Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4622/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ทวิ บัญญัติว่า "การคำนวณกำไรสุทธิฯลฯ ให้เป็นไปตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้ 1. รายการที่ระบุไว้ในมาตรา 65 ตรี ไม่ให้ถือเป็นรายจ่าย ฯลฯ" ดังนั้น รายจ่ายอื่นนอกจากที่บัญญัติไว้ในมาตรา 65 ตรีย่อมถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้ แต่รายจ่ายนั้น ๆ จะต้องเป็นรายจ่ายของรอบระยะเวลาบัญชีที่คำนวณกำไรสุทธินั่นเองเมื่อปรากฎว่าต้นทุนการต่อเรือ 4,632,314.33 บาท เท่านั้นที่เป็นรายจ่ายของโจทก์ในรอบระยะเวลาบัญชี พ.ศ. 2520ส่วนค่าใช้จ่ายอย่างอื่นที่ไม่อาจพิสูจน์ได้ว่าเป็นค่าใช้จ่ายในการต่อเรือสำหรับรอบระยะเวลาบัญชี พ.ศ. 2520 จึงนำค่าใช้จ่ายอื่นดังกล่าวนั้นมาหักเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิไม่ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.รัษฎากร มาตรา 65

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ที่ให้โจทก์ชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรอบระยะเวลาบัญชี พ.ศ. 2520 เพิ่มขึ้นจำเลยให้การว่า การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ชอบแล้วศาลภาษีอากรกลาง พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่ากรมศุลกากรมีความประสงค์ที่จะจ้างเหมาต่อเรือตรวจการทางทะเลจำนวน 4 ลำ โดยผู้รับจ้างจะต้องยื่นแบบให้กรมศุลกากรตรวจสอบก่อนโจทก์จึงว่าจ้างบริษัทฮิสสันเทรดดิ้ง จำกัด ประเทศญี่ปุ่น เป็นที่ปรึกษาและเขียนแบบ ในปี พ.ศ. 2519 โจทก์จ่ายเงินค่าปรึกษาและค่าเขียนแบบให้บริษัทนั้น โดยมิได้หักภาษีไว้

ณ ที่จ่าย รวม186,708.50 บาท กรมศุลกากรพอใจแบบของโจทก์และว่าจ้างให้โจทก์ต่อเรือดังกล่าวเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2520 เป็นเงินทั้งสิ้น19,756,000 บาท ปรากฎรายละเอียดตามภาพถ่ายสัญญาจ้างเหมาเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 7 การจ่ายเงินให้โจทก์ตามสัญญา กรมศุลกากรผู้ว่าจ้างจ่ายให้โจทก์คร่อมรอบระยะเวลาบัญชีปี พ.ศ. 2520 และ 2521โดยเป็นรายรับสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี พ.ศ. 2520 เป็นเงิน6,964,600 บาท การต่อเรือดังกล่าวมีค่าใช้จ่ายเป็นเงินทั้งสิ้น19,601,656.35 บาท แยกเป็นต้นทุนค่าต่อเรือ 17,544,601.98 บาท และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ 2,057,054.37 บาท เนื่องจากโจทก์นำรายรับรายจ่ายดังกล่าวเป็นกำไรสุทธิสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี พ.ศ. 2521เพียงรอบระยะเวลาบัญชีเดียว ซึ่งเป็นการไม่ถูกต้องทางจำเลยจึงนำยอดรายรับค่าต่อเรือในปี

