Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 4622/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ทวิ บัญญัติว่า "การคำนวณกำไรสุทธิฯลฯ ให้เป็นไปตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้ 1. รายการที่ระบุไว้ในมาตรา 65 ตรี ไม่ให้ถือเป็นรายจ่าย ฯลฯ" ดังนั้น รายจ่ายอื่นนอกจากที่บัญญัติไว้ในมาตรา 65 ตรีย่อมถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้ แต่รายจ่ายนั้น ๆ จะต้องเป็นรายจ่ายของรอบระยะเวลาบัญชีที่คำนวณกำไรสุทธินั่นเองเมื่อปรากฎว่าต้นทุนการต่อเรือ 4,632,314.33 บาท เท่านั้นที่เป็นรายจ่ายของโจทก์ในรอบระยะเวลาบัญชี พ.ศ. 2520ส่วนค่าใช้จ่ายอย่างอื่นที่ไม่อาจพิสูจน์ได้ว่าเป็นค่าใช้จ่ายในการต่อเรือสำหรับรอบระยะเวลาบัญชี พ.ศ. 2520 จึงนำค่าใช้จ่ายอื่นดังกล่าวนั้นมาหักเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิไม่ได้

Provisions the court ruled on

ป.รัษฎากร Section 65

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ที่ให้โจทก์ชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรอบระยะเวลาบัญชี พ.ศ. 2520 เพิ่มขึ้นจำเลยให้การว่า การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ชอบแล้วศาลภาษีอากรกลาง พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่ากรมศุลกากรมีความประสงค์ที่จะจ้างเหมาต่อเรือตรวจการทางทะเลจำนวน 4 ลำ โดยผู้รับจ้างจะต้องยื่นแบบให้กรมศุลกากรตรวจสอบก่อนโจทก์จึงว่าจ้างบริษัทฮิสสันเทรดดิ้ง จำกัด ประเทศญี่ปุ่น เป็นที่ปรึกษาและเขียนแบบ ในปี พ.ศ. 2519 โจทก์จ่ายเงินค่าปรึกษาและค่าเขียนแบบให้บริษัทนั้น โดยมิได้หักภาษีไว้

ณ ที่จ่าย รวม186,708.50 บาท กรมศุลกากรพอใจแบบของโจทก์และว่าจ้างให้โจทก์ต่อเรือดังกล่าวเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2520 เป็นเงินทั้งสิ้น19,756,000 บาท ปรากฎรายละเอียดตามภาพถ่ายสัญญาจ้างเหมาเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 7 การจ่ายเงินให้โจทก์ตามสัญญา กรมศุลกากรผู้ว่าจ้างจ่ายให้โจทก์คร่อมรอบระยะเวลาบัญชีปี พ.ศ. 2520 และ 2521โดยเป็นรายรับสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี พ.ศ. 2520 เป็นเงิน6,964,600 บาท การต่อเรือดังกล่าวมีค่าใช้จ่ายเป็นเงินทั้งสิ้น19,601,656.35 บาท แยกเป็นต้นทุนค่าต่อเรือ 17,544,601.98 บาท และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ 2,057,054.37 บาท เนื่องจากโจทก์นำรายรับรายจ่ายดังกล่าวเป็นกำไรสุทธิสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี พ.ศ. 2521เพียงรอบระยะเวลาบัญชีเดียว ซึ่งเป็นการไม่ถูกต้องทางจำเลยจึงนำยอดรายรับค่าต่อเรือในปี

