Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 452/2549

พ.ศ. 2549 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามข้อกำหนดแห่งสัญญากำหนดให้จำเลยมีหน้าที่ต้องชำระค่างวดตามกำหนดเวลาที่ระบุไว้ หากจำเลยไม่ปฏิบัติให้ถือว่าจำเลยผิดสัญญาและสัญญายกเลิกทันทีโดยมิต้องบอกกล่าว แต่จำเลยชำระค่างวดรวม 24 งวด เกินกำหนดระยะเวลาและเสียดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ตามข้อกำหนดในสัญญาเกือบทุกงวด โจทก์ก็รับไว้ทุกงวด ไม่เคยปฏิเสธการชำระค่างวดทุกงวดที่เกินกำหนดแม้โจทก์มีหนังสือบอกเลิกสัญญาไปยังจำเลยภายหลังที่จำเลยชำระค่างวดไป 22 งวด แล้วก็ตาม แต่เมื่อจำเลยนำเงินค่างวดงวดที่ 23 และ 24 ไปชำระให้แก่โจทก์ หลังจากโจทก์มีหนังสือบอกเลิกสัญญาไปยังจำเลยเพียง 1 สัปดาห์ โจทก์ก็รับไว้โดยไม่อิดเอื้อน ย่อมแสดงว่า ในทางปฏิบัติต่อกันคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายมิได้ถือเอากำหนดเวลาชำระค่างวดเป็นสาระสำคัญ โจทก์จึงจะนำเหตุแห่งข้อกำหนดในสัญญามาเป็นข้ออ้างสัญญาเลิกต่อกันทันทีเพราะจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญามิได้ กรณีต้องบังคับตาม ป.พ.พ. มาตรา 387 โดยหากโจทก์ประสงค์จะเลิกสัญญาโจทก์จะต้องกำหนดระยะเวลาพอสมควรและบอกกล่าวให้จำเลยชำระค่างวดสุดท้ายภายในระยะเวลานั้น หากจำเลยไม่ปฏิบัติโดยไม่มีเหตุที่จะยกขึ้นปฏิเสธ โจทก์จึงจะมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ ศาลมีอำนาจที่จะรับฟังข้อเท็จจริงทั้งหมดมาเป็นเหตุยกฟ้องเพราะโจทก์ยังไม่มีอำนาจฟ้องอันเป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนได้ หาเป็นการพิจารณาหรือพิพากษานอกประเด็นตามคำฟ้องและคำให้การโดยไม่ชอบไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง และส่งมอบคืนโจทก์ในสภาพเรียบร้อยสมบูรณ์ กับให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายค่าขาดประโยชน์จำนวน 59,400 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว กับค่าเสียหายอีกเดือนละ 3,300 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยจะขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของโจทก์

จำเลยให้การว่า จำเลยมิได้เป็นฝ่ายผิดสัญญา จำเลยได้ชำระค่างวดตามสัญญาให้แก่โจทก์แล้ว 24 งวด ยังคงค้างชำระงวดสุดท้าย จำนวน 1,134,125 บาท ซึ่งมีเงื่อนไขว่าโจทก์จะต้องจัดการหาสถาบันการเงินเพื่อปล่อยสินเชื่อให้จำเลยกู้ยืมเพื่อนำเงินมาชำระราคาในงวดสุดท้ายให้แก่โจทก์ แต่โจทก์มิได้จัดหาสถาบันการเงินให้แก่จำเลย โจทก์จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้เป็นยุติโดยไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกาโต้แย้งว่า จำเลยได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินโฉนดเลขที่ 235735 ตำบลแพรกษา (แพรกตาสา) อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ พร้อมอาคารในที่ดินดังกล่าว ฉบับลงวันที่ 20 สิงหาคม 2539 ในราคา 1,509,125 บาท จากโจทก์โดยมีข้อกำหนดให้จำเลยชำระเงินในวันจองจำนวน 15,000 บาท ส่วนราคาที่เหลือกำหนดให้ชำระเป็นรายงวดทุกวันที่ 5 ของเดือน งวดที่ 1 ภายในวันที่ 5 กันยายน 2539 งวดที่ 1 ถึงงวดที่ 24 ชำระงวดละ 15,000 งวดที่ 25 ซึ่งเป็นงวดสุดท้ายจำนวน 1,134,125 บาท ภายในวันที่ 5 กันยายน 2541 หลังจากทำสัญญาแล้ว จำเลยชำระค่างวดรวม 24 งวด โดยชำระเกินกำหนดเวลาและเสียดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ตามข้อกำหนดในสัญญาข้อ 4 เกือบทุกงวด แต่โจทก์ก็รับไว้ทุกงวด ซึ่งขณะจำเลยชำระงวดที่ 22 แล้ว

