Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2716/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ยอมถอนการยึดทรัพย์พิพาทที่ยึดไว้ชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษาก็เพื่อให้จำเลยนำไปขายแก่บุคคลทั่วไป มิได้เจาะจงให้ขายแก่ผู้ร้องเพื่อนำเงินมาชำระแก่โจทก์ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ และผู้ร้องรู้อยู่ก่อนทำสัญญาซื้อขายทรัพย์พิพาทจากจำเลยว่าจำเลยเป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความ การที่จำเลยตกลงขายทรัพย์พิพาทให้ผู้ร้อง โดยโจทก์มิได้ยินยอมให้ผู้ร้องหักหนี้ที่จำเลยเป็นหนี้ผู้ร้องอยู่ก่อนจนเหลือเงินไม่พอชำระหนี้แก่โจทก์ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ จึงเป็นการที่จำเลยได้ขายทรัพย์พิพาทให้ผู้ร้องทั้งรู้อยู่ว่าเป็นทางให้โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้เสียเปรียบและผู้ร้องได้รู้เท่าถึงความจริงโจทก์ชอบที่จะขอให้เพิกถอนเสียได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 237 การที่ผู้ร้องได้ชำระหนี้ให้ธนาคาร ก. แทนจำเลยเป็นการไถ่ถอนจำนองทรัพย์พิพาทจนเป็นที่พอใจของธนาคาร ก. และธนาคาร ก.ได้จดทะเบียนไถ่ถอนจำนองให้จำเลยแล้ว ผู้ร้องย่อมเข้ารับช่วงสิทธิจำนองของธนาคาร ก. ที่มีอยู่เหนือทรัพย์พิพาทในอันที่จะได้รับชำระหนี้จากทรัพย์พิพาทก่อนหนี้รายอื่นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 226, และ 229(2) แม้ตามคำร้องและคำให้การของโจทก์จะมีประเด็นเพียงว่าผู้ร้องและจำเลยสมคบกันโอนทรัพย์พิพาทให้พ้นจากการถูกยึดขายทอดตลาดชำระหนี้ให้โจทก์เท่านั้น แต่การที่ผู้ร้องและจำเลยสมคบกันโอนทรัพย์พิพาทให้พ้นจากการถูกยึดขายทอดตลาดชำระหนี้ให้โจทก์นั้น ย่อมมีความหมายอยู่ในตัวว่าทำให้โจทก์เสียเปรียบ ศาลย่อมวินิจฉัยถึงปัญหาดังกล่าวได้ ไม่เป็นการนอกประเด็น

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

มูลกรณีสืบเนื่องมาจากโจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันโดยจำเลยยอมชำระเงินให้โจทก์ ๑๒๐,๐๐๐ บาท ศาลได้พิพากษาตามยอมจำเลยผิดนัด โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างเพื่อขายทอดตลาดชำระหนี้ตามคำพิพากษา

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ทรัพย์ที่โจทก์นำยึดไม่ใช่ของจำเลยแต่เป็นของผู้ร้องได้ซื้อมาโดยสุจริต มีค่าตอบแทนและโดยเปิดเผย ขอให้ศาลพิพากษาปล่อยทรัพย์ที่ยึด

โจทก์ให้การว่า ทรัพย์ที่โจทก์นำยึดดังกล่าวเป็นของจำเลยไม่ใช่ของผู้ร้อง โจทก์เคยยึดไว้ก่อนคำพิพากษาครั้งหนึ่งแล้ว เมื่อทำสัญญาประนีประนอมกับจำเลยแล้ว โจทก์ยอมถอนการยึด ผู้ร้องกับจำเลยทำสัญญาซื้อขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวโดยสมรู้กันแสดงเจตนาลวง เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้โจทก์ยึดทรัพย์ดังกล่าวมาขายทอดตลาดชำระหนี้ตามคำพิพากษา นิติกรรมการซื้อขายดังกล่าวจึงเป็นโมฆะ ขอให้ยกคำร้อง

