Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2331/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

บทบัญญัติมาตรา 52 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติการประปาส่วนภูมิภาค พ.ศ. 2522 ที่ว่า "ให้ข้าราชการหรือลูกจ้างที่โอนไปเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของ กปภ.ตามวรรคหนึ่ง ได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างรวมทั้งสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เท่าที่เคยได้รับอยู่เดิมไปพลางก่อนจนกว่าผู้ว่าการจะได้บรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง แต่จะแต่งตั้ง ให้ได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างต่ำกว่าเงินเดือนหรือค่าจ้างที่ได้รับอยู่เดิมไม่ได้ มีความหมายว่าข้าราชการหรือลูกจ้างที่จะโอนไปเป็นพนักงานของจำเลย จะได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างรวมทั้งสิทธิและประโยชน์ต่าง ๆ เท่ากับที่เคยได้รับอยู่เดิมเมื่อยังไม่ได้รับการบรรจุแต่งตั้ง จากผู้ว่าการของจำเลย แต่เมื่อได้รับการบรรจุแต่งตั้งจากผู้ว่าการของจำเลยแล้วคงมีเงื่อนไขว่าจะแต่งตั้ง ให้ได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างต่ำกว่าเดิมไม่ได้ โดยไม่รวมถึงสิทธิและประโยชน์ต่าง ๆ ด้วย เดิมโจทก์รับราชการอยู่กองประปา ชนบท กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้าน แต่ตามคำฟ้องไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าค่าเช่าบ้านดังกล่าวเป็นค่าจ้างจึงถือว่าเป็นเงินสวัสดิการ จัดเป็นเงินประเภท "สิทธิและประโยชน์ต่าง ๆ "ตาม พระราชบัญญัติการประปาส่วนภูมิภาค มาตรา 52 วรรคสาม ดังนั้นเมื่อโจทก์โอนมาเป็นพนักงานของจำเลยและได้รับบรรจุแต่งตั้งจากผู้ว่าการของจำเลยแล้ว โจทก์จึงไม่อาจเรียกร้องค่าเช่าบ้านที่ได้รับอยู่เดิมจากจำเลยได้ ข้อบังคับการประปาส่วนภูมิภาคว่าด้วยการจ่ายเงินค่าเช่าบ้านของผู้ปฏิบัติงาน พ.ศ. 2523 ข้อ 5(2) กำหนดว่า "ผู้ซึ่ง กปภ.บรรจุและแต่งตั้งให้เริ่มปฏิบัติงานครั้งแรกในท้องที่ใดและยังคงปฏิบัติงานประจำในท้องที่นั้น ไม่มีสิทธิได้ รับค่าเช่าบ้าน" ดังนั้นเมื่อโจทก์ได้รับบรรจุและแต่งตั้งให้เริ่มปฏิบัติงานครั้งแรกใน กรุงเทพมหานคร และยังคงปฏิบัติงานประจำอยู่ใน กรุงเทพมหานคร โจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินค่าเช่าบ้าน.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.การประปาส่วนภูมิภาค พ.ศ.2522 มาตรา 52 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน มาตรา 68

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2522 จำเลยได้รับโอนโจทก์มาจากกองประปาชนบท กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข มาเป็นพนักงานของจำเลย ก่อนโจทก์โอนมาเป็นพนักงานของจำเลย โจทก์ได้รับค่าเช่าบ้านเดือนละ 286 บาท เมื่อโอนมาเป็นพนักงานของจำเลยแล้ว จำเลยได้จ่ายค่าเช่าบ้านให้โจทก์เดือนละ 286 บาท จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2522 เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2522 จำเลยระงับการจ่ายเงินค่าเช่าบ้านให้โจทก์โดยออกข้อบังคับการประปาส่วนภูมิภาคว่าด้วยการจ่ายเงินค่าเช่าบ้านของผู้ปฏิบัติงาน พ.ศ. 2523และต่อมาได้ประกาศใช้ข้อบังคับการประปาส่วนภูมิภาคว่าด้วยการจ่ายเงินค่าเช่าบ้านของผู้ปฏิบัติงาน พ.ศ. 2530 เป็นเหตุให้โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้าน เป็นการเปลี่ยนแปลงข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่ไม่เป็นคุณแก่โจทก์ และขัดต่อพระราชบัญญัติการประปาส่วนภูมิภาค

