Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4840/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่ชาย 3 คนขับรถจักรยานยนต์ตามรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายไปในทางเปลี่ยวในเวลากลางคืน และขณะที่รถสวนกันเพราะผู้เสียหายกลับรถแล่นย้อนไปตามทางเดิม ชายคนหนึ่งซึ่งถือวัตถุสีดำตะโกนให้ผู้เสียหายหยุดรถยังไม่อาจทราบความประสงค์อันแท้จริงของชายทั้งสามว่าประสงค์ต่อทรัพย์หรือไม่และยังไม่เป็นการขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้ายผู้เสียหายอันเป็นองค์ประกอบความผิดฐานปล้นทรัพย์ การกระทำของชายทั้งสามยังห่างไกลต่อผลคือการได้ทรัพย์สินอย่างใดอย่างหนึ่งของผู้เสียหายไป จึงถือไม่ได้ว่าชายทั้งสามได้ลงมือกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์แล้ว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองกับพวกอีก ๑ คน ร่วมกันพยายามปล้นทรัพย์ผู้เสียหาย โดยมีและใช้อาวุธปืนและใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะเพื่อกระทำผิด ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓, ๘๐, ๘๓, ๓๔๐, ๓๔๐ ตรี ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๒๔ ข้อ ๑๔, ๑๕ และริบรถจักรยานยนต์ของกลาง

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๐ วรรคสอง, ๓๔๐ ตรี, ๘๐, ๘๓ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๑๔, ๑๕ ให้จำคุกคนละ ๑๒ ปี ริบรถจักรยานยนต์ของกลาง

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง คืนของกลางแก่เจ้าของ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ได้ความจากผู้เสียหายและภริยาว่ามีรถจักรยานยนต์แล่นตามรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายไปตั้งแต่โค้งบ้านโพธิ์จนถึงตลาดท่าเสด็จและสะพานแห่งหนึ่ง เมื่อผู้เสียหายเลี้ยวรถกลับตลาดท่าเสด็จรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวก็แล่นติดตามอีก และขณะรถรถสวนกันที่บริเวณสะพาน ชายที่นั่งท้ายสุดซึ่งถือวัตถุสีดำยาวประมาณ ๑ คืบ ตะโกนบอกให้ผู้เสียหายหยุดรถ เห็นว่าพฤติการณ์ของชาย ๓ คนที่ขับและซ้อนรถจักรยานยนต์ตามรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายและสั่งให้ผู้เสียหายหยุดรถตามที่โจทก์นำสืบมานั้น ยังถือไม่ได้ว่าชายทั้งสามได้ลงมือกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์แล้วดังโจทก์ฟ้อง เพราะชายที่ถือวัตถุสีดำดังกล่าวเพียงแต่ตะโกนให้ผู้เสียหายหยุดรถเท่านั้น จึงยังไม่อาจทราบความประสงค์อันแท้จริงของชายทั้งสามได้ว่าประสงค์ต่อทรัพย์หรือไม่ และยังไม่เป็นการขู่เข็นว่าในทันทีทันใดจะใช้กำลังประทุษร้ายผู้เสียหายกับพวกอันเป็นองค์ประกอบความผิดฐานปล้นทรัพย์แต่อย่างใด

การกระทำของชายทั้งสามยังห่างไกลต่อผลคือการได้ทรัพย์สินอย่างใดอย่างหนึ่งของผู้เสียหายไป ย่อมไม่เป็นความผิดตามฟ้อง จึงไม่จำต้องวินิจฉัยว่าจำเลยทั้งสองคือชายสองในสามคนที่นั่งบนรถจักรยานยนต์คันที่แล่นตามรถผู้เสียหายหรือไม่อีกต่อไป ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อากาศ บำรุงชีพ · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · เฉลิม การปลื้มจิตต์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี - นายรุ่ง เรืองโรจน์
ศาลอุทธรณ์ - นายสัญชัย สิงหลกะ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6984/2558

จำเลยทั้งสามกับพวกมีเจตนาร่วมกันปล้นสายไฟฟ้า การที่จำเลยทั้งสามบุกรุกเข้าไปในสถานที่เก็บรักษาสายไฟฟ้า ทั้งยังทำร้ายผู้เสียหายซึ่งครอบครองดูแลสถานที่นั้น อันเป็นส่วนหนึ่งของการปล้นทรัพย์ในคดีนี้ จึงเป็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3964/2554

ขณะจำเลยที่ 1 ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหาย ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 กระทำการใดอันเป็นการแสดงว่าร่วมรู้เห็นในการที่จำเลยที่ 1 ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหาย การที่จำเลยที่ 1 กระชากสร้อยคอทองคำของผู้เสียหาย…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2549 (เลขอ้างอิง 266772)

ก่อนเกิดเหตุจำเลยที่ 3 ชักชวนผู้เสียหายนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ไปรับประทานข้าวต้มด้วยกัน ระหว่างทางจำเลยที่ 3 จอดรถและรับจำเลยที่ 1 และที่ 2 นั่งรถไปด้วยโดยเปลี่ยนให้จำเลยที่ 1 เป็นผู้ขับ เมื่อจำเลยท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 199/2541

แม้เหตุจะเกิดเวลากลางคืนแต่พยานโจทก์ทั้งสามก็มีโอกาสเห็นจำเลยที่ 2 โดยใกล้ชิดเป็นเวลานานพอสมควร ซึ่งในบ้านพักนั้นมีแสงเทียนและแสงไฟฉายที่จำเลยที่ 1 ใช้ส่องหาทรัพย์สินทั้งขณะผู้เสียหายที่ 1 เข้าแจ้งต่อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8098/2540

จำเลยกับคนร้ายอีก 2 คน ใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะทำการปล้นสร้อยข้อมือทองคำของผู้เสียหาย เมื่อคนร้ายคนหนึ่งปลดสร้อยข้อมือออกไปจากข้อมือของผู้เสียหายไปได้นั้น ทรัพย์นั้นจึงขาดจากการครอบครองของผู้เสียหาย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้