Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3254/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

นายจ้างกำหนดให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลา โดยกรมแรงงานมีคำสั่งอนุมัติแล้ว นายจ้างจึงประกาศกำหนดให้ลูกจ้างปฏิบัติงานตอนกลางคืนเวลา 20 นาฬิกา ถึง 8 นาฬิกาของวันรุ่งขึ้น หากลูกจ้างไม่มาปฏิบัติงานและไม่แจ้งล่วงหน้า ให้ถือว่าลูกจ้างผู้นั้นขาดงานและละทิ้งหน้าที่ ดังนี้ลูกจ้างมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามประกาศ เมื่อลูกจ้างไม่ปฏิบัติงานล่วงเวลาโดยไม่แจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบล่วงหน้าย่อมผิดข้อบังคับ ลูกจ้างจะอ้างว่าเป็นสิทธิที่จะไม่ปฏิบัติงานล่วงเวลาหาได้ไม่ และการละทิ้งหน้าที่เป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหายประมาณ 600,000 บาท ถือว่าลูกจ้างกระทำผิดเป็นกรณีร้ายแรงและเป็นการจงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 52 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน พ.ศ.2515 มาตรา 11

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ยื่นคำร้องว่าระหว่างวันที่ ๗ ถึงวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๓๑ นายวิสุทธิ์ แก้วสุข ลูกจ้างของผู้ร้อง ซึ่งทำงานตำแหน่งพนักงานคุมเครื่องจักรและเป็นกรรมการลูกจ้างได้จงใจทำให้ผู้ร้องได้รับความเสียหาย ไม่ปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่องในการทำงานกะกลางคืนระหว่างเวลา ๒๐ นาฬิกาถึง ๘ นาฬิกา ทำให้ผู้ร้องเสียหายต่อการผลิตเป็นเงินประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ บาท อันเป็นการผิดระเบียบวินัยของผู้ร้องอย่างร้ายแรง ขอให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้เลิกจ้างนายวิสุทธิ์ แก้วสุข กรรมการลูกจ้าง นายวิสุทธิ์ แก้วสุข ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้คัดค้านเข้าทำงานตั้งแต่เวลา ๒๐ นาฬิกาถึง ๔ นาฬิกา เป็นเวลา ๘ ชั่วโมงโดยไม่มีเวลาพักและหลังจากเวลา ๔ นาฬิกาถึง ๘ นาฬิกาเป็นการทำงานล่วงเวลา ผู้คัดค้านมีสิทธิจะไม่ทำงานล่วงเวลานี้ได้ การไม่ทำงานล่วงเวลาไม่เป็นการจงใจทำให้ผู้ร้องได้รับความเสียหาย ขอให้ยกคำร้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างนายวิสุทธิ์ แก้วสุข กรรมการลูกจ้าง

ผู้คัดค้านอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ผู้ร้องมีประกาศกำหนดการทำงานในเวลากลางคืน ซึ่งกรมแรงงานมีคำสั่งอนุมัติแล้วโดยกำหนดให้ลูกจ้างปฏิบัติงานตอนกลางคืนระหว่างเวลา ๒๐ นาฬิกาถึง ๘ นาฬิกาของวันรุ่งขึ้น ส่วนที่ปฏิบัติงานเกินกว่า ๘ ชั่วโมงต่อเนื่องกันนั้น ให้ถือเป็นการปฏิบัติงานล่วงเวลา และหากลูกจ้างมิได้มาปฏิบัติงานตอนกลางคืนตามที่ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาถ้าไม่แจ้งล่วงหน้าให้ถือว่าลูกจ้างผู้นั้นขาดงานและละทิ้งหน้าที่ ในกรณีที่แจ้งล่วงหน้าให้แจ้งก่อนเวลา ๑๒ นาฬิกาของวันนั้นผู้คัดค้านย่อมมีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามประกาศดังกล่าวหากผู้คัดค้านจะไม่ปฏิบัติงานล่วงเวลาระหว่าง ๔ นาฬิกาถึง ๘ นาฬิกา ผู้คัดค้านต้องแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบล่วงหน้า

เมื่อผู้คัดค้านได้ปฏิบัติงานในตอนกลางคืนตั้งแต่เวลา ๒๐ นาฬิกาถึง ๔ นาฬิกาแล้วหยุดงานที่จะต้องปฏิบัติตั้งแต่เวลา ๔ นาฬิกาถึง ๘ นาฬิกา ซึ่งเป็นการปฏิบัติงานล่วงเวลาไปโดยมิได้แจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบล่วงหน้าเช่นนี้ ย่อมเป็นการปฏิบัติผิดต่อข้อบังคับของผู้ร้อง การไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับของผู้ร้องดังกล่าวนั้นผู้คัดค้านจะอ้างว่าเป็นสิทธิที่ตนจะไม่ปฏิบัติงานล่วงเวลาหาได้ไม่และการละทิ้งหน้าที่ไปจนเป็นเหตุให้ผู้ร้องได้รับความเสียหายคิดเป็นเงินประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ บาท ย่อมถือได้ว่าผู้คัดค้านได้กระทำความผิดเป็นกรณีร้ายแรงแล้ว และเป็นการจงใจทำให้ผู้ร้องได้รับความเสียหาย ผู้ร้องมีสิทธิเลิกจ้างผู้คัดค้านได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มาโนช เพียรสนอง · มาโนช เพียรสนอง · สีนวล คงลาภ
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายเกษม พิสิษฐ์สังฆการศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2563 (เลขอ้างอิง 666484)

จำเลยที่ 1 ถึงที่ 9 กับพวกนัดหยุดงานโดยชอบตาม พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 34 แต่โจทก์ที่ 1 ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ที่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 9 กับพวกเข้าไปใช้พื้นที่ดังกล่าวในการนัดหยุดงานนั้น ย่อมมี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4004/2561

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นกรรมการลูกจ้าง การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ขออนุญาตศาลแรงงานก่อนตาม พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 52 เป็นการขัดต่อกฎหมาย ให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงาน และให้จ่ายค่าเสียหาย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3872/2561

ในการพิจารณาอนุญาตตามคำขอเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างต้องคำนึงว่ากรณีมีเหตุผลสมควรที่นายจ้างจะเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างนั้นหรือไม่ ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการพิจารณาว่าการเลิกจ้างจะต้องจ่ายค่าชดเชยหรือไม่ ผู้คัดค…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2561 (เลขอ้างอิง 624560)

โจทก์ทั้งสองทำสัญญาจ้างกับจำเลยโดยมีระยะเวลาการทำงาน 10 เดือน เมื่อครบกำหนดระยะเวลาจำเลยจะจ่ายค่าชดเชยตามระยะเวลาการทำงานให้แก่โจทก์ทั้งสองและเรียกให้โจทก์ทั้งสองมาทำสัญญาจ้างแรงงานฉบับใหม่ สัญญาจ้างแ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2560 (เลขอ้างอิง 617216)

บทบัญญัติเรื่องการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการลูกจ้างมีบัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 47 คือดำรงตำแหน่งครบวาระสามปี มาตรา 48 บัญญัติว่า นอกจากพ้นจากตำแหน่งตามวาระ กรรมการลูกจ้างพ้นจากตำแห…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้