที่ 1 จะเป็นการยกข้อต่อสู้ขึ้นใหม่กล่าวแก้ข้อหาของโจทก์ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับคำให้การเดิมหรือไม่ก็ย่อมกระทำได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 179 (3) แต่เนื่องจากคำให้การของจำเลยที่ 1 กับคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การของจำเลยที่ 1 ขัดแย้งกันเอง กลายเป็นคำให้การที่มิได้ปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์โดยชัดแจ้งอันเป็นการฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่ง ป.วิ.พ. มาตรา 177 วรรคสอง ศาลฎีกาจึงไม่อาจอนุญาตให้จำเลยที่ 1 แก้ไขเพิ่มเติมคำให้การตามคำร้องดังกล่าว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงินค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ส่วนที่โจทก์ได้ชำระเกินไปกว่าจำนวนที่ต้องชำระจริงให้แก่จำเลยที่ ๒ เนื่องจากจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นลูกจ้างหรือตัวแทนของจำเลยที่ ๒ กระทำการโดยทุจริต จำเลยที่ ๑ ให้การปฏิเสธว่า จำเลยที่ ๑ ไม่ได้มีส่วนกระทำละเมิดต่อโจทก์ และฟ้องโจทก์ขาดอายุความเพราะโจทก์ฟ้องคดีเกิน ๑ ปี นับแต่วันที่โจทก์รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๑ ขอแก้ไขคำให้การภายหลังที่มีการสืบพยานโจทก์บ้างแล้ว

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เป็นการแก้ไขคำให้การเพิ่มเติมประเด็นเข้ามาใหม่ และเป็นการขอแก้ไขภายหลังที่มีการสืบพยานโจทก์แล้ว ทั้งประเด็นที่ขอแก้ไขมิได้เกี่ยวข้องกับเรื่องที่โจทก์ฟ้องเรียกเบี้ยประกันภัยคืน ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ไม่แก้อุทธรณ์ จึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้ จำเลยที่ ๑ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยแล้ว

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ ๑ ว่า มีเหตุสมควรอนุญาตให้จำเลยที่ ๑ แก้ไขเพิ่มเติมคำให้การหรือไม่? จำเลยที่ ๑ ให้การรับว่า โจทก์เป็นผู้ทำสัญญาประกันภัยรถยนต์ตามฟ้องกับจำเลยที่ ๒ และเงินที่จ่ายค่าเบี้ยประกันภัยเป็นเงินของโจทก์ ส่วนคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การของจำเลยที่ ๑ ฉบับลงวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๔๒ จำเลยที่ ๑ ขอแก้ไขคำให้การจำเลยที่ ๑ โดยเพิ่มเติมข้อความว่า โจทก์ไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์หรือเจ้าของผู้ครอบครองรถยนต์ตามฟ้องในขณะที่นำมาทำสัญญาประกันภัยไว้แก่จำเลยที่ ๒ ตามฟ้อง เพราะโจทก์ได้โอนและส่งมอบการครอบครองรถยนต์ดังกล่าวให้เป็นทรัพย์สินส่วนกลางของนายทวี ศรีสมบูรณานนท์ และกลุ่มนิมิตแล้ว

โจทก์จึงไม่ใช่ผู้มีส่วนได้เสียในรถยนต์ดังกล่าว กรมธรรม์ประกันภัยระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๒ จึงไม่มีผลผูกพันคู่กรณี เงินค่าเบี้ยประกันภัยไม่ใช่ทรัพย์ของโจทก์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง เช่นนี้คำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การของจำเลยที่ ๑ ดังกล่าว เท่ากับจำเลยที่ ๑ ปฏิเสธว่า โจทก์ไม่ใช่เจ้าของรถยนต์ที่เอาประกันภัย เงินที่ชำระค่าเบี้ยประกันภัยไม่ใช่ของโจทก์ ดังนั้น คำให้การจำเลยที่ ๑ กับคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การของจำเลยที่ ๑ จึงขัดแย้งกันเอง หากศาลอนุญาตให้จำเลยที่ ๑ แก้ไขเพิ่มเติมคำให้การดังกล่าวแล้ว ย่อมจะทำให้คำให้การจำเลยที่ ๑ ขัดแย้งกัน กลายเป็นคำให้การที่มิได้ปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์โดยชัดแจ้ง อันเป็นการฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๗ วรรคสอง ซึ่งจะทำให้ไม่มีประเด็นต้องวินิจฉัยว่า

โจทก์เป็นเจ้าของรถยนต์ที่เอาประกันภัยหรือไม่ เงินที่ชำระค่าเบี้ยประกันภัยใช่เงินของโจทก์หรือไม่ และโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ ศาลฎีกาจึงไม่อาจอนุญาตให้จำเลยที่ ๑ แก้ไขเพิ่มเติมคำให้การตามคำร้องดังกล่าวได้ ที่ศาลล่างทั้งสองไม่อนุญาตให้จำเลยที่ ๑ แก้ไขเพิ่มเติมคำให้การของจำเลยที่ ๑ ตามคำร้องดังกล่าวนั้น ศาลฎีกาเห็นด้วยในผล ฎีกาของจำเลยที่ ๑ ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ศุภชัย ภู่งาม · วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์ · วิบูลย์ มีอาสา
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายวรวิทย์ ฤทธิทิศ
ศาลอุทธรณ์ - นายมนูพงศ์ รุจิกัณหะ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7379/2554

จำเลยร่วมให้การในชั้นแรกว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นลูกจ้างของจำเลยร่วม จำเลยที่ 2 นั่งรถยนต์คันที่จำเลยที่ 1 ขับมาเพราะต้องไปปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการเปิดปิดการระบายน้ำในการชลประทาน จำเลยที่ 2 มิได้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11317/2553

การขอแก้ไขคำให้การต้องยื่นคำร้องขอต่อศาลก่อนวันนัดชี้สองสถานหรือก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า 7 วัน ในกรณีที่ไม่มีการชี้สองสถาน ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4356/2536

โจทก์นำเข้าสินค้าเหล็กแผ่นเที่ยวแรกและเที่ยวที่สองเรียกว่าคอมเบิลเพลทส่วนเที่ยวที่สามเรียกว่ารีรอยเลเบิล สต๊อก เพลทเป็นสินค้าที่มีลักษณะแตกต่างกันจึงควรมีราคาไม่เท่ากัน ดังนั้นราคาแท้จริงในท้องตลาดจึง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 629/2524

จำเลยจะฟ้องแย้งมาในคำให้การตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสาม หรือจะฟ้องแย้งมาในคำร้องขอแก้คำให้การตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 179(3) ก็ได้จำเลยฟ้องแย้งมาในคำร้องขอแก้ไข…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 641/2496

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลแสดงว่านาและสวนพิพาท ซึ่งเป็นของผู้ตายตกเป็นมรดกแก่โจทก์ ผู้เป็นป้า. จำเลยให้การว่า จำเลยเป็นผู้รับมรดก เพราะผู้ตายเป็นบุตรจำเลย แต่มารดาผู้ตายซึ่งเป็นภรรยาจำเลยนั้น ไม่ได้ จดทะเบียนส…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้