พ.ศ. 2520 จำนวนเงิน 6,914,600 บาท มาปรับปรุงยอดกำไรสุทธิสำหรับรอบระยะเวลาบัญชี ปี พ.ศ. 2520 โดยหักต้นทุนค่าต่อเรือที่ยังไม่ได้ลงบัญชีให้ 4,632,314.33 บาท สำหรับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ คิดหักให้ตามส่วนของรายรับต่อค่าใช้จ่ายอื่น ๆทั้งหมดเป็นเป็น 719,118.40 บาท แล้วคำนวณให้โจทก์ชำระภาษีเพิ่มเติมตลอดจนมีหนังสือแจ้งให้โจทก์นำส่งภาษีเงินได้นิติบุคคลหัก ณ ที่จ่ายให้จำเลยที่ 1 ตามฟ้อง คดีมีปัญหาตามอุทธรณ์โจทก์ในประการแรกว่า การคำนวณค่าใช้จ่ายสำหรับรายรับค่าต่อเรือ 6,914,600บาท ของรอบระยะเวลาบัญชีปี พ.ศ. 2520 จะต้องคำนวณตามสัดส่วนของรายรับต่อรายจ่ายในการต่อเรือทั้งหมดตามที่โจทก์อุทธรณ์หรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ทวิบัญญัติว่า "การคำนวณกำไรสุทธิ ฯลฯ ให้เป็นไปตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้1. รายการที่ระบุไว้ในมาตรา 65 ตรี ไม่ให้ถือเป็นรายจ่าย ฯลฯ"ฉะนั้นรายจ่ายอื่นนอกจากที่บัญญัติไว้ในมาตรา 65 ตรี ย่อมถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้ แต่เป็นที่เห็นได้ว่า รายจ่ายนั้น ๆต้องเป็นรายจ่ายของรอบระยะเวลาบัญชีที่คำนวณกำไรสุทธินั่นเองเพราะมิฉะนั้นกำไรสุทธิตามที่ มาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากรซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะนั้นบัญญัติไว้จะคลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริง ตามข้อเท็จจริงที่ได้ความในคดีนี้เฉพาะต้นทุนการต่อเรือ4,632,314.33 บาท เท่านั้น ที่เป็นรายจ่ายของรอบระยะเวลาบัญชีปีพ.ศ. 2520 ส่วนค่าใช้จ่ายอย่างอื่นที่คำนวณโดยวิธีการของจำเลยก็ดีหรือโดยวิธีการที่โจทก์อุทธรณ์ให้คำนวณก็ดี

ทั้งโจทก์และจำเลยไม่อาจพิสูจน์ได้ว่าเป็นค่าใช้จ่ายในการต่อเรือสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี พ.ศ. 2520 ฉะนั้น จึงนำค่าใช้จ่ายนั้นมาหักเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิไม่ได้ ดังนั้น การคำนวณปรับปรุงยอดกำไรสุทธิสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี พ.ศ. 2520 ที่จำเลยหักค่าใช้จ่ายในการต่อเรือสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีนั้นให้ 719,118.40 บาทตามวิธีคำนวณของจำเลยอันเป็นเหตุให้กำไรสุทธิลดลง จึงนับว่าเป็นผลดีแก่โจทก์ เมื่อโจทก์ไม่มีพยานนำสืบให้ได้ความว่าความจริงโจทก์มีค่าใช้จ่ายมากกว่านั้น คดีก็ไม่มีเหตุที่จะเพิกถอนการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ดังที่โจทก์ขอส่วนปัญหาที่โจทก์อุทธรณ์ว่า บริษัทฮิสสันเทรดดิ้ง จำกัดแห่งประเทศญี่ปุ่น

มีสาขาในประเทศไทย การจ่ายค่าเขียนแบบและค่าปรึกษาให้บริษัทนั้น โจทก์ไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายตามที่มาตรา 70 บัญญัติไว้นั้น ทางพิจารณาโจทก์นำสืบว่าบริษัทฮิสสันเทรดดิ้ง จำกัด ประเทศญี่ปุ่น มีสาขาอยู่ที่ห้อง905 (ชั้น 9) ตึกเกษมกิจ เลขที่ 120 ถนนสีลม กรุงเทพมหานครปรากฎตามจดหมายเอกสารหมาย จ.4 ที่สาขาของบริษัทนั้นมีมาถึงโจทก์จำเลยทั้งห้าสืบว่า เจ้าพนักงานประเมินกองภาษีเงินได้นิติบุคคลได้หมายเรียกโจทก์มาทำการตรวจสอบไต่สวน ปรากฎว่าในรอบระยะเวลาบัญชีปี พ.ศ. 2519 โจทก์ได้จ่ายเงินค่าเขียนแบบและค่าปรึกษาอันเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(3) จำนวน186,708.50 บาท ให้แก่บริษัทฮิสสันเทรดดิ้ง จำกัด ประเทศญี่ปุ่นซึ่งมิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย รายละเอียดปรากฎตามใบรับเงินเอกสารหมาย ล.1 แผ่นที่ 102, 103 ประกอบด้วย 132 โดยมิได้หักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายนำส่งจำเลยตามมาตรา 70(2)ปัญหาว่าบริษัทฮิสสันเทรดดิ้ง จำกัด ประเทศญี่ปุ่น มีสาขาในประเทศไทยหรือไม่นั้น

