Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2375/2529

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ในการทำสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์กับจำเลย ส. กรรมการบริษัทจำเลยเพียงคนเดียวลงชื่อในสัญญาประนีประนอมยอมความแทนจำเลยซึ่งเป็นการไม่ชอบด้วยข้อบังคับของจำเลยที่ต้องมีกรรมการของจำเลยตามที่ระบุชื่อไว้ในข้อบังคับจำนวนสองคนร่วมกันลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัทด้วย สัญญาประนีประนอมยอมความย่อมไม่สมบูรณ์ ไม่มีผลผูกพันจำเลย การที่โจทก์ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับ ส. และศาลแรงงานกลางได้พิพากษาตามยอมนั้น จึงเป็นการกระทำโดยละเมิดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 138 วรรค 2(2) ไม่มีผลบังคับ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ ต่อมาจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่มีความผิด ไม่บอกกล่าวล่วงหน้าและไม่จ่ายค่าชดเชย ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าเสียหายเนื่องจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชย ค่าจ้างซึ่งจ่ายต่ำกว่ากำหนดค่าจ้างขั้นต่ำ และค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีพร้อมด้วยดอกเบี้ย

จำเลยให้การว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เป็นเพราะโจทก์นำความลับของจำเลยไปเปิดเผยเป็นการทิจริตต่อหน้าที่โดยเจตนา และจงใจทำให้จำเลยได้รับความเสียหายอันเป็นการฝ่าฝืนต่อระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยอย่างร้ายแรง จำเลยจึงมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และถือไม่ได้ว่าเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ขอให้ยกฟ้องโจทก์ วันนัดสืบพยานโจทก์ ทนายโจทก์และนายสมชาติ วิวรรธน์ภาสกร ผู้จัดการของจำเลยมาศาล และแถลงร่วมกันว่า คดีตกลงกันได้ ขอให้ศาลแรงงานกลางทำสัญญาประนีประนอมยอมความให้ ศาลแรงงานกลางจึงทำสัญญาประนีประนอมยอมความให้แก่คู่ความและมีคำพิพากษาไปตามยอมนั้นแล้ว

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า จำเลยอุทธรณ์ว่า ตามระเบียบข้อบังคับของจำเลยกำหนดให้กรรมการจำนวนสองในสี่คนตามบัญชีรายชื่อแนบท้ายฟ้องอุทธรณ์เท่านั้นที่มีอำนาจลงลายมือชื่อแทนบริษัทจำเลย และต้องประทับตราสำคัญของบริษัทจำเลยด้วย ตามข้อเท็จจริงคดีนี้ ปรากฏว่านายสมชาติ วิวรรธน์ภาสกร ซึ่งเป็นผู้จัดการของบริษัทจำเลยเพียงผู้เดียวเป็นผู้ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์โดยมิใช่เป็นผู้มีอำนาจหรือได้รับมอบอำนาจจากจำเลยโดยชอบ การกระทำของนายสมชาติไม่ชอบด้วยระเบียบข้อบังคับของจำเลย ทั้งจำเลยมีเจตนาที่จะต่อสู้คดีไม่ประสงค์จะประนีประนอมยอมความกับโจทก์ สัญญาประนีประนอมยอมความและคำพิพากษาตามยอมจึงไม่มีผลผูกพันจำเลย

ขอให้ศาลฎีกายกคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง และให้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามข้อบังคับของจำเลยซึ่งจดทะเบียนต่อสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครกรมทะเบียนการค้า กระทรวงพาณิชย์ได้กำหนดจำนวนกรรมการหรือชื่อกรรมการซึ่งลงชื่อผูกพันบริษัทไว้ว่า 'นายธวัช วงศ์รัตนานุกูลนายฐิตพร มีสมมนต์ นายสมชาติ วิวรรธน์ภาสกร นายเดชา ทิพย์ภวัง สองในสี่คนนี้ลงลายมือชื่อ และประทับตราสำคัญของบริษัท' ซึ่งหมายความว่าสัญญาหรือนิติกรรมใด ๆ จะผูกพันจำเลยต่อเมื่อมีกรรมการของจำเลยตามที่ระบุชื่อดังกล่าวจำนวนสองคนร่วมกันลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัทด้วย กรรมการคนหนึ่งคนใดโดยลำพังหามีอำนาจลงลายมือชื่อในเอกสารให้มีผลผูกพันจำเลยได้ไม่ ข้อเท็จจริงคดีนี้ปรากฏว่าในการทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์นั้นนายสมชาติ

วิวรรธน์ภาสกร กรรมการเพียงคนเดียวลงชื่อในสัญญาประนีประนอมยอมความแทนจำเลยซึ่งเป็นการไม่ชอบด้วยข้อบังคับของจำเลย สัญญาประนีประนอมยอมความย่อมไม่สมบูรณ์ ไม่มีผลผูกพันจำเลย การที่โจทก์ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับนายสมชาติ วิวรรธ์ภาสกร และศาลแรงงานกลางได้พิพากษาตามยอมนั้นจึงเป็นการกระทำโดยละเมิดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๓๘ วรรค ๒(๒) ไม่มีผลบังคับ

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ให้ศาลแรงงานกลางดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป และพิพากษาไปตามรูปคดี.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เพียร สุมิระ · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · สุพจน์ นาถะพินธุ
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - ศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 499/2534

จำเลยเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดมี ส. เป็นกรรมการผู้จัดการ การที่ ส. สั่งซื้อกรอบรูปจากโจทก์แม้จะลงลายมือชื่อในใบสั่งซื้อเพียงผู้เดียว ก็ถือได้ว่า ส. ทำการแทนจำเลยจำเลยจึงต้องรับผิดชอบตามใบสั่งซื้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2885/2532

ตราสำคัญของบริษัทโจทก์ที่ประทับในหนังสือมอบอำนาจให้ฟ้องคดีมีรูปร่างลักษณะเหมือนกับตราสำคัญซึ่งได้จดทะเบียนไว้ต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท แม้จะมีขนาดเล็กกว่าแต่ก็ไม่มีกฎหมายบัญญัติห้ามไว้ และเป็นตราที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3450/2540

ใบแต่งทนายความระบุให้ทนายความของจำเลยที่ 1 และที่ 5ทำสัญญาประนีประนอมยอมความแทนจำเลยที่ 1 และที่ 5 ได้ ดังนั้น ทนายความดังกล่าวจึงมีดุลพินิจเต็มที่ว่าข้อความที่จะตกลงกับโจทก์นั้นเหมาะสมหรือไม่ ถ้าเห็น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7121/2539

จำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นผู้มีอำนาจสั่งจ่ายเช็คของบริษัท อ.ได้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คพิพาทซึ่งเป็นของบริษัทให้โจทก์เพื่อชำระหนี้ของบริษัทและของจำเลยที่ 1 แต่จำเลยที่ 1 และที่ 2 มิได้ประทับตราของบริษัท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2441/2536

การรับเงินหรือเอกสารแทนนิติบุคคล ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ไปรับเงินหรือเอกสารก็สามารถลงลายมือชื่อรับได้ จำเลยที่ 2 เป็นกรรมการของจำเลยที่ 1 ลงลายมือรับเช็คเพียงคนเดียวก็สมบูรณ์แล้วไม่จำต้องให้กรรมการคนอื…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้