พ.ศ. 2520 จำนวนเงิน 6,914,600 บาท มาปรับปรุงยอดกำไรสุทธิสำหรับรอบระยะเวลาบัญชี ปี พ.ศ. 2520 โดยหักต้นทุนค่าต่อเรือที่ยังไม่ได้ลงบัญชีให้ 4,632,314.33 บาท สำหรับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ คิดหักให้ตามส่วนของรายรับต่อค่าใช้จ่ายอื่น ๆทั้งหมดเป็นเป็น 719,118.40 บาท แล้วคำนวณให้โจทก์ชำระภาษีเพิ่มเติมตลอดจนมีหนังสือแจ้งให้โจทก์นำส่งภาษีเงินได้นิติบุคคลหัก ณ ที่จ่ายให้จำเลยที่ 1 ตามฟ้อง คดีมีปัญหาตามอุทธรณ์โจทก์ในประการแรกว่า การคำนวณค่าใช้จ่ายสำหรับรายรับค่าต่อเรือ 6,914,600บาท ของรอบระยะเวลาบัญชีปี พ.ศ. 2520 จะต้องคำนวณตามสัดส่วนของรายรับต่อรายจ่ายในการต่อเรือทั้งหมดตามที่โจทก์อุทธรณ์หรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ทวิบัญญัติว่า "การคำนวณกำไรสุทธิ ฯลฯ ให้เป็นไปตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้1. รายการที่ระบุไว้ในมาตรา 65 ตรี ไม่ให้ถือเป็นรายจ่าย ฯลฯ"ฉะนั้นรายจ่ายอื่นนอกจากที่บัญญัติไว้ในมาตรา 65 ตรี ย่อมถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้ แต่เป็นที่เห็นได้ว่า รายจ่ายนั้น ๆต้องเป็นรายจ่ายของรอบระยะเวลาบัญชีที่คำนวณกำไรสุทธินั่นเองเพราะมิฉะนั้นกำไรสุทธิตามที่ มาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากรซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะนั้นบัญญัติไว้จะคลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริง ตามข้อเท็จจริงที่ได้ความในคดีนี้เฉพาะต้นทุนการต่อเรือ4,632,314.33 บาท เท่านั้น ที่เป็นรายจ่ายของรอบระยะเวลาบัญชีปีพ.ศ. 2520 ส่วนค่าใช้จ่ายอย่างอื่นที่คำนวณโดยวิธีการของจำเลยก็ดีหรือโดยวิธีการที่โจทก์อุทธรณ์ให้คำนวณก็ดี

ทั้งโจทก์และจำเลยไม่อาจพิสูจน์ได้ว่าเป็นค่าใช้จ่ายในการต่อเรือสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี พ.ศ. 2520 ฉะนั้น จึงนำค่าใช้จ่ายนั้นมาหักเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิไม่ได้ ดังนั้น การคำนวณปรับปรุงยอดกำไรสุทธิสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี พ.ศ. 2520 ที่จำเลยหักค่าใช้จ่ายในการต่อเรือสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีนั้นให้ 719,118.40 บาทตามวิธีคำนวณของจำเลยอันเป็นเหตุให้กำไรสุทธิลดลง จึงนับว่าเป็นผลดีแก่โจทก์ เมื่อโจทก์ไม่มีพยานนำสืบให้ได้ความว่าความจริงโจทก์มีค่าใช้จ่ายมากกว่านั้น คดีก็ไม่มีเหตุที่จะเพิกถอนการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ดังที่โจทก์ขอส่วนปัญหาที่โจทก์อุทธรณ์ว่า บริษัทฮิสสันเทรดดิ้ง จำกัดแห่งประเทศญี่ปุ่น

มีสาขาในประเทศไทย การจ่ายค่าเขียนแบบและค่าปรึกษาให้บริษัทนั้น โจทก์ไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายตามที่มาตรา 70 บัญญัติไว้นั้น ทางพิจารณาโจทก์นำสืบว่าบริษัทฮิสสันเทรดดิ้ง จำกัด ประเทศญี่ปุ่น มีสาขาอยู่ที่ห้อง905 (ชั้น 9) ตึกเกษมกิจ เลขที่ 120 ถนนสีลม กรุงเทพมหานครปรากฎตามจดหมายเอกสารหมาย จ.4 ที่สาขาของบริษัทนั้นมีมาถึงโจทก์จำเลยทั้งห้าสืบว่า เจ้าพนักงานประเมินกองภาษีเงินได้นิติบุคคลได้หมายเรียกโจทก์มาทำการตรวจสอบไต่สวน ปรากฎว่าในรอบระยะเวลาบัญชีปี พ.ศ. 2519 โจทก์ได้จ่ายเงินค่าเขียนแบบและค่าปรึกษาอันเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(3) จำนวน186,708.50 บาท ให้แก่บริษัทฮิสสันเทรดดิ้ง จำกัด ประเทศญี่ปุ่นซึ่งมิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย รายละเอียดปรากฎตามใบรับเงินเอกสารหมาย ล.1 แผ่นที่ 102, 103 ประกอบด้วย 132 โดยมิได้หักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายนำส่งจำเลยตามมาตรา 70(2)ปัญหาว่าบริษัทฮิสสันเทรดดิ้ง จำกัด ประเทศญี่ปุ่น มีสาขาในประเทศไทยหรือไม่นั้น