พ.ศ. 2522 มาตรา 52 วรรคสาม ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าเช่าบ้านพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์จำเลยให้การต่อสู้คดีศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงได้ความตามที่ศาลแรงงานกลางรับฟังว่า เดิมโจทก์รับราชการอยู่ที่กองประปากรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านเดือนละ286 บาท เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2522 โจทก์ได้โอนมาเป็นพนักงานของจำเลย นับตั้งแต่วันโอนมาจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2522 โจทก์ไม่เคยได้รับเงินค่าเช่าบ้านจากจำเลยตามที่โจทก์กล่าวอ้างในคำฟ้องซึ่งเท่ากับศาลแรงงานกลางฟังว่า ในทางปฏิบัติระหว่างโจทก์และจำเลยไม่เคยมีข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมาก่อนว่าจำเลยได้จ่ายค่าเช่าบ้านให้แก่โจทก์

ดังนั้นจึงไม่มีการเปลี่ยนแปลงข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างในทางที่ไม่เป็นคุณแก่โจทก์ อันเป็นการขัดต่อพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518ปัญหาว่า การที่จำเลยไม่จ่ายค่าเช่าบ้านให้โจทก์ตามสิทธิของโจทก์ที่มีอยู่เดิมถือว่าเป็นการขัดต่อพระราชบัญญัติการประปาส่วนภูมิภาค พ.ศ. 2522 มาตรา 52 วรรคสาม หรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วตามบทมาตราดังกล่าวบัญญัติไว้ว่า"ให้ข้าราชการหรือลูกจ้างที่โอนไปเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของ กปภ. ตามวรรคหนึ่ง ได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างรวมทั้งสิทธิและประโยชน์ต่าง ๆ เท่ากับที่เคยได้รับอยู่เดิมไปพลางก่อนจนกว่าผู้ว่าการจะได้บรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง แต่จะแต่งตั้งให้ได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างต่ำกว่าเงินเดือนหรือค่าจ้างที่ได้รับอยู่เดิมไม่ได้"ตามบทบัญญัติข้างต้นย่อมมีความหมายว่า ข้าราชการหรือลูกจ้างที่จะโอนไปเป็นพนักงานของจำเลย จะได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างรวมทั้งสิทธิและประโยชน์ต่าง ๆ เท่ากับที่เคยได้รับอยู่เดิมเมื่อยังไม่ได้รับการบรรจุแต่งตั้งจากผู้ว่าราชการของจำเลย แต่เมื่อได้รับการบรรจุแต่งตั้งจากผู้ว่าการของจำเลยแล้ว

คงมีเงื่อนไขว่าจะแต่งตั้งให้ได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างต่ำกว่าเดิมไม่ได้ โดยไม่รวมถึงสิทธิและประโยชน์ต่าง ๆ ด้วย ข้อเท็จจริงปรากฏว่าโจทก์ได้รับบรรจุและแต่งตั้งจากผู้ว่าการของจำเลยให้เป็นนายช่างโยธา ฝ่ายประปาชนบท ตั้งแต่วันที่ 28 พฤษถาคม 2522ตามสำเนาคำสั่งการประปาส่วนภูมิภาค ที่ 15/2522 เรื่อง บรรจุและแต่งตั้งพนักงานเอกสารหมาย ล.4 นับแต่วันที่ 28 พฤษภาคม 2522เป็นต้นมา โจทก์ไม่อาจเรียกร้องสิทธิและประโยชน์ต่าง ๆ เท่ากับที่ได้รับอยู่เดิมเว้นแต่เงินเดือนหรือค่าจ้าง ค่าเช่าบ้านที่โจทก์เรียกร้องมาในคดีนี้ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงในคำฟ้องว่าเป็นค่าจ้างจึงถือว่าเป็นเงินสวัสดิการจัดเป็นเงินประเภท "สิทธิและประโยชน์ต่าง