จำเลยให้การว่า ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่โจทก์นำยึด จำเลยได้จำนองไว้แก่ธนาคารกรุงเทพจำกัด ก่อนที่โจทก์จะนำยึดไว้ชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษาโจทก์ได้ถอนการยึดให้จำเลยนำไปขายเอาเงินมาชำระหนี้ จำเลยจึงตกลงขายให้ผู้ร้องเป็นเงิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท ก่อนขายได้แจ้งให้โจทก์ทราบแล้วเงินค่าซื้อขายเมื่อได้ชำระหนี้ไถ่ถอนจำนองจากธนาคารกรุงเทพ จำกัด และหักใช้หนี้ให้ผู้ร้องแล้ว คงเหลือเงิน ๓๐,๐๐๐ บาทเศษ จึงได้นำไปชำระหนี้ให้โจทก์เป็นเงิน ๓๐,๐๐๐ บาท จำเลยไม่ได้สมรู้กับผู้ร้องเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้โจทก์ยึดมาขายทอดตลาดชำระหนี้ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า การซื้อขายทรัพย์พิพาทระหว่างผู้ร้องกับจำเลยกระทำไปโดยไม่สุจริต และเป็นการสมยอมเพื่อมิให้ทรัพย์พิพาทถูกบังคับคดีจึงเป็นโมฆะพิพากษายกคำร้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยกับผู้ร้องทราบดีว่าการซื้อขายของตนเป็นทางให้โจทก์เสียเปรียบ โจทก์ชอบที่จะขอให้เพิกถอนการซื้อขายรายนี้เสียได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๓๗ พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ได้ฟ้องให้จำเลยรับผิดตามสัญญากู้เงินและสัญญาค้ำประกัน และศาลได้ยึดทรัพย์พิพาทไว้ชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษาตามคำขอของโจทก์ ทรัพย์พิพาทติดจำนองแก่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด ต่อมาโจทก์จำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันโดยจำเลยยอมชำระเงินให้โจทก์ ๑๒๐,๐๐๐ บาท โดยจะผ่อนชำระจำนวน ๕๐,๐๐๐ บาท ภายในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๒๐ ที่เหลือผ่อนชำระเดือนละ ๘๐๐ บาท โจทก์จะถอนการยึดชั่วคราวซึ่งต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ถอนการยึดทรัพย์พิพาท ต่อมาจำเลยได้ไถ่ถอนการจำนองจากธนาคารและในวันเดียวกันได้จดทะเบียนโอนขายทรัพย์พิพาทให้ผู้ร้อง กลางเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๒๐ จำเลยชำระหนี้ให้โจทก์ ๓๐,๐๐๐ บาทและมิได้ชำระหนี้อีก ๒๐,๐๐๐ บาทให้โจทก์

โจทก์ถอนการยึดทรัพย์พิพาทที่ยึดไว้ชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษาก็เพื่อให้จำเลยนำไปขายชำระหนี้แก่โจทก์การซื้อขายทรัพย์พิพาทระหว่างจำเลยกับผู้ร้องหาได้สมรู้กันแสดงเจตนาลวงเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้โจทก์ยึดทรัพย์พิพาทมาขายทอดตลาดชำระหนี้ให้โจทก์ตามสัญญาประนีประนอมยอมความไม่ ที่โจทก์ยอมถอนการยึดทรัพย์พิพาทที่ยึดไว้ชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษาก็เพื่อให้จำเลยนำไปขายแก่บุคคลโดยทั่ว ๆ ไปมิได้จงใจให้ขายแก่ผู้ร้องเพื่อเอาเงินมาชำระโจทก์งวดแรกให้ได้ ๕๐,๐๐๐ บาทตามคำเบิกความของผู้ร้องก็ดี ของจำเลยซึ่งเป็นพยานผู้ร้องก็ดี ไม่ปรากฏว่าที่จำเลยยอมให้ผู้ร้องหักหนี้ ๗๐,๐๐๐ บาทนั้น จำเลยไปปรึกษาโจทก์และโจทก์ยินยอมด้วย โจทก์จึงมิได้ตกลงยอมให้จำเลยขายทรัพย์พิพาทให้ผู้ร้อง โดยยอมให้ผู้ร้องหักหนี้ ๗๐,๐๐๐ บาท

มาแต่เริ่มแรกหรือต่อมา ข้อเท็จจริงดังกล่าวมานี้จึงเชื่อได้ว่า ผู้ร้องได้รู้อยู่ก่อนทำสัญญาซื้อขายทรัพย์พิพาทจากจำเลยว่า จำเลยเป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความเป็นเงิน ๑๒๐,๐๐๐ บาท การที่ผู้ร้องตกลงซื้อทรัพย์พิพาทจากจำเลยในราคา ๒๐๐,๐๐๐ บาท โดยต้องชำระเงินค่าไถ่ถอนจำนองให้แก่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด เป็นเงิน ๘๙,๐๕๐.๓๑ บาท เหลือเงิน ๑๑๐,๙๔๙.๖๙ บาท และจำเลยต้องยอมให้ผู้ร้องหักหนี้ ๗๐,๐๐๐ บาท โดยโจทก์มิได้ยินยอมด้วย กับหักค่าธรรมเนียมการโอนที่ดินแล้ว คงเหลือเงินประมาณ ๓๐,๐๐๐ บาทเศษ ไม่พอชำระหนี้ให้โจทก์งวดแรก ๕๐,๐๐๐ บาท โดยรู้อยู่แล้วว่าจำเลยไม่มีทรัพย์อื่น จึงเป็นการที่จำเลยได้ทำสัญญาขายทรัพย์พิพาทให้ผู้ร้องทั้งรู้อยู่ว่าจะเป็นทางให้โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้เสียเปรียบและผู้ร้องได้รู้เท่าถึงความจริง