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ในชั้นตรวจสอบของเจ้าพนักงาน ผู้แทนโจทก์มิได้อ้างว่าโจทก์ไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย นำส่งจำเลยที่ 1 เพราะบริษัทอิสสันเทรดดิ้งจำกัด แห่งประเทศญี่ปุ่น มีสาขาอยู่ในกรุงเทพมหานคร ประกอบกับคดีได้ความจากนางสมพงษ์ อยู่หุ่น พยานโจทก์อีกว่า ในชั้นตรวจสอบของเจ้าพนักงานและชั้นพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์โจทก์มิได้นำหลักฐานเกี่ยวกับบริษัทอิสสันเทรดดิ้ง จำกัดประเทศญี่ปุ่น มีสาขาในประเทศไทยไปแสดงต่อจำเลยแต่อย่างใดดังนี้ข้ออ้างของโจทก์ที่ว่าบริษัทนั้นมีสาขาในประเทศไทย จึงไม่มีน้ำหนักให้รับฟังเป็นความจริงได้ โจทก์มีหน้าที่นำส่งภาษีเงินได้นิติบุคคลหัก ณ ที่จ่าย ตามที่เจ้าพนักงานประเมินแจ้งการประเมินให้โจทก์ทราบ"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เดชา สุวรรณโณ · อุดม เฟื่องฟุ้ง · ตัน เวทไว
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2646/2566

การมีค่าความนิยมคงเหลือ ณ วันเลิกประกอบกิจการถือเป็นการขายที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตาม ป.รัษฎากร มาตรา 77/2 (1) และมาตรา 77/1 (8) (ฉ) โจทก์ยื่นคำขอแจ้งการเปลี่ยนแปลงทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 489/2562

การที่จำเลยสามารถลดภาษีเงินได้นิติบุคคลเนื่องจากโจทก์ทำหลักฐานว่ามีรายจ่ายซึ่งโจทก์กำหนดขึ้นเองโดยไม่มีการจ่ายจริงและนำไปหักออกจากกำไรจากการประกอบกิจการของจำเลย นั้น ถือว่าผิดกฎหมาย ซึ่งตาม ป.รัษฎากร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4727/2561

โจทก์กู้เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐเพื่อก่อสร้างโรงไฟฟ้า มีหนี้สินคงเหลืออยู่ ณ วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีปี 2553 ซึ่งเมื่อคำนวณเป็นเงินตราไทยตามมาตรา 65 ทวิ (5) (ก) โจทก์มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 1,195,93…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4546/2561

โจทก์ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล (ภ.ง.ด.50) ฉบับปกติและฉบับยื่นเพิ่มเติมสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีพิพาท โดยกรอกรายการรายได้ส่วนที่ได้รับการลดหย่อนหรือยกเว้นภาษีไว้ในแบบแสดง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3618/2561

การอุทธรณ์หนังสือแจ้งไม่คืนเงินภาษีอากรเป็นกรณีโจทก์ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งทางปกครองของจำเลยเกี่ยวกับการขอคืนภาษีของโจทก์ กรณีคืนภาษีให้แก่ผู้เสียภาษีถูกต้องหรือไม่ ผู้มีอำนาจออกคำสั่งคือ เจ้าหน้าที่ผู้ท…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้