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ในชั้นตรวจสอบของเจ้าพนักงาน ผู้แทนโจทก์มิได้อ้างว่าโจทก์ไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย นำส่งจำเลยที่ 1 เพราะบริษัทอิสสันเทรดดิ้งจำกัด แห่งประเทศญี่ปุ่น มีสาขาอยู่ในกรุงเทพมหานคร ประกอบกับคดีได้ความจากนางสมพงษ์ อยู่หุ่น พยานโจทก์อีกว่า ในชั้นตรวจสอบของเจ้าพนักงานและชั้นพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์โจทก์มิได้นำหลักฐานเกี่ยวกับบริษัทอิสสันเทรดดิ้ง จำกัดประเทศญี่ปุ่น มีสาขาในประเทศไทยไปแสดงต่อจำเลยแต่อย่างใดดังนี้ข้ออ้างของโจทก์ที่ว่าบริษัทนั้นมีสาขาในประเทศไทย จึงไม่มีน้ำหนักให้รับฟังเป็นความจริงได้ โจทก์มีหน้าที่นำส่งภาษีเงินได้นิติบุคคลหัก ณ ที่จ่าย ตามที่เจ้าพนักงานประเมินแจ้งการประเมินให้โจทก์ทราบ"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
เดชา สุวรรณโณ · อุดม เฟื่องฟุ้ง · ตัน เวทไว
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2646/2566

การมีค่าความนิยมคงเหลือ ณ วันเลิกประกอบกิจการถือเป็นการขายที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตาม ป.รัษฎากร มาตรา 77/2 (1) และมาตรา 77/1 (8) (ฉ) โจทก์ยื่นคำขอแจ้งการเปลี่ยนแปลงทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม…

Supreme Court Judgment No. 489/2562

การที่จำเลยสามารถลดภาษีเงินได้นิติบุคคลเนื่องจากโจทก์ทำหลักฐานว่ามีรายจ่ายซึ่งโจทก์กำหนดขึ้นเองโดยไม่มีการจ่ายจริงและนำไปหักออกจากกำไรจากการประกอบกิจการของจำเลย นั้น ถือว่าผิดกฎหมาย ซึ่งตาม ป.รัษฎากร…

Supreme Court Judgment No. 4546/2561

โจทก์ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล (ภ.ง.ด.50) ฉบับปกติและฉบับยื่นเพิ่มเติมสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีพิพาท โดยกรอกรายการรายได้ส่วนที่ได้รับการลดหย่อนหรือยกเว้นภาษีไว้ในแบบแสดง…

Supreme Court Judgment No. 3618/2561

การอุทธรณ์หนังสือแจ้งไม่คืนเงินภาษีอากรเป็นกรณีโจทก์ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งทางปกครองของจำเลยเกี่ยวกับการขอคืนภาษีของโจทก์ กรณีคืนภาษีให้แก่ผู้เสียภาษีถูกต้องหรือไม่ ผู้มีอำนาจออกคำสั่งคือ เจ้าหน้าที่ผู้ท…

Supreme Court Judgment No. 1106/2561

โจทก์เป็นบริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยและจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โจทก์ได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุนโดยได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกำไรสุทธิจากการประกอบกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน ตาม พ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up