คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยให้อาวุธปืนยิงพลทหารออด คุ้มรอด ตายโดยเจตนา ขอให้ลงโทษ
จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลทหารกรุงเทพฯ ฟังว่าจำเลยใช้ปืนยิงผู้ตายขณะผู้ตายวิ่งหนี จำเลยจะใช้วิธีอื่นป้องกันมิให้หลบหนี้ก็ได้ นับว่าจำเลยทำเกินสมควรพิพากษาว่าจำเลยผิด ก.ม.อาญา ม. ๒๔๙ แต่การกระทำของจำเลยต้องตาม ก.ม.อาญา ม.๕๒ จึงลดโทษให้ตาม ม. ๕๓ คงจำคุก ๕ ปี
คำพิพากษาศาลล่าง
จำเลยอุทธรณ์ ศาลทหารกลางพิพากษายิน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อ ก.ม. ในฎีกาจำเลยแล้วเห็นว่า ๑ คำให้การพยานโจทก์ในชั้นสอบสวนจะรับฟังดังคำพยานที่เบิกความต่อศาลไม่ได้ แต่อาจฟังว่าพยานได้เคยให้ถ้อยคำไว้ต่อเจ้าพนักงานตามคำให้การนั้น สำหรับในคดีนี้ศาลฎีกาไม่ถือว่าคำให้การของพลทหารผล สังขประเสริฐเป็นคำพยานในศาล ๒ คำพยานบอกเล่า ก.ม. ไม่รับฟังเป็นพยานหลักฐาน ถ้าพยานผู้นั้นได้รับคำบอกเล่าจากประจักษ์พยานก็อาจรับฟังประกอบหรือไม่ประกอบคำประจักษ์พยานนั้นได้แล้วแต่เหตุผล ๓ การที่มีผู้อื่นมานั่งฟังการสอบสวน โดยไม่ปรากฏว่าเจ้าพนักงานสอบสวนกระทำผิดหน้าที่อย่างใดนั้นหาทำให้การสอบสวนเสียไปไม่ ส่วนที่จำเลยว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฎในการพิจารณาต่างกับที่กล่าวในฟ้องก็ดี และศาลทหารกลางวินิจฉัยข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อนจากคำพยานในสำนวนก็ดี ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วไม่ปรากฎว่าเป็นอย่างที่จำเลยอ้าง ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษายืน