Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3041/2541

พ.ศ. 2541 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 290 มีวัตถุประสงค์ดำเนินงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับทางพิเศษ ให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทยหรือจำเลยที่ 1 มีอำนาจดำเนินงานเกี่ยวกับทรัพย์สินใด ๆ เพื่อให้บรรลุผลในการสร้างทางพิเศษ และในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ผู้ว่าการเป็นผู้กระทำในนามของจำเลยที่ 1 และเป็นผู้กระทำแทนจำเลยที่ 1 เมื่อพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนในท้องที่เขตลาดพร้าว...พ.ศ. 2533 กำหนดให้จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าหน้าที่เวนคืนอสังหาริมทรัพย์อันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของจำเลยที่ 1 ย่อมมีความหมายว่า จำเลยที่ 2 กระทำหรือดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งการเวนคืนที่ดินพิพาทในฐานะผู้แทนของจำเลยที่ 1 โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 เป็นคดีนี้ได้ โจทก์ผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนเพิ่มขึ้นตามคำวินิจฉัยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยหรือศาลมีสิทธิได้รับดอกเบี้ยเงินค่าทดแทนเพิ่มในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสินซึ่งเป็นไปตามประกาศของธนาคารออมสินที่ประกาศดอกเบี้ยขึ้นลง แต่ต้องไม่เกินอัตราดอกเบี้ยที่โจทก์ขอมานับแต่วันที่ต้องมีการจ่ายหรือวางเงินค่าทดแทนนั้น โดยไม่จำต้องรอให้มีคำพิพากษาอันถึงที่สุดเสียก่อน ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์พ.ศ. 2530 มาตรา 26 วรรคสุดท้าย ประกอบมาตรา 28 วรรคสอง และเมื่อไม่ปรากฏว่ามีการทำสัญญาซื้อขายที่ดินที่ถูกเวนคืนตาม มาตรา 10 จึงไม่มีวันที่ต้องมีการจ่ายเงินค่าทดแทนตามมาตรา 11 ส่วนวันที่จำเลยที่ 2 มีหนังสือแจ้งการวางเงินค่าทดแทนไปยังโจทก์ผู้ถูกเวนคืนก็มิใช่วันวางเงินตามมาตรา 26 วรรคสุดท้าย และมาตรา 28 วรรคสองดังนั้น วันวางเงินตามความหมายแห่งกฎหมายทั้งสองบทนี้ คือวันสิ้นสุดกำหนดระยะเวลานับแต่วันที่โจทก์ได้รับหนังสือของฝ่ายจำเลยให้ไปติดต่อทำสัญญารับเงินค่าทดแทน และเมื่อไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับหนังสือดังกล่าวเมื่อใด จึงต้องถือวันเดือนปี ที่ออกหนังสือดังกล่าวเป็นวันเริ่มต้นนับกำหนดเวลา จำเลยมีหนังสือแจ้งการวางเงินค่าทดแทน โจทก์ไปติดต่อทำสัญญารับเงินค่าทดแทนจากฝ่ายจำเลยภายใน 60 วัน หนังสือแจ้งให้โจทก์ไปติดต่อทำสัญญารับเงินค่าทดแทนลงวันที่ 12 พฤษภาคม 2536 สิ้นสุด 60 วัน ในวันที่ 11 กรกฎาคม 2536วันวางเงินค่าทดแทนจึงเป็นวันรุ่งขึ้นคือวันที่ 12 กรกฎาคม 2536 ดังนั้น วันเริ่มคิดดอกเบี้ยเงินค่าทดแทนเพิ่มจึงเป็นวันที่ 12 กรกฎาคม 2536 เป็นต้นไปจนกว่าฝ่ายจำเลยจะชำระค่าทดแทนเสร็จ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2477 มาตรา 26 พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2477 มาตรา 28 ป.พ.พ. มาตรา 193/1 ป.วิ.พ. มาตรา 55 พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 มาตรา 26 พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 มาตรา 28

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินแปลงโฉนดเลขที่ 83915 เนื้อที่ 49 ตารางวาพร้อมสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินคือบ้านตึก 2 ชั้น เลขที่ 507 เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2533 ได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนในท้องที่เขตลาดพร้าว พ.ศ. 2533 เพื่อสร้างทางพิเศษสายรามอินทรา - อาจณรงค์ ที่ดินของโจทก์ดังกล่าวทั้งหมดพร้อมสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินถูกเวนคืน คณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้นกำหนดเงินค่าทดแทนที่ดินตารางวาละ 21,000 บาท รวม 49 ตารางวา เป็นเงิน 1,029,000บาท และสิ่งปลูกสร้างเป็นเงิน 904,902.48 บาท รวมเป็นเงิน 1,933,902.48 บาท ที่ดินของโจทก์มีราคาซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาดตารางวาละ 50,000 บาท จำเลยทั้งสามต้องจ่ายเงินค่าทดแทนที่ดินเพิ่มอีก 1,421,000 บาท

สิ่งปลูกสร้างควรมีราคา1,500,000 บาท จำเลยทั้งสามต้องจ่ายเงินค่าทดแทนสิ่งปลูกสร้างเพิ่มอีก 595,097 บาท รวมเงินค่าทดแทนที่จำเลยทั้งสามต้องชำระแก่โจทก์ 2,016,097 บาท โจทก์ยื่นอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแล้ว ภายหลังฟ้องคดีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มีคำวินิจฉัยกำหนดเงินค่าทดแทนที่ดินเพิ่มพร้อมดอกเบี้ยเป็นเงิน55,667.36 บาท จำเลยทั้งสามจึงต้องชำระเงินค่าทดแทนแก่โจทก์ 1,960,429.64 บาทขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน 1,960,429.64 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยทั้งสามให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 3 เพราะจำเลยที่ 1 และที่ 3 ไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่เวนคืนไม่ได้เป็นผู้กำหนดเงินค่าทดแทน

ไม่มีหน้าที่จ่ายเงินค่าทดแทน และไม่ได้เป็นผู้รักษาการตามพระราชกฤษฎีกา คณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้นกำหนดเงินค่าทดแทนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้แก่โจทก์ถูกต้องแล้ว ส่วนค่าทดแทนสิ่งปลูกสร้างได้กำหนดโดยวิธีถอดแบบ แล้วนำจำนวนวัสดุมาคำนวณเงินค่าทดแทน โดยใช้ราคาวัสดุจากกรมเศรษฐกิจการพาณิชย์ กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นราคากลางของวัสดุก่อสร้าง เป็นฐานในการคำนวณ นอกจากนี้เงินค่าทดแทนยังรวมถึงค่าแรงก่อสร้าง ค่าออกแบบ ค่าควบคุมงาน ค่าอำนวยการ ค่าภาษี ค่ากำไร และค่าสาธารณูปโภค เป็นเงิน 904,902.48 บาท ต่อมารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์กำหนดเงินค่าทดแทนที่ดินเพิ่มให้อีกตารางวาละ1,000 บาท

รวม 49 ตารางวา เป็นเงิน 49,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย 6,667.36 บาทรวมเป็นเงิน 55,667.36 บาท โจทก์มีสิทธิได้รับดอกเบี้ยไม่เกินอัตราร้อยละ 6.5 ต่อปีนับแต่วันที่ต้องมีการจ่ายหรือวางเงินค่าทดแทน ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน 385,332.64 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 29 พฤษภาคม 2539 ซึ่งเป็นวันพิพากษาคดีเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์โจทก์และจำเลยทั้งสามอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันชำระเงิน 875,332.34 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสินในจำนวนเงินที่ต้องชำระเพิ่มขึ้น นับแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2537 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ไม่เกินอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 3 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า

โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินแปลงโฉนดเลขที่ 83915 เลขที่ดิน 2183 เนื้อที่ 49 ตารางวา พร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นบ้านตึกพักอาศัย 2 ชั้น เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2533 มีพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนในท้องที่เขตลาดพร้าว เขตบึงกุ่ม เขตบางกะปิ เขตห้วยขวางเขตคลองเตย และเขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2533 ออกใช้บังคับ โดยกำหนดให้จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าหน้าที่เวนคืน ที่ดินของโจทก์ถูกเวนคืนทั้งแปลง คณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้นกำหนดค่าทดแทนให้ตารางวาละ 21,000 บาท จำเลยที่ 1 แจ้งให้โจทก์ไปทำสัญญา แต่โจทก์ไม่ยอมไปทำสัญญา จำเลยที่ 1 จึงทำการวางเงินค่าทดแทนตามกฎหมายและมีหนังสือแจ้งการวางเงินไปยังโจทก์ โจทก์ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2537 โดยขอให้กำหนดค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืนเพิ่มเป็นตารางวาละ 50,000 บาท

คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ได้กำหนดค่าทดแทนที่ดินเพิ่มให้อีกตารางวาละ 1,000 บาท รวมเป็นตารางวาละ 22,000 บาทจำเลยที่ 1 จ่ายเงินค่าทดแทนที่ดินให้โจทก์รับไปแล้ว 1,078,000 บาท คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ปัญหาแรกว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 หรือไม่ โดยจำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกาว่า จำเลยที่ 1 ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์เพราะการกำหนดค่าทดแทนตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนในท้องที่เขตลาดพร้าว เขตบึงกุ่ม เขตบางกะปิ เขตห้วยขวาง เขตคลองเตยและเขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2533 เป็นการกำหนดค่าทดแทนโดยคำสั่งของคณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้น หรือคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ซึ่งแต่งตั้งตามประกาศของกระทรวงมหาดไทยโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

มิได้กระทำการโดยความเห็นชอบของจำเลยที่ 1 หรือแต่งตั้งจากคณะกรรมการของจำเลยที่ 1 ตามที่กำหนดไว้ในประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 290 ประกาศ ณ วันที่ 27 พฤศจิกายน 2515 ข้อ 1 ข้อ 2 และข้อ 15 เห็นว่า ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 290 มีวัตถุประสงค์ดำเนินงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับทางพิเศษ ให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทยหรือจำเลยที่ 1 มีอำนาจดำเนินงานเกี่ยวกับทรัพย์สินใด ๆ เพื่อให้บรรลุผลในการสร้างทางพิเศษ และในข้อ 17 ระบุว่า ในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ผู้ว่าการเป็นผู้กระทำในนามของจำเลยที่ 1 และเป็นผู้กระทำแทนจำเลยที่ 1 เมื่อพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนในท้องที่เขตลาดพร้าว เขตบึงกุ่ม เขตบางกะปิ

เขตห้วยขวาง เขตคลองเตย และเขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2533 กำหนดให้จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าหน้าที่เวนคืนอสังหาริมทรัพย์อันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของจำเลยที่ 1 ย่อมมีความหมายว่า จำเลยที่ 2 กระทำหรือดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งการเวนคืนที่ดินพิพาทในฐานะผู้แทนของจำเลยที่ 1 โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 เป็นคดีนี้ได้ เทียบเคียงได้กับคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 145/2534 ระหว่างนางบุญละมัย รักษ์บุญยวง โจทก์ นายจรัญ บุรพรัตน์ กับพวก จำเลยปัญหาตามฎีกาของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ต่อมามีว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 กำหนดค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืนให้แก่โจทก์ถูกต้องเป็นธรรมแล้วหรือไม่ ในปัญหานี้โดยสภาพความเจริญของที่ดินโจทก์ ศาลฎีกาเชื่อว่าราคาจะต้องสูงกว่าตารางวาละ 22,000 บาทหรือมากกว่าราคาที่ฝ่ายจำเลยกำหนดให้ และไม่น่าจะสูงถึงตารางวาละ 40,000 บาทดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย

เมื่อทั้งสองฝ่ายสืบไม่ได้โดยแจ้งชัดว่า ในวันที่พระราชกฤษฎีกาฉบับดังกล่าวมีผลใช้บังคับที่ดินโจทก์ที่ถูกเวนคืนมีราคาซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาดตารางวาละเท่าใด ศาลฎีกาจึงเห็นสมควรกำหนดราคาให้ตารางวาละ 35,000 บาท ที่ดินโจทก์ถูกเวนคืนทั้งแปลงเนื้อที่ 49 ตารางวา คิดเป็นเงินค่าทดแทนทั้งสิ้น 1,715,000 บาท โจทก์ได้รับเงินค่าทดแทนที่ดินไปแล้วจำนวน 1,078,000 บาท คงมีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนที่ดินเพิ่มอีกจำนวน 637,000 บาทปัญหาสุดท้ายที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 และที่ 2 คือปัญหาที่ว่าโจทก์มีสิทธิได้รับดอกเบี้ยตามฟ้องหรือไม่ เพียงใด ในปัญหานี้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกาว่า เมื่อฝ่ายจำเลยกำหนดค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืนให้แก่โจทก์เป็นธรรมแล้ว

โจทก์ก็ไม่มีสิทธิเรียกร้องเอาดอกเบี้ยเงินค่าทดแทนจากฝ่ายจำเลยนับแต่วันที่ศาลชั้นต้นพิพากษาจนกว่าจะชำระค่าทดแทนเสร็จ เพราะฝ่ายจำเลยมิได้เป็นฝ่ายผิดนัดและเนื่องจากโจทก์ฟ้องเรียกค่าทดแทนเพิ่มจากจำนวนค่าทดแทนที่คณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้นกำหนดให้ จึงต้องรอฟังผลคดีอันถึงที่สุดเสียก่อนว่าฝ่ายจำเลยจะต้องจ่ายค่าทดแทนเพิ่มหรือไม่ เพียงใด และดอกเบี้ยเงินค่าทดแทนที่โจทก์จะได้รับก็ต้องเป็นไปตามอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสินในวันที่มีคำพิพากษาถึงที่สุดซึ่งมีอัตราต่ำกว่าร้อยละ 6.5 ต่อปี เกี่ยวกับเรื่องดอกเบี้ยเงินค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืนที่โจทก์จะพึงได้รับนี้ พระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์

พ.ศ. 2530มาตรา 26 วรรคสุดท้าย บัญญัติว่า "ในกรณีที่รัฐมนตรีหรือศาลวินิจฉัยให้ชำระเงินค่าทดแทนเพิ่มขึ้นให้ผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนได้รับดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสินในจำนวนเงินที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ นับแต่วันที่ต้องมีการจ่ายหรือวางเงินค่าทดแทนนั้น" และในมาตรา 28 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกันบัญญัติว่า "ในกรณีที่ผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนผู้ใดไม่มารับเงินค่าทดแทนภายในระยะเวลาที่กำหนด หรือในกรณีที่ไม่อาจจ่ายเงินค่าทดแทนให้แก่ผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนรายใดได้ เพราะมีปัญหาเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์หรือสิทธิอื่น ๆ ในอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องเวนคืนหรือมีปัญหาเกี่ยวกับการแบ่งส่วนเงินค่าทดแทนของผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทน ให้เจ้าหน้าที่หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากเจ้าหน้าที่วางเงินค่าทดแทนไว้ตามมาตรา 31 โดยพลัน"

จากบทบัญญัติของกฎหมายทั้งสองมาตราดังกล่าวจะเห็นได้ว่า โจทก์ผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนเพิ่มขึ้นตามคำวินิจฉัยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยหรือศาลมีสิทธิได้รับดอกเบี้ยเงินค่าทดแทนเพิ่มในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสินซึ่งเป็นไปตามประกาศของธนาคารออมสินที่ประกาศดอกเบี้ยขึ้นลง แต่ต้องไม่เกินอัตราดอกเบี้ยที่โจทก์ขอมา นับแต่วันที่ต้องมีการจ่ายหรือวางเงินค่าทดแทนนั้นโดยไม่จำต้องรอให้มีคำพิพากษาอันถึงที่สุดเสียก่อน คดีนี้ไม่ปรากฏว่ามีการทำสัญญาซื้อขายที่ดินที่ถูกเวนคืนตามมาตรา 10 จึงไม่มีวันที่ต้องมีการจ่ายเงินค่าทดแทนตามมาตรา 11

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ปัญหาต่อไปมีว่า วันที่ต้องมีการวางเงินค่าทดแทนคือวันใดศาลอุทธรณ์ให้เริ่มคิดดอกเบี้ยเงินค่าทดแทนเพิ่มตั้งแต่วันที่7 กุมภาพันธ์ 2537 อันเป็นวันที่จำเลยที่ 2 มีหนังสือเอกสารหมาย จ.4 แจ้งการวางเงินค่าทดแทนไปยังโจทก์ แต่ศาลฎีกาเห็นว่าวันดังกล่าวมิใช่วันวางเงินตามความหมายแห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 มาตรา 26 วรรคสุดท้าย และมาตรา 28 วรรคสอง วันวางเงินตามความหมายแห่งกฎหมายทั้งสองบทนี้ คือวันสิ้นสุด 60 วัน นับแต่วันที่โจทก์ได้รับหนังสือเอกสารหมาย จ.3 ของฝ่ายจำเลยให้ไปติดต่อทำสัญญารับเงินค่าทดแทน เมื่อข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับหนังสือเอกสารหมาย จ.3 เมื่อใด ก็ต้องถือวันเดือนปีที่ออกหนังสือดังกล่าวเป็นวันเริ่มต้นนับกำหนดเวลาให้โจทก์ไปติดต่อทำสัญญารับเงินค่าทดแทนจากฝ่ายจำเลยภายใน 60 วัน

หนังสือแจ้งให้โจทก์ไปติดต่อทำสัญญารับเงินค่าทดแทนเอกสารหมาย จ.3 ลงวันที่12 พฤษภาคม 2536 สิ้นสุด 60 วัน ในวันที่ 11 กรกฎาคม 2536 วันวางเงินค่าทดแทนจึงเป็นวันรุ่งขึ้นคือวันที่ 12 กรกฎาคม 2536 ดังนั้นวันเริ่มคิดดอกเบี้ยเงินค่าทดแทนเพิ่มจึงเป็นวันที่ 12 กรกฎาคม 2536 เป็นต้นไปจนกว่าฝ่ายจำเลยจะชำระค่าทดแทนเสร็จพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันชำระเงินจำนวน 637,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสินแต่ไม่เกินอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคม 2536 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุรินทร์ นาควิเชียร · กนก พรรณรักษา · สกนธ์ กฤติยาวงศ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1229/2545

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยเพิ่มเงินค่าทดแทนที่ดินให้แก่โจทก์อีก 146,400 บาท เมื่อรวมกับดอกเบี้ยจนถึงวันฟ้องแล้วไม่เกิน 200,000 บาท จำเลยฎีกาว่า โจทก์ไม่ควรได้รับเงินค่าทดแทนเพิ่มขึ้น ดังนั้น ทุนทรัพย์ที่พิพาท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1148/2541

โจทก์เป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนจากการเวนคืนที่ดิน ได้อุทธรณ์ขอเงินค่าทดแทนเพิ่มสำหรับที่ดินพิพาทจากที่คณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้นฯ กำหนดให้ตารางวาละ 35,000 บาท เป็นตารางวาละ 63,000 บาท เมื่อรัฐ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 385/2541

ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์พ.ศ. 2530 มาตรา 26 ผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทน จะนำคดีมาฟ้องต่อศาลได้ก็ต่อเมื่อยังไม่พอใจในคำวินิจฉัยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อข้อเท็จจริงตาม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6037/2534

ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 188 นายกเทศมนตรีเทศบาลนครหลวงขณะนั้นเป็นเจ้าหน้าที่เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ ตามคำสั่งของหัวหน้าคณะปฏิวัติ หัวหน้าแผนกพิจารณาอุทธรณ์และคำร้อง กองกฎหมายและคดี หัวหน้าแผนกสำรว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6124/2553

บทบัญญัติมาตรา 25 วรรคหนึ่งและมาตรา 26 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 เป็นการกำหนดขั้นตอนในการตรวจสอบการกำหนดเงินค่าทดแทนเพื่อให้ประชาชนที่ถูกเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ได้รับ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้