โจทก์ชอบที่จะขอให้เพิกถอนเสียได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๓๗ ผู้ร้องไม่มีอำนาจมาขอให้ปล่อยทรัพย์พิพาท แต่อย่างไรก็ดี การที่ผู้ร้องได้ชำระหนี้ให้ธนาคารกรุงเทพ จำกัดจำนวน ๘๙,๐๕๐.๓๑ บาท แทนจำเลยเป็นการไถ่ถอนจำนองจนเป็นที่พอใจของธนาคารกรุงเทพ จำกัด และธนาคารกรุงเทพ จำกัด ได้จดทะเบียนไถ่ถอนการจำนองให้จำเลยแล้ว ผู้ร้องย่อมเข้ารับช่วงสิทธิจำนองของธนาคารกรุงเทพ จำกัด ที่มีอยู่เหนือทรัพย์พิพาทในอันที่จะได้รับชำระหนี้จากทรัพย์พิพาทก่อนหนี้รายอื่น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๒๒๖ และ ๒๒๙(๒)

ที่ผู้ร้องฎีกาว่า ตามคำร้องและคำให้การของโจทก์มีเพียงว่า ผู้ร้องและจำเลยสมคบกันโอนทรัพย์พิพาทให้พ้นจากการถูกยึดขายทอดตลาดชำระหนี้ให้โจทก์เท่านั้น การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าทำให้โจทก์เสียเปรียบเป็นการนอกประเด็นนั้น เห็นว่า การที่ผู้ร้องและจำเลยสมคบกันโอนทรัพย์พิพาทให้พ้นจากการถูกยึดขายทอดตลาดชำระหนี้ให้โจทก์นั้น ย่อมมีความหมายอยู่ในตัวว่าทำให้โจทก์เสียเปรียบ คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์จึงไม่เป็นการนอกประเด็น

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำร้องของผู้ร้อง แต่เมื่อได้ขายทอดตลาดทรัพย์พิพาทและได้หักค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับคดีแล้วให้นำเงินที่เหลือมาชำระให้แก่ผู้ร้องในฐานะผู้รับช่วงสิทธิของธนาคารกรุงเทพ จำกัดจำนวน ๘๙,๐๕๐.๓๑ บาทก่อนแล้วจึงนำเงินที่เหลือไปชำระหนี้ให้โจทก์ต่อไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชลูตม์ สวัสดิทัต · บรรเทอง ภู่กฤษณา · สุรัช รัตนอุดม
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายเลียบ ภิญญะวรรณ
ศาลอุทธรณ์ - นายจุนท์ จันทรวงศ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4961/2558

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า เดิมผู้ร้องเคยสมรสกับจำเลยที่ 3 ต่อมาเมื่อปี 2535 ผู้ร้องหย่ากับจำเลยที่ 3 และได้ตกลงสัญญาในการหย่าให้ที่ดินพิพาทตกแก่ผู้ร้องแต่เพียงผู้เดียว ผู้ร้องได้ครอบครองทำประโยชน์ตลอดมาโ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7068/2558

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 กู้เงินโจทก์ ต่อมาจำเลยที่ 1 โอนกรรมสิทธิ์รถบรรทุกให้จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบุตรโดยเสน่หา ทำให้โจทก์เสียเปรียบไม่สามารถบังคับชำระหนี้จากจำเลยที่ 1 ได้ เนื่องจากจำเลยที่ 1 ไม่มีทรัพ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12715/2557

คำให้การจำเลยทั้งสิบมิได้ปฏิเสธข้อเท็จจริงที่โจทก์กล่าวอ้างว่าผู้กู้ได้ชำระหนี้บางส่วนให้โจทก์ทำให้อายุความสะดุดหยุดลง จึงไม่มีประเด็นโต้เถียงว่า ผู้กู้ได้ชำระหนี้บางส่วนตามคำฟ้องหรือไม่ เพราะถือว่าจำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5264/2549

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างหรือตัวแทนของจำเลยที่ 2 และขับรถยนต์บรรทุกคันเกิดเหตุไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 ชนกับรถยนต์คันที่โจทก์รับประกันภัยได้รับความเสียหาย จำเลยที่ 2 ให้การต่อสู้ โดยมิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4962/2546

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 เช่าซื้อรถยนต์ไปจากโจทก์โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันแล้วผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อติดต่อกันเกินกว่า 2 งวด โจทก์จึงยึดรถที่เช่าซื้อคืน ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหาย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้