โจทก์ได้มีหนังสือฉบับลงวันที่ 3 กันยายน 2542 บอกเลิกสัญญาไปยังจำเลย คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า สัญญาระหว่างโจทก์จำเลยเลิกกันโดยโจทก์ไม่จำต้องบอกเลิกสัญญาเพราะเหตุจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญา โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่า ตามข้อกำหนดแห่งสัญญา ข้อ 1 ข้อ 4 และข้อ 10 กำหนดให้จำเลยมีหน้าที่ต้องชำระค่างวดตามกำหนดเวลาที่ระบุไว้ หากจำเลยไม่ปฏิบัติให้ถือว่าจำเลยผิดสัญญาและสัญญายกเลิกทันทีโดยมิต้องบอกกล่าว ซึ่งเป็นข้อตกลงที่โจทก์จำเลยมีต่อกันขณะทำสัญญา แต่เมื่อข้อเท็จจริงที่ปรากฏเป็นยุติข้างต้น โจทก์ไม่เคยปฏิเสธการชำระค่างวดทุกงวดที่เกินกำหนด และที่เห็นได้อย่างเด่นชัดก็คือ แม้โจทก์มีหนังสือบอกเลิกสัญญาไปยังจำเลยภายหลังที่จำเลยชำระค่างวดไป 22 งวด แล้วก็ตาม แต่เมื่อจำเลยนำเงินค่างวดงวดที่ 23 และ 24 ไปชำระให้แก่โจทก์

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2542 หลังจากโจทก์มีหนังสือบอกเลิกสัญญาไปยังจำเลยเพียง 1 สัปดาห์ โจทก์ก็รับไว้โดยไม่อิดเอื้อน ข้อเท็จจริงนี้ย่อมแสดงอยู่ชัดแจ้งว่า ในทางปฏิบัติต่อกันคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายมิได้ถือเอากำหนดเวลาชำระค่างวดเป็นสาระสำคัญ โจทก์จึงจะนำเหตุแห่งข้อกำหนดในสัญญามาเป็นข้ออ้างว่าสัญญาเลิกต่อกันทันทีเพราะจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาตามข้อสัญญาข้อ 1 และข้อ 10 มิได้ กรณีต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 387 โดยหากโจทก์ประสงค์จะเลิกสัญญา โจทก์จะต้องกำหนดระยะเวลาพอสมควร และบอกกล่าวให้จำเลยชำระค่างวดสุดท้ายภายในระยะเวลานั้น หากจำเลยไม่ปฏิบัติโดยไม่มีเหตุที่จะยกขึ้นปฏิเสธ โจทก์จึงจะมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้

การบอกเลิกสัญญาโดยมีหนังสือบอกเลิกสัญญา เป็นการกระทำที่ไม่มีกฎหมายให้สิทธิแก่โจทก์ และศาลมีอำนาจที่จะรับฟังข้อเท็จจริงทั้งหมดดังกล่าวมาเป็นเหตุยกฟ้องเพราะโจทก์ยังไม่มีอำนาจฟ้องอันเป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนได้หาเป็นการพิจารณาหรือพิพากษานอกประเด็นตามคำฟ้องและคำให้การโดยไม่ชอบดังที่โจทก์ยกขึ้นกล่าวอ้างในฎีกาไม่ ศาลล่างทั้งสองพิพากษาคดีชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน จำเลยไม่แก้ฎีกาจึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นฎีกาให้

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมชาย จุลนิติ์ · ปราโมทย์ พิพัทธ์ปราโมทย์ · นพวรรณ อินทรัมพรรย์
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9373/2550

ตามสัญญาให้เช่าสถานีบริการ คู่สัญญาตกลงกันว่า ในกรณีผู้เช่าไม่ปฏิบัติตามสัญญาข้อหนึ่งข้อใด อันเป็นเหตุให้ ปตท. ได้รับความเสียหาย ปตท. จะมีหนังสือบอกกล่าวให้ผู้เช่าปฏิบัติให้ถูกต้องตามสัญญา หากผู้เช่าเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3233/2549

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินและอาคารของโจทก์ ซึ่งตามคำฟ้องและคำให้การได้ความว่า จำเลยครอบครองที่ดินและอาคารโดยอาศัยสิทธิตามสัญญาจะซื้อจะขายระหว่างโจทก์และจำเลย ทั้งโจทก์และจำเลยยังโต้แย้งกันด้วยว่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5740/2538

เดิมโจทก์เป็นฝ่ายผิดนัดไม่ไปรับโอนที่ดินพิพาทในวันนัด แต่เมื่อโจทก์จำเลยไม่ถือเอาเวลาตามที่กำหนดไว้ในสัญญาจะซื้อจะขายเป็นสาระสำคัญจำเลยผู้จะขายซึ่งเป็นคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งจึงมีสิทธิบอกกล่าวให้โจทก์ไปรับโ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2165/2537

ผู้จะซื้อได้กรอกข้อความในสัญญาจะซื้อขายที่ดินว่ากำหนดจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ภายในเดือนเมษายน 2531 และให้ผู้จะขายกรอกวันที่ลงไป แต่ผู้จะขายก็หาได้กรอกวันที่ไม่ ทั้งภายหลังผู้จะซื้อและผู้จะขายก็มิได้กำหน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1958/2534

โจทก์ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินจากจำเลย และผ่อนชำระราคาเรื่อยมาจำเลยได้ออกหลักฐานการชำระเงินงวดสุดท้ายให้โจทก์ระบุว่า"จ่ายให้หมดแล้ว" ซึ่งความจริงเงินที่ต้องผ่อนชำระยังขาดอยู่อีก2,600 บาท แต่จำเลยคำนวณผ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้