ๆ" ซึ่งโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องจากจำเลยได้ การที่จำเลยไม่จ่ายค่าเช่าบ้านให้โจทก์ จึงหาขัดต่อพระราชบัญญัติการประปาส่วนภูมิภาค พ.ศ. 2522 มาตรา 52 วรรคสาม ไม่ส่วนปัญหาว่า โจทก์มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านตามข้อบังคับการประปาส่วนภูมิภาคว่าด้วยการจ่ายเงินค่าเช่าบ้านของผู้ปฏิบัติงาน พ.ศ. 2523 เอกสารหมาย ล.1 หรือไม่ เห็นว่ากรณีนี้ตามข้อบังคับดังกล่าวได้กำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับการจ่ายเงินค่าเช่าบ้านไว้ในข้อ 5(2) ว่าผู้ซึ่ง กปภ.บรรจุและแต่งตั้งให้เริ่มปฏิบัติงานครั้งแรกในท้องที่ใด และยังคงปฏิบัติงานประจำในท้องที่นั้น ไม่มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้าน ซึ่งศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ได้รับบรรจุและแต่งตั้งให้เริ่มปฏิบัติงานครั้งแรกในกรุงเทพมหานครและยังคงปฏิบัติงานประจำอยู่ในกรุงเทพมหานคร จึงฟังได้ว่าตามข้อบังคับดังกล่าวข้อ 5(2) โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับเงินค่าเช่าบ้าน การที่จำเลยไม่จ่ายค่าเช่าบ้านให้โจทก์จึงเป็นการปฏิบัติถูกต้องตามข้อบังคับแล้ว และไม่เป็นการขัดต่อพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2517 มาตรา 20พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล · ศักดา โมกขมรรคกุล · อุดม เฟื่องฟุ้ง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 108928)

ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยที่ 1 กำหนดว่า ถ้าบริษัทเลิกจ้างโดยพนักงานไม่มีความผิด จะจ่ายเงินบำเหน็จหรือเงินค่าชดเชยตามข้อบังคับฯ ข้อ 9.9 ทั้งหมดแทนเงินค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1019/2532

ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของนายจ้างที่ใช้อยู่ขณะเกิดเหตุไม่มีข้อความกล่าวถึงสิทธิของนายจ้างในการสั่งให้ลูกจ้างทำงานเกินกำหนดเวลาทำงานปกติและโทษของลูกจ้างซึ่งฝ่าฝืนไว้ ต่อมานายจ้างได้รับอนุญาตจากพนักง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4519/2531

ระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของนายจ้างกำหนดความผิดและมาตรการการลงโทษไว้ ซึ่งประกอบด้วยโทษสถานเบาสถานปานกลาง สถานหนักและโทษทางวินัย ส่วนกรณีความผิดอื่นที่ไม่ระบุในข้อบังคับให้ทำการพิจารณาโดยหัวหน้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 71/2531

จำเลยสั่งพักงานโจทก์ระหว่างสอบสวน เมื่อสอบสวนเสร็จแล้วได้มีคำสั่งเลิกจ้างโจทก์ โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง จำเลยพิจารณาแล้วเห็นว่ายังไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าโจทก์ทำผิด จึงมีคำสั่งให้รับโจทก์กลับเข้าทำงาน ดังนี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2294/2529

ข้อบังคับองค์การคลังสินค้าว่าด้วยกองทุนบำเหน็จพนักงานพ.ศ.2528ข้อ9วรรค2ประกอบกับข้อ11ระบุกรณีที่พนักงานจะได้รับเงินบำเหน็จเมื่อลาออกโดยได้รับอนุญาตว่าต้องทำงานมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปีบริบูรณ์และการนับเวล…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้